ตอนที่ 46
**บทที่ 46 อลธมารล้อมจับ ยังคงงัดตู้เซฟต่อไป**
บทที่ 46 อลธมารล้อมจับ ยังคงงัดตู้เซฟต่อไป
คราวนี้เป็นคราวของตู้เซฟทั้งสิบเอ็ดตู้ที่ได้มาจากบริษัทเทคโนโลยีนวัตกรรมพลังงาน แบ่งเป็นสี่ตู้จากห้องทำงานของเถ้าแก่ และเจ็ดตู้จากห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง
การงัดตู้พวกนี้ง่ายดายกว่าสองตู้แรกมาก ใช้เวลาเพียงสิบนาทีก็จัดการเรียบร้อย!
ปรากฏว่าข้างในมีแต่กระดาษแดง ไม่สิ ต้องเรียกว่าธนบัตรแดง!
สี่ตู้ของเถ้าแก่ แต่ละตู้มีหนึ่งล้าน อีกเจ็ดตู้รวมกันได้หนึ่งล้าน รวมเป็นห้าล้าน
หากเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนวันโลกาวินาศ นางคงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ นั่นหมายความว่านางสามารถกักตุนอาหารเดลิเวอรี่ร้อนๆ ได้มากขึ้น!
คงไม่ต้องประหยัดอดออมกินน่องไก่ทอดกับพิซซ่าเช่นนี้!
จากนั้นอวี๋ตัวตัวจึงหยิบน่องไก่ทอดและโค้กจากครัวมิติออกมา นั่งกินบนโซฟา พลางครุ่นคิดว่าจะนำธนบัตรแดงจำนวนมากเหล่านี้ไปใช้จ่ายให้หมดโดยเร็วได้อย่างไร
นางจำได้ว่าในชาติก่อน รัฐบาลได้จัดตั้งตลาดสดขึ้น ทั้งตลาดเล็กที่จัดโดยหน่วยงานรัฐบาลเขต และตลาดใหญ่ที่จัดโดยหน่วยงานรัฐบาลเมือง
ห้างสรรพสินค้าหน้าหมู่บ้านของอวี๋ตัวตัว หลังจากถูกผู้อยู่อาศัยรอบข้างกวาดซื้อจนหมดเกลี้ยงแล้ว ก็ถูกรัฐบาลเขตยึดไปใช้เป็นสถานที่เปิดตลาดสด
ตลาดสดมีลักษณะคล้ายกับห้างสรรพสินค้า แบ่งออกเป็นส่วนขายของทางการและส่วนขายของส่วนตัว เพื่อจัดหาสิ่งของให้ผู้คนได้ซื้อ
อวี๋ตัวตัวเคยไปตลาดเล็กเพียงครั้งเดียว เหมือนกับหนุ่มสาวห้องตรงข้ามที่ถือถังออกไปข้างนอก เกือบถูกน้ำท่วมตาย ตอนนั้นระดับน้ำภายนอกสูงกว่าสิบเมตร!
ราคาสิ่งของทุกอย่างสูงเกินจริง แต่เสบียงช่วยเหลือกลับไม่ปรากฏให้เห็น
ชาวบ้านจนปัญญา เพื่อความอยู่รอด แม้จะแพงแค่ไหนก็มีคนจำนวนมากแห่กันไปแย่งซื้อ
ก๊อกๆๆ
ขณะที่กำลังคิดอยู่ ก็มีคนมาเคาะประตู เซี่ยอวิ๋นมาเรียกให้นางออกเดินทาง นางรีบเก็บน่องไก่ทอดและโค้กที่กินไม่หมดใส่เข้าไปในมิติ เปิดหน้าต่างระบายกลิ่น
เมื่อเปิดประตู เซี่ยอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของอวี๋ตัวตัวอยู่สองวินาที ก็หัวเราะออกมา “เจ้าอยากกินให้หมดก่อนค่อยไปหรือไม่?”
อวี๋ตัวตัวรีบเอามือลูบหน้า ควานหาเศษไกทอดสองสามชิ้น… อวี๋ตัวตัวหน้าเจื่อน
เซี่ยอวิ๋นไม่ได้พูดอะไรอีก เดินตรงไปเปิดประตูทางเดิน แล้วเดินออกไปข้างนอก
อวี๋ตัวตัวรีบสะพายกระเป๋าเรือยางของตนเองแล้วออกไปข้างนอก
แม้ว่าในมิติจะมีเรือยางที่สูบลมเตรียมพร้อมไว้อยู่หลายลำ แต่เมื่ออยู่กับเซี่ยอวิ๋นก็ต้องแสดงท่าทางเสียหน่อย!
ล็อคประตูเรียบร้อย หันกลับมาก็เห็นเซี่ยอวิ๋นกำลังนั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าชายที่นอนอยู่ด้านนอกเพื่อตรวจสอบ
“เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
อวี๋ตัวตัวรู้ดีอยู่แก่ใจ ชายนอนอยู่ที่นี่อย่างน้อยหกเจ็ดชั่วโมงแล้ว ไม่ขยับเขยื้อน ไม่ตายก็ใกล้ตาย แต่ก็ต้องถามไถ่เสียหน่อยถึงจะดูไม่เย็นชาจนเกินไป
“ร่างกายแข็งทื่อแล้ว คาดว่าตายมาไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมง มีรอยด่างตามผิวหนังแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นกล่าวจบก็ขมวดคิ้วลุกขึ้น “อากาศชื้นและร้อน วางทิ้งไว้ตรงนี้ ไม่ทันพรุ่งนี้เช้าก็ส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ต้องรีบจัดการ เจ้าบอกเมื่อครู่ว่าเขาอยู่ห้องไหน?”
“ห้อง 1216” อวี๋ตัวตัวสงสัยว่าหมอนี่จะทำอะไร
ก๊อกๆๆ เซี่ยอวิ๋นเคาะประตูห้อง 1216 ก๊อกๆๆ…
รออยู่สองนาที ทั้งไม่มีใครมาเปิดประตู ทั้งไม่มีใครส่งเสียงตอบรับ
“คงจะอยู่คนเดียว จัดการเลยเถอะ ทิ้งไว้นานจะเพาะเชื้อแบคทีเรีย” เซี่ยอวิ๋นมองไปที่อวี๋ตัวตัว ถามความเห็นของนาง
อวี๋ตัวตัวมองไปที่ห้องตรงข้าม “ตกลง” คงจะขวัญเสียกันไปแล้วกระมังสำหรับสองคนห้องตรงข้าม
ในชาติก่อน ตอนที่นางเจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก ก็ตกใจไม่น้อย แต่พอเจอมากเข้าก็ชินชา
เซี่ยอวิ๋นยกคนขึ้น แล้วโยนลงไปจากหน้าต่าง โดยไม่ให้อวี๋ตัวตัวแตะต้องศพ
เนื่องจากสภาพอากาศ ทำให้มีกลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียนบางอย่างลอยออกมา
อวี๋ตัวตัวเพิ่งสังเกตว่า ก่อนที่หมอนี่จะตรวจสอบศพยังสวมถุงมือยางใช้แล้วทิ้งด้วย สมกับเป็นหมอจริงๆ พิถีพิถัน!
จากนั้นทั้งสองก็ลงบันไดไปอย่างเงียบเชียบ เมื่อถึงชั้นสาม เซี่ยอวิ๋นก็เปิดเครื่องสูบลมเรือยางของเขา “ไปลำเดียวเถอะ ตอนกลับค่อยเปิดของเจ้า ประหยัดแรง”
ไม่ต้องให้นางพายเรือ อวี๋ตัวตัวย่อมยินดี เซี่ยอวิ๋นจึงพายเรือ ส่วนนางก็สวมกล้องส่องทางไกลเวลากลางคืนของเซี่ยอวิ๋นเพื่อเฝ้าระวัง
เมื่อออกจากขอบเขตของหมู่บ้าน เซี่ยอวิ๋นก็เอ่ยถาม “ลิฟต์ในอาคารอพาร์ตเมนต์สามารถซ่อมแซมให้ใช้งานได้หรือไม่? การขนย้ายสิ่งของขึ้นลงมันลำบากเกินไป”
อวี๋ตัวตัวหัวเราะ เซี่ยอวิ๋นที่เมื่อคืนนอนคว่ำอยู่บนพื้นขยับเขยื้อนไม่ได้ ภาพลักษณ์ของชนชั้นนำทางสังคมแตกกระเจิงไปหมดแล้ว!
“ไม่ได้หรอก มันแช่อยู่ในน้ำมาครึ่งเดือนแล้ว ชิ้นส่วนของลิฟต์ขึ้นสนิมไปหมดแล้ว การบังคับให้จ่ายไฟเพื่อให้มันทำงานจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรทันที อย่าหวังเลย!”
อวี๋ตัวตัวตัดความคิดของเขา แต่เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของเขา นางก็คิดแล้วพูดว่า
“แต่สามารถพิจารณางัดประตูลิฟต์ของชั้นบนชั้นล่างออก แล้วติดตั้งตะกร้าแขวนไว้ที่ชั้นบนสุด ใช้เชือกหย่อนสิ่งของขึ้นไปจากปล่องลิฟต์”
“อันนี้พอจะลองดูได้!”
หลังจากฟังข้อเสนอของอวี๋ตัวตัวแล้ว เซี่ยอวิ๋นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ดูเหมือนกำลังคิดว่าจะนำความคิดนี้ไปปฏิบัติจริงได้อย่างไร
เซี่ยอวิ๋นพายเรือเร็วกว่าอวี๋ตัวตัวมาก ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็ถึงอาคารสำนักงานหลังสุดท้าย
เซี่ยอวิ๋นรับหน้าที่งัดกระจก ส่วนอวี๋ตัวตัวก็คอยระวังรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมาลอบโจมตี
“มีคนกำลังมา ระวังตัวด้วย!” อวี๋ตัวตัวเตือนเสียงเบา นางสังเกตจากกล้องส่องทางไกลเวลากลางคืนว่าดูเหมือนมีเรือยางกำลังเข้ามาใกล้ทางนี้ ไม่ใช่คนน้อยๆ ด้วย!
เมื่อได้ยิน เซี่ยอวิ๋นก็หยุดการกระทำที่กำลังทุบกระจกอยู่ เปลี่ยนทิศทางเรือยางทันที เริ่มพายกลับ พร้อมกับเอื้อมมือหยิบปืนยิงตะปูจากกระเป๋าออกมา
ส่วนอวี๋ตัวตัวก็ฉวยโอกาสในช่วงที่มืดมิด หยิบมีดปักษาเหมยออกมาจากมิติ
แต่ยังพายไปได้ไม่กี่เมตร เรือยางด้านหลังก็พายตามมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกล้อมไว้แล้ว
มีเรือยางทั้งหมดห้าลำ มีคนประมาณสิบกว่าคน แต่ละคนหน้าตาดุดัน รอยสักลายพร้อยโผล่พ้นเสื้อกล้ามออกมา…
พี่ใหญ่ลายพร้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้าพูดขึ้นว่า “แม่งเอ๊ย! พวกแกสองคนสินะ ที่ฆ่าพวกพ้องของพวกเราไปมากมาย ทำให้พวกข้าต้องตามหาแทบพลิกแผ่นดิน
เฝ้าพวกแกมาทั้งวัน ในที่สุดก็ปรากฏตัวออกมา สั่งลุยเลย! สับพวกมันให้แหลกเพื่อแก้แค้นให้พี่น้องที่ตายไป!”
เซี่ยอวิ๋นขมวดคิ้วกล่าวว่า “เดี๋ยวก่อน พวกเราไปหาเรื่องพวกท่านตั้งแต่เมื่อไหร่? ฆ่าพี่น้องอะไรของท่าน เข้าใจผิดแล้วกระมัง?”
“แกอย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง!” พี่ใหญ่ลายพร้อยเหลือบมองกระจกที่แตกไปครึ่งหนึ่ง “ศพยังอยู่ในอาคารสำนักงานข้างๆ เทคนิคการทุบกระจกก็เหมือนกัน แกยังกล้าปฏิเสธ!”
ในใจของอวี๋ตัวตัวรู้สึกสะท้าน เมื่อนึกถึงคนที่ถูกนางช็อตไฟฟ้าตายเมื่อคืน… พวกนี้คงจะมาแก้แค้นให้นางกระมัง?
ไม่รอให้อวี๋ตัวตัวพูด ลูกน้องด้านตรงข้ามก็ชักมีดดาบออกมาพุ่งเข้ามาทันที!
โชคดีที่ทุกคนอยู่บนเรือ ความเร็วจึงมีจำกัด…
เซี่ยอวิ๋นไม่ลังเลที่จะหยิบปืนยิงตะปูขึ้นมา ยิงออกไป ปังๆๆ เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ทุกคนตกลงไปในน้ำทันที
ปืนยิงตะปูมีระยะยิงที่จำกัด มีระยะหวังผลเพียงประมาณห้าเมตรเท่านั้น
ดังนั้นเซี่ยอวิ๋นจึงไม่ได้ยิงตะปูใส่คน แต่เล็งไปที่เรือยางซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ยิงโดนทุกนัด!
เรือยางที่รั่วแล้วยุบตัวลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จมลงอย่างรวดเร็ว…
พี่ใหญลายพร้อยส่วนใหญ่ว่ายน้ำไม่เป็น พอตกลงไปในน้ำก็จมลงไปทันที หลังจากโผล่ขึ้นมาสองสามครั้งก็ไม่เห็นตัวอีกเลย
มีเพียงพี่ใหญ่ลายพร้อยสี่คนที่ว่ายน้ำเก่ง ถือมีดดาบว่ายน้ำอย่างสุดกำลังมายังเรือยางที่อวี๋ตัวตัวอยู่…