ตอนที่ 21
บทที่ 21 ผู้ใดกันอยู่ที่นั่น
ย่างเท้าลงบันได มุ่งตรงไปยังชั้น 4 ซึ่งทั้งชั้นมีเพียงบริษัทไลฟ์สดขายสินค้าเพียงแห่งเดียว
งัดประตูเข้าไป ก้าวผ่านแผนกต้อนรับ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องไลฟ์สดขนาดเล็กราวสิบตารางเมตรเรียงรายอยู่เจ็ดแปดห้อง เห็นทีคงเป็นห้องสำหรับไลฟ์สดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นแน่ เพราะบนโต๊ะยังมีขวดและกระปุกที่ยังไม่ได้แกะซีลวางอยู่มากมาย
อวี๋ตัวตัวเดินเข้าไป ไม่สนใจว่าเป็นยี่ห้อใด กวาดเรียบใส่เข้าไปในมิติทั้งหมด
ออกจากห้องไลฟ์สดห้องสุดท้าย เดินลึกเข้าไปด้านใน อวี๋ตัวตัวก็พบกับคลังสินค้าขนาดมหึมา กว้างขวางราวหกร้อยตารางเมตร เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิววางเรียงรายอัดแน่นอยู่บนชั้นวาง กินพื้นที่กันไปคนละครึ่ง
ส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อที่อวี๋ตัวตัวรู้จักทั้งสิ้น
ที่นี่ราวกับสวรรค์ของสาวๆ!
รองพื้น แป้งฝุ่น ลิปสติก บลัชออน อายแชโดว์ อายไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว ไฮไลท์ มาสคาร่า ถูกโยนเข้าไปในมิติทั้งหมด
โฟมล้างหน้า ออยล์ล้างเครื่องสำอาง ครีมน้ำนมล้างเครื่องสำอาง คลีนซิ่งครีม โทนเนอร์ เอสเซนส์ มาส์กหน้า โลชั่น ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงรอบดวงตา ก็ถูกโยนเข้าไปในมิติทั้งหมดเช่นกัน
นับแต่นี้ไป สิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันหมดอายุ!
ละทิ้งชั้นวางที่แทบจะพังทลายลงมา สินค้าหกร้อยตารางเมตร ถูกยัดเข้าไปในห้องร้อยตารางเมตรในมิติ อย่างพอดิบพอดี ไม่มีขาดไม่มีเกิน!
กวาดล้างชั้น 4 เสร็จสิ้น ลงไปยังชั้น 3 ได้ยินเสียงพูดคุยแว่วมาจากข้างล่าง แต่เสียงฝนและเสียงฟ้าร้องดังเกินไป ฟังไม่ค่อยถนัด อวี๋ตัวตัวจึงไม่ได้ใส่ใจ
ชั้น 3 มีสองบริษัท บริษัทหนึ่งถูกอวี๋ตัวตัวกวาดล้างไปเมื่อวันก่อนแล้ว นั่นคือบริษัทรับเหมาตกแต่ง ส่วนอีกบริษัทคือบริษัทออกแบบบ้านอัจฉริยะ
อวี๋ตัวตัวเพิ่งเปิดประตู ก้าวเท้าเข้าไป ทันใดนั้นก็มีสิ่งหนึ่งมากระแทกข้อเท้าเบาๆ แล้วรีบหลบไป
ทำเอาอวี๋ตัวตัวสะดุ้งโหยง!
พอมองดูดีๆ ก็พบว่าเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น กำลังเดินวนเป็นวงกลมอยู่หน้าประตูอย่างสบายอารมณ์
อวี๋ตัวตัว…
เดินอ้อมมันเข้าไปด้านใน ด้านหนึ่งของบริษัทเป็นหน้าต่าง พื้นที่สำนักงานส่วนกลางอยู่ตรงกลาง ส่วนอีกด้านที่ติดกำแพงเป็นแท่นโชว์สินค้ายาวเหยียด
สินค้ามากมาย ทั้งแก้วน้ำ 55 องศา กระบอกเก็บความร้อน เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ เครื่องกรองน้ำอัจฉริยะ หัวก๊อกกรองน้ำ สุขภัณฑ์อัจฉริยะ เครื่องล้างจานอัตโนมัติ อ่างอาบน้ำอัจฉริยะ ถังขยะอัจฉริยะ ที่นอนนวด เก้าอี้นวด และอื่นๆ
บนแท่นโชว์มีคู่มือการใช้งานแนบมาด้วย ใต้แท่นวางกล่องผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปหกเจ็ดกล่อง
เห็นทีคงเป็นสินค้าที่บริษัทผลิตและวางจำหน่ายแล้ว นำมาจัดแสดงไว้ที่นี่
ไม่ต้องพูดอะไรมาก กวาดเรียบใส่เข้าไปในมิติทั้งหมด
รวมถึงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เดินตามต้อยๆ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาด้วย!
ซ่าๆๆ— ข้างนอกมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
อวี๋ตัวตัวตื่นตัวขึ้นมาทันที นี่คือผลพวงจากชีวิตในวันสิ้นโลกในชาติก่อน แม้ว่าข้างนอกฝนจะตกหนัก แต่เธอก็ยังสามารถแยกแยะเสียงได้อย่างรวดเร็ว
อวี๋ตัวตัวรีบซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะทำงานตัวหนึ่ง กลั้นหายใจฟังความเคลื่อนไหวข้างนอก
“ประตูนี่เปิดอยู่ได้ยังไง หรือว่ามีคนมาก่อนพวกเราแล้ว?” เป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง คล้ายกับเสียงพูดคุยที่แว่วมาจากข้างล่างตอนที่เข้ามาเมื่อครู่
“ต้องเป็นคนของบริษัทข้างๆ แน่เลย ทำเป็นคนมีการศึกษา ที่แท้ก็หิวโซจนต้องมาขโมยของ!”
“ในเมื่อถูกงัดไปแล้ว บริษัทนี้คงไม่มีอะไรให้ใช้แล้ว พวกเราไปดูอีกบริษัทดีกว่า!” ฟังจากเสียงแล้ว ดูเหมือนว่าคนข้างนอกจะไปบริษัทข้างๆ
บริษัทในตึกถูกอวี๋ตัวตัวงัดไปหมดแล้ว แต่เธอไม่ได้แตะต้องอาหารในห้องพักชงชาต่างๆ พวกขนมปัง บิสกิต นม กาแฟสำเร็จรูป อะไรพวกนั้น…
เธอเห็นแล้ว แค่ในห้องพักชงชาของบริษัทออกแบบตกแต่งข้างๆ ก็มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายลังแล้ว แถมยังมีขนมขบเคี้ยวต่างๆ อีกเต็มตู้ เป็นเสบียงสำรองสำหรับคนที่ทำงานล่วงเวลาโดยเฉพาะ!
อวี๋ตัวตัวตุนอาหารไว้เยอะแล้ว แน่นอนว่าเธอไม่สนใจของเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้
เป็นแค่ขนมกรุบกรอบพอประทังชีวิต แบ่งกันกินสามสิบคน คงไม่อิ่ม แต่ก็ไม่อดตาย พอให้พวกเขาทนรอจนกว่าหน่วยกู้ภัยของรัฐบาลจะมารับตัวได้
ตัวเองกินบะหมี่ ก็ต้องเหลือซุปไว้ให้คนอื่นบ้าง!
สภาพอากาศที่มีฝนฟ้าคะนองเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ออกไปข้างนอกไม่ได้แน่นอน
หากคนเหล่านี้ในตึกหาอาหารไม่ได้เลย คนที่ซวยก็คือผู้พักอาศัยธรรมดาอย่างพวกเธอนี่แหละ
ข้างนอกประตูค่อยๆ เงียบลง คงไปหาเสบียงที่บริษัทข้างๆ กันหมดแล้ว
อวี๋ตัวตัวฉวยโอกาสรีบวิ่งไปยังบันได…
“ใครอยู่ที่นั่น!” เสียงแหลมของผู้หญิงคนหนึ่งร้องขึ้น
เป็นคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ในความมืดจู่ๆ ก็เห็นเงาดำตะคุ่มๆ พุ่งออกมาจากบริษัทข้างๆ ตรงไปยังบันได
นี่เป็นคนขี้ขลาด กลัวมีเรื่อง เลยออกมาเฝ้าข้างนอก คอยดูต้นทางให้คนอื่น เผื่อมีใครมาเห็นเข้า
อวี๋ตัวตัวรีบหายตัวเข้าไปในมิติ
ไม่คาดคิดว่าข้างนอกจะมีคนเฝ้าอยู่ แต่เพราะมิติแยกขาดจากโลกภายนอก ไม่ได้ยินไม่ได้เห็น เธอจึงทำได้เพียงอยู่ในมิตินานขึ้นอีกหน่อย รอให้คนเหล่านั้นจากไป
ทุกคนได้ยินเสียงร้องของเพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่ข้างนอก รีบวิ่งออกมา นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่
“ลี่ลี่ เป็นอะไรไป?” ในความมืด บางคนถึงกับสะดุดขาโต๊ะทำงานล้มลง แขนหัก หัวกระแทก พอออกมาดูก็ไม่มีอะไร…
“เมื่อกี้มีคนวิ่ง วิ่งผ่านตรงนี้ไป!” เสียงพูดของคนที่ชื่อลี่ลี่สั่นเครือ
ทุกคนพิจารณาดูอย่างละเอียด ทั้งทางเดินและบันไดเงียบสงัด จะมีใครอยู่ที่ไหน? สงสัยเธอจะหิวจนตาลาย มองผิดไปเอง!
เพื่อนร่วมงานที่ล้มลงถึงกับเบ้ปากใส่เธอ นี่มันช่วยอะไรได้? สู้กลับไปกินน้ำฝนยังดีกว่า!
คนที่สนิทกันดึงเธอเข้าไปในห้อง “สงสัยเธอจะตาลายไปเอง กลางดึกดื่นแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอก! แต่รีบมาดูนี่สิ พวกเราเจอของดีอะไร!” ว่าแล้วก็พากันเข้าไปในบริษัทรับเหมาตกแต่ง…
ผ่านไปครู่ใหญ่ อวี๋ตัวตัวจึงออกมาจากมิติ วิ่งขึ้นไปบนชั้นบนสุดรวดเดียว
เกือบถูกจับได้แล้ว พวกเขามีกันหลายคน ถ้าถูกดักไว้คงไม่สนุกแน่
โชคดีที่ค้นหาในตึกหมดแล้ว ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เธอแค่ต้องรออยู่ที่บ้านก็พอ
วันรุ่งขึ้น อวี๋ตัวตัวตื่นแต่เช้า เตรียมล้างหน้าแปรงฟัน แต่พบว่าน้ำไม่ไหล
วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากไฟดับ
ตึกสูงอย่างพวกเธอมีแท็งก์น้ำบนดาดฟ้าสำหรับจ่ายน้ำประปาสำรอง เมื่อไฟดับ แรงดันน้ำไม่พอ น้ำในแท็งก์หมด ก็เลยทำให้น้ำไม่ไหล
เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
อวี๋ตัวตัวหยิบของใช้ส่วนตัวลุกขึ้นเข้าไปในมิติ น้ำในมิติไม่หยุดไหล แต่มีแต่น้ำเย็น อาบน้ำอุ่นไม่ได้
ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ออกมาจากมิติ อวี๋ตัวตัวกำลังคิดว่าจะถอดเครื่องทำน้ำอุ่นนี่ออกไปใส่ไว้ในมิติยังไงดี จะได้มีน้ำอุ่นอาบในวันหน้า…
ก็มีเสียงเคาะประตู
เปิดประตูออกไป ก็เจอเซี่ยอวิ๋นที่ทำหน้าลำบากใจ “น้ำไม่ไหล ที่บ้านเธอมีกะละมังไหม ฉันจะไปรองน้ำฝนข้างนอกมาใช้ราดส้วม…” เทพบุตรก็มีวันที่ต้องตกสวรรค์!
ปกติแทบจะไม่ได้ใช้ของอย่างกะละมังเลย คราวนี้ลำบากเขาแล้ว
เห็นผมที่ชี้โด่เด่อยู่บนหน้าผากของเขา อวี๋ตัวตัวก็อดขำไม่ได้ “มี เธอรอเดี๋ยว!”
เข้าไปเอากะละมังในบ้าน ยื่นให้เขา
เห็นเซี่ยอวิ๋นวิ่งหนีกลับห้องตัวเอง อวี๋ตัวตัวก็หัวเราะออกมา!
แต่แบบนี้มันก็ไม่สะดวกจริงๆ
พอเซี่ยอวิ๋นเปิดประตูออกมาคืนกะละมังอีกครั้ง อวี๋ตัวตัวก็พิงขอบประตู พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า
“ไม่มีน้ำก็ไม่สะดวก ฉันมีวิธีเอาน้ำฝนที่ขังอยู่ข้างนอกมาใส่ในท่อประปาได้ แต่ว่าน้ำคงจะไม่สะอาดเท่าไหร่ เธอจะเอาไหม?”