ตอนที่ 26
**บทที่ 26 สู่เหย้าคืนสวน**
ยฺหวีตัวตัวเดินออกจากห้องพร้อมเสียมในมือ หมายจะพรวนดินให้ร่วนซุย เจ้าเหมียวเม่าคู่ก็เลียนแบบเจ้านาย ใช้เท้าตะกุยดินราวกับกลบอึในกระบะทรายของตน ช่างคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ ราวกับเป็นงานถนัด
เหล่าลูกสมุนของมันก็พลอยทำตาม ใช้เท้าเล็กๆ เขี่ยดินไปมา…
ยฺหวีตัวตัวขุดหลุมเรียงรายทางทิศตะวันออกของสวน เพื่อมิให้ต้นไม้ผลเติบใหญ่แล้วแย่งชิงอาหารกัน หลุมแต่ละหลุมจึงห่างกันราวห้าเมตร
ปลูกเป็นแถวทั้งแนวตั้งและแนวนอนอย่างละสี่ต้น รวมทั้งสิ้นสิบหกต้น กินพื้นที่ไปสี่ร้อยตารางเมตร ส่วนที่เหลืออีกร้อยตารางเมตรนั้นค่อยคิดหาอะไรมาปลูกเสริม
ยฺหวีตัวตัวพินิจพิจารณาต้นกล้าไม้ผลอย่างถี่ถ้วน จะเลือกปลูกพันธุ์ใดดีหนอ
ไม่รู้ว่าดินและสภาพแวดล้อมของสวนแห่งนี้จะเหมาะแก่การปลูกต้นไม้ที่นางซื้อมาทั้งหมดหรือไม่ โดยเฉพาะต้นไม้เมืองร้อนอย่างกล้วย มะพร้าว และที่นางโปรดปรานที่สุดคือทุเรียน
ดังนั้น ยฺหวีตัวตัวจึงปลูกแอปเปิล สาลี่ ส้มเขียวหวาน ท้อ กล้วย มะม่วง ทุเรียน และมะพร้าว อย่างละสองต้น แบ่งเป็นไม้ผลเมืองหนาวและไม้ผลเมืองร้อนอย่างละครึ่ง ลองปลูกดูเสียก่อน หากไม่รอดค่อยเปลี่ยนทีหลัง
ครั้นยฺหวีตัวตัวปลูกต้นไม้ผลจนครบถ้วน ก็พบว่าเจ้าเหมียวเม่าคู่พาลูกสมุนไปสนุกสนานกันในป่าละเมาะเสียแล้ว
ราวกับจะแบ่งปันความอุดมสมบูรณ์ให้ทั่วถึง ขี้ไก่จึงเกลื่อนกลาดอยู่รอบโคนต้นไม้ผลทุกต้น คละเคล้าไปกับฉี่แมวของเม่าคู่ ถือเสียว่าเป็นการใส่ปุ๋ยก็แล้วกัน
ภายในบ้านมีก๊อกน้ำเพียงสองแห่งคือในครัวและห้องน้ำ ยฺหวีตัวตัวจึงหาท่อประปายาวๆ ลากออกมาจากห้องน้ำ
ท่อนี้บริษัทขายต้นกล้าแถมมาให้ บอกว่าต้นกล้าที่เพิ่งปลูกใหม่ๆ ต้องรดน้ำให้ชุ่มดินรอบๆ เพื่อให้ต้นกล้าปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ดียิ่งขึ้น
รดน้ำไปได้ครึ่งทาง ก็พบว่ามีไข่ไก่สองฟองวางแอ้งแม้งอยู่ข้างโคนต้นไม้ผลต้นหนึ่ง…
แม่เจ้าโว้ย ช่างตามสบายเสียนี่กระไร เพิ่งปลูกก็เริ่มจับจองที่ทางกันแล้ว!
ยฺหวีตัวตัวหยิบไข่ไก่ขึ้นมาถือไว้ พินิจพิจารณาอย่างละเอียด นี่เป็นไข่ครอกแรกเสียด้วย คงเป็นเพราะก่อนหน้านี้พวกมันไม่พบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทำให้แม่ไก่ไม่ยอมออกไข่…
บัดนี้พวกมันกลับมาทำหน้าที่นี้ได้อีกครั้ง แสดงว่าการปลูกต้นไม้ทำให้พวกมันรู้สึกอุ่นใจ
ยฺหวีตัวตัวถือไข่ไก่ไว้ในมือ หยิบไฟฉายจากกระเป๋าเสื้อมาส่องดู ก็พบว่าทั้งสองฟองเป็นไข่เชื้อเสียด้วย!
ยฺหวีตัวตัวค่อยๆ วางไข่ลงในรังไก่ที่ทำอย่างง่ายๆ ไว้ตรงมุมใกล้บ้าน หวังว่าแม่ไก่ใจบุญสักตัวจะเอ็นดูลูกๆ ของตนบ้าง
หากฟักออกมาได้ เลี้ยงให้เติบใหญ่ ต่อไปเสบียงของนางกับเม่าคู่คงจะอุดมสมบูรณ์ขึ้น!
รดน้ำต้นไม้ผลในสวนจนทั่ว ยฺหวีตัวตัวก็เหนื่อยอ่อนจนหมดสภาพ ยกเก้าอี้เอนหลังมาวางไว้ในสวน มองดูผลงานของตนเองตลอดทั้งวันด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง!
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางปลูกต้นไม้! ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือต้นไม้ในบ้านของนางเอง!
นางรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งที่ได้ครอบครองมิติแห่งนี้ ได้ทำตามความฝันที่จะปลีกวิเวกกลับคืนสู่ธรรมชาติเฉกเช่นเถาเยวียนหมิงมานานหลายปี
หลังจากนั้นอีกสองวัน ยฺหวีตัวตัวก็หมั่นเพียรดูแลสวนน้อยของนาง รดน้ำ ใส่ปุ๋ย หวังว่าจะได้เห็นสัญญาณการรอดชีวิตของต้นกล้าโดยเร็ว
ดูเหมือนว่าไก่จะยอมรับสภาพแวดล้อมของสวนที่มีต้นไม้แล้ว ยฺหวีตัวตัวจึงเก็บไข่ไก่ได้อีกเจ็ดฟองใต้ต้นไม้ผล โดยมีไข่เชื้อสามฟอง
เสียดายที่ไม่ได้เตรียมตู้ฟักไข่ไว้ก่อน จึงทำได้เพียงนำไข่เชื้อไปวางเรียงรายในรังหญ้า หวังว่าแม่ไก่จะสำแดงความรัก
ส่วนไข่ที่เหลือ ก็เก็บไว้ให้เจ้าเหมียวเม่าคู่ทั้งหมด ต้มให้กินวันละฟอง เติมในอาหารแมว ให้เจ้านายได้ลิ้มรสเนื้อหนังมังสา
ภายในมิติไม่ได้ยินและมองไม่เห็นความเคลื่อนไหวภายนอก แต่ยฺหวีตัวตัวไม่กลัวว่าเซี่ยอวิ๋นจะมาหานาง เพราะได้ตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่าช่วงนี้ภายนอกไม่สงบ ควรอยู่แต่ในบ้าน เฝ้าบ้านให้ดี
อีกทั้งช่วงนี้เซี่ยอวิ๋นกำลังหมกมุ่นอยู่กับตำราแพทย์แผนจีนโบราณเล่มใหม่ หากไม่มีสามห้าวัน คงไม่ออกมาเป็นแน่!
หลังจากปลูกต้นกล้าเสร็จแล้ว หากปล่อยเวลาให้ผ่านไปเปล่าๆ ก็ใช่ที ยฺหวีตัวตัวจึงปลูกข้าวโพดสิบตารางเมตรและข้าวฟ่างยี่สิบตารางเมตรบนพื้นที่ที่เหลือ
เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ นางจึงไม่กล้าปลูกมากนัก กลัวว่าจะเสียของเปล่า
อย่าดูแคลนพื้นที่เล็กๆ เหล่านี้ การปลูกพืชเหล่านี้ยากกว่าการปลูกต้นไม้ผลเสียอีก! เพียงแค่พรวนดิน นางก็ทำไปถึงสามรอบ!
แม้ชีวิตชาวนาจะเรียบง่ายและมีความสุข แต่ข่าวสารภายนอก ยฺหวีตัวตัวก็ไม่ได้พลาดแม้แต่น้อย
เสียงดังเอะอะโวยวายภายนอกในยามเช้าตรู่ และเสียงทุบกระจกที่ดังมาจากชั้นล่างในยามหลับใหล ล้วนบ่งบอกถึงความไม่สงบในตึก
แจ้งตำรวจไปก็ไร้ประโยชน์ สถานีตำรวจถูกน้ำท่วมไปตั้งแต่วันแรกแล้ว โทรไปก็ไม่มีใครรับสาย
ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ น้ำท่วมขังเมืองมาหกวันแล้ว ฝนยังไม่หยุด ฟ้าร้องก็ยังไม่เงียบ หน่วยกู้ภัยก็เป็นคน เมื่อถึงเวลาอันตรายถึงชีวิตเช่นนี้ คงไม่มีใครกล้าออกไปไหนกระมัง
พนักงานบริษัทที่อาศัยอยู่ในชั้นล่างมาถึงจุดแตกหักแล้ว หกวันไม่ได้กินข้าว ไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ใครก็ทนไม่ได้ทั้งนั้น
คนเรามิได้เดือดร้อนเพราะขาดแคลน แต่เดือดร้อนเพราะความไม่เท่าเทียม ชาวบ้านที่อยู่ชั้นบนจึงกลายเป็นเป้าหมายแห่งความอิจฉาริษยา
ทำไมคนชั้นบนถึงได้กินดีอยู่ดี มีเตียงนอน ในขณะที่พวกเขาเป็นเหมือนคนจรจัดที่ถูกเมืองทอดทิ้ง ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่!
แต่ในความเป็นจริง แม้แต่คนธรรมดาทั่วไป หากไฟฟ้าและน้ำประปาถูกตัดขาด ต้องอยู่ในบ้านเป็นสัปดาห์ ก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากเช่นกัน
เช่นเดียวกับอพาร์ตเมนต์ที่ยฺหวีตัวตัวอาศัยอยู่ ผู้ที่พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่ไม่ค่อยทำอาหารกินเอง คราวนี้เสบียงอาหารสำรองจึงหมดไปเกือบหมดแล้ว
ถึงแม้จะมีเหลืออยู่บ้าง ก็คงเก็บไว้เพื่อเอาตัวรอด ใครจะโง่เอาออกมาแบ่งปันให้กับหลุมดำที่ไม่รู้จักเต็มอิ่มที่ชั้นล่าง!
บ้านที่ยังไม่ถูกงัดแงะในตึก ต่างก็ขนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านออกมาขวางประตูอย่างสุดกำลัง กลัวว่าภูตผีปีศาจเหล่านี้จะบุกเข้ามา!
แม้จะมีประตูกันขโมยถึงสี่ชั้น ยฺหวีตัวตัวก็ยังไม่วางใจอยู่ดี คนที่เคยมีชีวิตรอดในวันโลกาวินาศมานาน ย่อมไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกปลอดภัย
ดังนั้นนางจึงไม่ได้อาศัยอยู่ในมิติโดยตรง กลัวว่าวันหนึ่งเมื่อออกมา โลกจะเปลี่ยนไปแล้ว
เพื่อที่จะได้ยินความเคลื่อนไหวภายนอกอย่างชัดเจน นางถึงกับย้ายเตียงนอนในห้องไปไว้ที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
ในที่สุด ในช่วงกลางดึกของวันที่แปด ยฺหวีตัวตัวก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาจากภายนอกในขณะที่หลับใหล
รีบลุกขึ้นจากเตียง หยิบดาบถังเหิงออกมาจากมิติ ถือไว้ในมือ ค่อยๆ ย่องไปใกล้ประตู
เปิดกล้องอินฟราเรดที่ติดตั้งไว้ในทางเดิน นี่คือนางไปหามาจากบริษัทเครื่องใช้ในบ้านอัจฉริยะที่ชั้นล่าง ติดตั้งไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวในทางเดิน
มีคนกำลังงัดประตู ไม่ใช่แค่คนเดียว!
มีถึงหกคน!
ทุกคนถือมีดทำครัวอยู่ในมือ คงจะขโมยมาจากบ้านของผู้พักอาศัยที่ชั้นล่าง
กระแสไฟฟ้าบนประตูทางเดินยังเปิดอยู่ คนเหล่านั้นยังกล้าที่จะงัดประตูเช่นนี้ คงจะได้รับบทเรียนจากครั้งก่อน คราวนี้จึงสวมถุงมือพลาสติกที่ไม่นำไฟฟ้า
คนเหล่านี้ดูท่าทางจะเล็งเป้าหมายไปที่ชั้นสิบสองแล้ว ท้ายที่สุดมีคนเห็นพนักงานส่งอาหารนำอาหารขึ้นไปที่ชั้นบนสุด และพวกนางก็บังเอิญติดตั้งประตูไว้… หากไม่ตีให้แตกที่นี่ก็คงไม่ยอมรามือ
ยฺหวีตัวตัวหยิบแว่นมองกลางคืนออกมาสวม จากนั้นก็เปลี่ยนดาบถังเหิงสั้นๆ เป็นดาบซิ่วชุนที่มีขนาดยาวถึงยี่สิบเอ็ดนิ้ว
ค่อยๆ เปิดประตูบ้านของตนเอง แวบออกไป
ทางเดินมืดมิดกว่าที่อื่น ยฺหวีตัวตัวหยิบไฟฉายแรงสูงออกมา สาดแสงใส่คนข้างนอกอย่างแรง แล้วปิด
ในขณะที่คนเหล่านั้นกำลังอยู่ในภาวะตาพร่าชั่วขณะ ยฺหวีตัวตัวก็รีบเปิดประตูกระจกด้านในทางเดิน ใช้ดาบซิ่วชุนแทงทะลุประตูออกไปหลายครั้ง
คนข้างนอกตกใจ ยังไม่ทันได้ร้องออกมา ความเจ็บปวดที่หน้าอกก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างในทันที ล้มลงอย่างแรง