ตอนที่ 38

บทที่ 38 พิชิตตึกสำนักงาน สวนน้อยที่เคยหย่อมหย้า กลายร่างเป็นสนามฟุตบอลไปเสียแล้ว

ยวี๋ตัวตัวใช้สองเท้าก้าววัดสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง พบว่ากว้างยาวด้านละ 100 เมตร รวมแล้วมีเนื้อที่ถึง 10,000 ตารางเมตร!

ทำให้สวนผลไม้ที่เคยเกือบจะเต็มพื้นที่ กลับดูเล็กกระจ้อยร่อยไปในบัดดล

สวนเพิ่มเนื้อที่ขึ้นถึง 9,000 ตารางเมตร เห็นทีว่าการมาในวันนี้คุ้มค่ายิ่งนัก!

ด้วยความตื่นเต้น ยวี๋ตัวตัวจึงแวะไปดู "ชิวคู่" ที่รังแมว เห็นเพียงคราบเล็กๆ บนแผ่นรองกันเชื้อโรค ไม่มีร่องรอยสกปรกอื่นใด คาดว่าอาการท้องเสียคงทุเลาลงแล้ว นอนหลับสนิท

ยวี๋ตัวตัวคิดใคร่ครวญแล้วจึงอุ้ม "ชิวคู่" ออกจากมิติ เคาะประตูห้องข้างๆ

"ดูเหมือนอาการท้องเสียจะหยุดแล้ว รบกวนคุณหมอเซี่ยช่วยตรวจดูอีกที!" เซี่ยอวิ๋นเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ สวมชุดนอน ผมยังเปียกชื้น

"เข้ามาสิ"

การฟังเสียง ตรวจคลำดำเนินไปอีกนาน

เมื่อเสร็จสิ้น เซี่ยอวิ๋นก็เหลือบมองยวี๋ตัวตัว "พ้นช่วงอันตรายแล้ว ต่อไปก็ค่อยๆ บำรุงก็พอ ช่วงนี้ให้เติมโปรไบโอติกในอาหารของแมวบ้างเล็กน้อย เผื่ออาการกำเริบ" ว่าแล้วก็ลุกขึ้นไปหยิบยาในตู้

"ไม่ต้องแล้ว ยาสามัญประจำบ้านยังมีโปรไบโอติกเหลืออยู่สองกล่อง น่าจะพอ! สรุปว่าขอบคุณ!"

"ไม่ต้องขอบคุณ จำไว้ว่าต้องส่งทุเรียนมาด้วย" เซี่ยอวิ๋นมั่นคงดุจขุนเขา

ยวี๋ตัวตัว... เกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ฮือๆๆ ทุเรียนของข้า!

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ยวี๋ตัวตัวก็เห็นความเคลื่อนไหวที่ชั้นล่าง ผู้คนจำนวนมากออกจากบ้านเพื่อหาอาหาร

หลังจากช่วยเหลือตลอดทั้งวัน ผู้คนที่บ้านถูกน้ำท่วมก็ไปยังศูนย์พักพิงหมดแล้ว

แต่คนที่เหลืออยู่เล่า จะทำอย่างไร?

รอคอยมาทั้งวัน กลับไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของเรือท้องแบนอีกเลย

ความหิวโหยอย่างแสนสาหัสทำให้ความเชื่อมั่นในจิตใจของผู้คนค่อยๆ พังทลาย สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด

ในเมื่อไม่มีใครสนใจความเป็นตายของพวกเขาแล้ว แทนที่จะนั่งรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเลื่อนลอยอยู่ในบ้าน สู้เสี่ยงออกไปข้างนอก เผื่อจะหาทางรอดได้!

แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง กลับได้รับความสะดวกสบายจากการพัฒนาสาธารณูปโภคของเมือง ใครเล่าจะมีเรือไว้โดยไม่มีเหตุผล!

ดังนั้น อุปกรณ์ในการออกไปข้างนอกของแต่ละบ้านในวันนี้จึงแปลกประหลาดพันลึก บ้างก็ยกอ่างอาบน้ำไม้ของตัวเองออกมา บ้างก็กอดล้อรถยนต์ บ้างก็กอดที่นอนลมและโซฟาลม บางคนถึงกับไม่เอาอะไรเลย ว่ายน้ำไป...

เมื่อมองทิศทางที่ทุกคนมุ่งหน้าไป เป้าหมายของพวกเขาดูเหมือนจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งเป็นห้างที่ยวี๋ตัวตัวเคยไปกวาดล้างเมื่อไม่กี่วันก่อน!

เมื่อคิดถึงวันที่ตนเองไป เพราะพื้นที่และเวลาจำกัด จึงนำสิ่งของกลับมาได้เพียง 1,000 ตารางเมตรเท่านั้น ในใจจึงรู้สึกเสียดายอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

แต่ตอนนี้มีคนไปกันเยอะแล้ว ของคงถูกแบ่งปันกันไปเกือบหมดแล้วกระมัง

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังจากในตึก เป็นผู้พักอาศัยคนอื่นๆ ที่ชั้น 12 กำลังคุยกันที่ทางเดิน

ยวี๋ตัวตัวลุกจากเตียง มองออกไปข้างนอกผ่านกล้องวงจรปิดที่ทางเดิน

เห็นชายหนุ่มสองคนจากห้อง 1220 ตรงข้าม กำลังถือถังน้ำแร่เปล่าขนาด 12 ลิตรคนละถัง เตรียมตัวออกไปข้างนอก

พวกเขาคิดจะกอดถังว่ายน้ำออกไปหรือนี่?

ชาติที่แล้วตนเองก็เคยทำเรื่องแบบนี้ เป็นการกระทำที่ถูกบีบบังคับ

กิจกรรมกลางวันเช่นนี้ นางไม่อยากเข้าร่วม นอกจากจะอันตรายแล้ว เพียงแค่เห็นเรือยางของนาง พวกเขาคงอยากจะกินนางทั้งเป็นเป็นแน่!

นางยังคงถนัดการออกไปในยามค่ำคืนเพียงลำพังมากกว่า

ปิดกล้องวงจรปิด ยวี๋ตัวตัวเข้าไปในมิติเพื่อให้อาหารสัตว์เลี้ยง

"เหมาคู่" ยังคงเดินเตร็ดเตร่อยู่กับฝูงไก่เช่นเคย ตอนนี้พื้นที่สวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จ้าวแห่งขุนเขาท่านนี้ยิ่งดูสง่างามราวกับกำลังตรวจตราตามปกติ

อาการของ "ชิวคู่" ดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังคงขดตัวอยู่ในรังแมว ไม่ยอมออกมา สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ก็ต้องใช้เวลาปรับตัว ยวี๋ตัวตัวไม่อยากบังคับมัน

รดน้ำต้นไม้ผล เก็บไข่ไก่ แล้วก็พลิกดินปลูกต้นข้าวโพดที่ถูกไก่กินไปใหม่ คราวนี้ล้อมรั้วไว้ด้วย

คลอเคลียแมว หยอกล้อไก่ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงตอนเย็น

เวลา 22 นาฬิกา ยวี๋ตัวตัวเปลี่ยนชุดเก่งที่ใส่ออกไปข้างนอกเป็นประจำ เดินลงบันไดอย่างเบามือ

สภาพแวดล้อมรอบๆ คอนโดมิเนียม ยวี๋ตัวตัวคุ้นเคยราวกับหลับตาเดินได้ ตอนที่ออกแบบคอนโดมิเนียมหลังนี้ ได้ทำรายงานวิเคราะห์อย่างละเอียดหลายรอบ เพียงแค่สไลด์พรีเซนเทชั่นก็ทำไปไม่ต่ำกว่า 30 ชุด

ออกจากตึกคอนโดมิเนียม ข้ามถนนไปหนึ่งสาย ตรงข้ามคือจัตุรัสซีบีดี (CBD Plaza) เมื่อก่อนยังมีคุณป้ามากมายมาเต้นแอโรบิกที่นี่

สุดจัตุรัสคือห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์แห่งนั้น ด้านหลังคือตึกสำนักงานสูงร้อยเมตรสามหลัง

ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจของเมืองฮุยที่ทุกคนจับตามอง ตึกสำนักงานเหล่านี้ล้วนเป็นที่ตั้งของบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมือง นี่คือเป้าหมายของยวี๋ตัวตัวในวันนี้

ไม่กล้าติดเครื่องยนต์ของเรือท้องแบน กลัวจะรบกวนคนอื่นๆ ยวี๋ตัวตัวใช้ความพยายามพายเรือกว่าสี่สิบนาทีจึงมาถึงใต้ตึกสำนักงานหลังแรก

ระดับน้ำลึก 8 เมตร ท่วมถึงชั้นสามของตึกสำนักงานแล้ว ยวี๋ตัวตัวอ้อมไปด้านหลังตึกสำนักงานที่หันหลังให้ถนน หาตำแหน่งที่ไม่สะดุดตา แล้วใช้วิธีเดิมระเบิดกระจกเข้าไปในอาคาร

วันสิ้นโลกเพิ่งเริ่มต้น ผู้คนต่างมุ่งความสนใจไปที่การหาอาหาร ในตึกสำนักงานย่อมไม่มีอาหารที่ทุกคนต้องการ

แต่ยวี๋ตัวตัวที่กลับชาติมาเกิดใหม่รู้ดีว่า หากต้องการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก การมีอาหารเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมองการณ์ไกลกว่านั้น

ยวี๋ตัวตัวปีนขึ้นไปที่บริษัทบนชั้นบนสุดก่อน แล้วค่อยๆ กวาดล้างลงมา

ชั้น 13-20 ของตึกสำนักงานเป็นของบริษัทร่วมทุนที่มีชื่อเสียง บริษัทมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง การตกแต่งภายในหรูหราอย่างยิ่ง

หรูหราขนาดไหนน่ะหรือ...

สำนักงาน 8 ชั้น ตกแต่งสไตล์จีนโบราณทั้งหมด เครื่องเรือนทุกชิ้น รวมถึงโต๊ะทำงานของพนักงาน ล้วนทำจากไม้เนื้อแข็งทั้งหมด เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ห้องประชุม 12 ห้อง และห้องชงชา ใช้ไม้จันทน์สีทองทั้งท่อน

ตามราคาตลาดก่อนวันสิ้นโลก เพียงแค่โต๊ะเก้าอี้เหล่านี้ก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าล้าน

ยวี๋ตัวตัวไม่ได้สนใจมากนัก ตรงขึ้นไปที่ชั้นบนสุด

บนชั้นบนสุด นอกจากฝ่ายเลขานุการแล้ว มีโต๊ะเก้าอี้เพียง 6 ชุด และตู้เอกสารเต็มผนัง ที่เหลือทั้งหมดเป็นพื้นที่ของห้องผู้จัดการใหญ่ ซึ่งชั้นนี้มีพื้นที่ถึง 2,000 ตารางเมตร!

นายทุนใจร้าย!

เมื่อเข้าไปในห้อง จะพบกับห้องรับแขกขนาด 1,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นสองส่วน ตรงกลางใช้หยกดิบขนาดใหญ่เป็นฉากกั้น ด้านหนึ่งเป็นโซนจิบชา อีกด้านเป็นโซนชิมไวน์

ชาติที่แล้วยวี๋ตัวตัวเคยมาหาเสบียงที่นี่ แต่มาช้าเกินไป สิ่งของข้างในถูกกวาดไปจนหมดเกลี้ยง ไม่มีอะไรเหลือ

ยวี๋ตัวตัวใช้มือก๊อกหยกดิบขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นฉากกั้นเบาๆ มิติชอบของแบบนี้ที่สุด! ไม่ต้องสงสัย เก็บเข้ามิติไป!

ไปที่โซนจิบชาก่อน โต๊ะชาแกะสลักรากไม้หลีฮวาขนาดใหญ่พิเศษ เข้าชุดกับชุดโซฟาเก้าอี้ไม้หลีฮวาขนาดใหญ่สองชุด ดูโอ่อ่า

######################

ด้านหลังวางโครงไม้ฉลุลายหลีฮวา บนนั้นวางชาชั้นดีต่างๆ มากมาย ชาต้าหงเผาจากอู่อี๋ซาน ชาหลงจิ่งจากซีหู ชาปี้หลัวชุนจากต้งถิง ชาเถียกวนอินจากอานซี ชาผูเอ๋อร์ ชาหวงซานเหมาเฟิง ชาซิ่นหยางเหมาเจียน ฯลฯ ไม่ต่ำกว่ายี่สิบชนิด

เฟอร์นิเจอร์และชา เก็บเข้าห้องว่างบนชั้นสี่ของมิติทั้งหมด!

ต่อมาคือโซนชิมไวน์ ไวน์แดงชั้นดีเต็มผนัง

ตู้แช่ไวน์ควบคุมอุณหภูมิเป็นแบบสำรองไฟ แม้ว่าไฟจะดับไปเกือบครึ่งเดือนแล้ว จอแสดงผลอุณหภูมิของตู้แช่ไวน์ก็ยังคงแสดงตัวเลข 15 องศาเซลเซียส

เก็บเข้าห้องว่างบนชั้นสี่ของมิติพร้อมกับตู้แช่ไวน์ วางรวมกับชา พอดีเต็มห้อง

เดินเข้าไปด้านในต่อ เป็นโต๊ะทำงานของผู้จัดการใหญ่ ยวี๋ตัวตัวอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างเมื่อเห็นชั้นวางของด้านหลังเก้าอี้ผู้บริหาร!