ตอนที่ 12
**บทที่ 12 กำจัดภัยคุกคามตั้งแต่ยังเป็นหน่ออ่อน**
หนิงเซี่ยกลับมองเขาอย่างสบายอารมณ์ ตั้งใจจะให้เขาเอ่ยคำขอโทษให้ได้
ผู้กองจ้าวไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากกัดฟันพูดว่า "สหายหนิง ขอโทษด้วย ผมขอโทษสำหรับความใจร้อนของผม"
หนิงเซี่ยยิ้มแบบฝืนๆ "เห็นแก่หน้าท่านผู้กำกับเฉิน ฉันรับคำขอโทษของคุณ และขอเตือนคุณด้วยความหวังดีว่า อย่าทำตัวเป็นคนดีที่ไหนไม่เข้าเรื่อง ถ้าฉันกลัวจนถอนฟ้อง กลับไปอยู่บ้านตระกูลหลี่ แล้วพวกมันเล่นงานเราสองแม่ลูกอีกครั้ง ชีวิตสองชีวิตของแม่ลูกฉัน คุณจะชดใช้ไหวเหรอ?"
"ในเมื่อใส่เครื่องแบบนี้แล้ว ก็ควรรู้ว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร คุณเป็นตำรวจ ไม่ใช่ป้าข้างบ้าน!"
หน้าของผู้กองจ้าวดำเหมือนก้นหม้อ "ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ สหายหนิง"
หนิงเซี่ยแสร้งยิ้ม "ไม่เป็นไร"
ท่านผู้กำกับเฉินฮึดฮัด "กลับไปทบทวนตัวเองซะ!"
ผู้กองจ้ารีบวิ่งออกไป
หนิงเซี่ยบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงลุกขึ้นยืน "ขอบคุณท่านผู้กำกับเฉิน"
ท่านผู้กำกับเฉินกล่าวว่า "เรื่องนี้เขาทำผิดจริง เป็นความประมาทเลินเล่อในการทำงานของผมเองด้วย สหาย เรื่องของคุณผมได้ยินมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ผมจะกำกับดูแลคดีนี้ด้วยตัวเอง"
ในใจหนิงเซี่ยรู้สึกดีใจมาก แม้ว่าตอนนี้ขวดยาคงหาไม่เจอแล้ว แต่ถ้าท่านผู้กำกับเฉินกำกับดูแลด้วยตัวเอง แรงกดดันที่ตระกูลหลี่จะต้องเจอคงไม่น้อย บางทีอาจจะเผยพิรุธออกมาก็ได้
ดังนั้นหนิงเซี่ยจึงกล่าวขอบคุณท่านผู้กำกับเฉินอีกครั้ง แล้วจึงพาหนิงเหิงออกมา
เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าสองแม่ลูกอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลฟาง หนิงเซี่ยจึงไม่ได้ทักทายฟางจื้อซินอีก พาหนิงเหิงออกจากสถานีตำรวจไปเลย
ตอนออกมาก็บังเอิญเจอกับผู้กองจ้าวที่ถูกสั่งให้กลับไปทบทวนตัวเอง
ผู้กองจ้าวเข็นจักรยานของเขา ยืนอยู่หน้าประตูสถานีตำรวจ มองสองแม่ลูกหนิงเซี่ยด้วยสายตาเหมือนงูพิษ ก่อนจะขี่จักรยานจากไป
หนิงเหิงเป็นห่วง "แม่ ไอ้แซ่จ้าวจะไม่มาแก้แค้นเราหรอกเหรอ?"
หนิงเซี่ย "มั่นใจหน่อยสิ เอาคำว่า 'ไม่' ออกไป"
หนิงเหิง: … แม่เขายังมีอารมณ์ขันอยู่อีก สมแล้วที่เป็นประธานหนิง ดูความแข็งแกร่งทางจิตใจนี่สิ!
หนิงเซี่ยมองตามแผ่นหลังของผู้กองจ้าวที่หายลับไปตรงหัวมุมถนน พลางหรี่ตาลง
คนอย่างเธอ ชอบที่จะกำจัดภัยคุกคามทั้งหมดตั้งแต่ยังเป็นหน่ออ่อน!
"ไปสิลูก กลับบ้าน วันนี้เราจะได้ลองกินเนื้อกันแล้ว"
พอหนิงเหิงได้ยินว่ามีเนื้อให้กิน ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
สวรรค์ เขายังไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต! ชาติที่แล้วตามแม่กินอาหารหรูหรามาก็เยอะ ไม่เคยรู้จักคำว่าอยากเลย ใครจะรู้ว่าพอมาเกิดใหม่ กินแต่ซุปใสๆ สองวันติดกัน ทำเอาเขาอยากร้องไห้
แต่ถึงจะอยากแค่ไหน เขาก็ยังจำเรื่องหนึ่งได้ "แม่ แล้วหลักฐานเสียงนั่นมาได้ยังไง?"
หนิงเซี่ยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "เมื่อวานฉันจงใจพูดจูงใจให้ไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นพูดแบบนั้น แล้วฉันก็ใช้เครื่องบันทึกเสียงบันทึกไว้ จากนั้นก็ใช้คอมพิวเตอร์ในมิติห้างสรรพสินค้าตัดต่อ แล้วก็แปลงลงในเทปคาสเซ็ต" ในห้างสรรพสินค้าของเธอมีร้านค้าพิเศษชื่อ "พิพิธภัณฑ์ความทรงจำแห่งกาลเวลา" ที่ขายของทุกอย่างในยุค 70, 80 และ 90 แน่นอนว่าต้องมีวิทยุและเทปคาสเซ็ตอยู่แล้ว
หนิงเหิงอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้กับการกระทำที่รอบคอบของแม่เขา
หนิงเซี่ยยิ้ม นี่เป็นแค่กลเม็ดเล็กๆ น้อยๆ เป็นการปฏิบัติงานตามปกติ ไม่นับว่าเป็นอะไร
หาที่ลับตาคน เธอคว้าปลาคาร์ปตัวใหญ่หนักสี่จินจากบ่อเลี้ยงในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า เด็ดหญ้าข้างทางมามัดเป็นเชือก แล้วเอาปลาเสียบ หิ้วกลับบ้านตระกูลฟาง
ป้าฟางกำลังตากเสื่อรองนอน หนิงเหิงก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความละอายใจอีกครั้ง ป้าฟางหัวเราะไม่หยุด พอหันกลับมาเห็นปลาตัวใหญ่ที่หนิงเซี่ยหิ้วมา ก็รีบถามว่า "ไปหาปลาตัวใหญ่ขนาดนี้มาจากไหน?"
หนิงเซี่ยยิ้มแล้วหิ้วปลาเข้าไปในครัว "ก็ซื้อมาน่ะสิ ฉันเห็นว่าปลามันสดดี ก็เลยซื้อมาตัวหนึ่ง ฝีมือป้าดีขนาดนี้ คืนนี้เราคงได้กินของอร่อยๆ กัน"
ป้าฟางพูดว่า "ยัยหนูคนนี้ ทำไมถึงใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายอย่างนี้ล่ะ? ที่ที่ต้องใช้เงินของเธอยังมีอีกเยอะนะ! ไป ไปซื้อปลามาจากร้านไหน? เราเอาไปคืนกัน" พูดจบก็จะเข้ามาดึงหนิงเซี่ย
หนิงเซี่ยรีบคว้ามีดมาสับลงบนตัวปลา "อีกเดี๋ยวปลาตัวนี้ก็ตายแล้ว คืนไม่ได้หรอก"
ป้าฟางโกรธจนตบหลังเธอไปทีหนึ่ง "ยัยหนูคนนี้!"
หนิงเซี่ยหัวเราะคิกคัก "ป้าคะ ฉันกับเสี่ยวเหิงเพิ่งล้างท้องมา กำลังอยากกินอะไรอร่อยๆ พอดี รบกวนป้าทำอะไรอร่อยๆ ให้พวกเรากินหน่อยนะคะ"
ป้าฟางรู้ว่าหนิงเซี่ยเกรงใจที่มาอาศัยอยู่กินฟรีๆ ที่นี่ ก็เลยซื้อปลาตัวนี้มา ปลาโดนสับไปแล้ว คืนไม่ได้แน่นอน เธอจึงรีบจัดการปลาออกมา
ชาติที่แล้วหนิงเซี่ยโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจอย่างราบรื่น แต่ในเรื่องของทักษะการทำอาหารนั้น เธอไม่มีพรสวรรค์เลยแม้แต่น้อย หนิงเซี่ยนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ คอยช่วยงาน พลางคุยไปด้วยอย่างไม่ตั้งใจ "ป้าคะ คุณรู้จักจ้าวปินเพื่อนร่วมงานของสหายฟางไหม?"
ป้าฟางพยักหน้าขณะยุ่งอยู่ "รู้จักสิ คนนั้น… ไม่ค่อยซื่อสัตย์เท่าไหร่"
หนิงเซี่ยพูดว่า "ฉันก็ว่าเขาดูไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่ ป้าคะ บ้านเขาอยู่ใกล้ๆ แถวนี้ไหมคะ? ฉันกลัวว่าเขารู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ แล้ววิ่งไปแจ้งข่าวให้ตระกูลหลี่"
ป้าฟางพูดว่า "ไม่ต้องห่วงหรอก บ้านเขาอยู่ทางตะวันตกของเมือง ติดกับทางรถไฟนู่น ไกลจากบ้านเรามาก เขาไม่มีธุระอะไรคงไม่มาแถวนี้หรอก"
"บ้านเขาอยู่ติดทางรถไฟเหรอ? อย่างนั้นคงเสียงดังน่าดูเลยสิคะ?"
"ใช่สิ พอรถไฟวิ่งผ่าน บ้านทั้งหลังก็สั่นคลอน บ้านเขาอยู่ใกล้ทางรถไฟที่สุด พอรถไฟวิ่งผ่าน บ้านทั้งหลังก็สั่นคลอน ไม่รู้ว่าทนได้ยังไง"
หนิงเซี่ยพูดส่งๆ "คงชินไปแล้วมั้งคะ ป้าคะ ป้าจะทำปลาตัวนี้ยังไงดีคะ?"
ป้าฟางพูดว่า "ฉันจะทำปลาสองแบบนะ แบบเผ็ดครึ่งหนึ่ง ไม่เผ็ดครึ่งหนึ่ง เอาไหม?"
"ดีเลยค่ะ ป้าคะ ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย ฝากป้าดูแลเสี่ยวเหิงด้วยนะคะ"
หนิงเซี่ยฝากลูกไว้กับป้าฟาง แล้วหันหลังออกจากบ้านตระกูลฟาง มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกของเมือง
เมืองเล็กๆ บอกว่าไม่ใหญ่ แต่พอเดินจริงๆ ก็เหนื่อยเอาการ หนิงเซี่ยจำได้ว่าเหมือนจะลืมจักรยานไว้ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ก็เลยวิ่งกลับไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอเพื่อหาจักรยาน
วันนั้นหนิงเซี่ยลงจากรถก็เป็นลมไป ดังนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลจึงเก็บรักษารถของเธอไว้
ตอนที่เธอมาที่ห้องยามไม่มีใครอยู่ หนิงเซี่ยก็ไม่แน่ใจว่าตระกูลหลี่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลของเธอกับหนิงเหิงไปหรือยัง กลัวว่าเดี๋ยวจะทะเลาะกับโรงพยาบาลเรื่องนี้อีก เธอจึงใช้กิ๊บหนีบผมไขกุญแจจักรยาน แล้วขี่หนีไป
เธอไม่ได้ตั้งใจจะหนีหนี้ เพียงแต่เงินก้อนนี้เธอต้องให้ตระกูลหลี่จ่าย อำเภอเล็กๆ ก็มีอยู่แค่นี้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ตระกูลหลี่ก็มีชื่อติดอยู่ที่สถานีตำรวจ ดังนั้นโรงพยาบาลจึงไม่ต้องกลัวว่าจะหาคนมาเอาเงินไม่ได้
ขี่รถตรงไปยังทางรถไฟ ตามเบาะแสที่ป้าฟางให้มา หนิงเซี่ยก็หาบ้านของผู้กองจ้าวเจอได้ไม่ยาก
พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่ หนิงเซี่ยก็ยัดจักรยานเข้าไปในมิติ จากนั้นก็หลีกเลี่ยงผู้คนอ้อมไปที่บ้านตระกูลจ้าว
เดินวนรอบๆ หนิงเซี่ยก็พบว่าประตูบ้านตระกูลจ้าวทำจากเหล็ก
ประตูเหล็กแง้มอยู่ หนิงเซี่ยมองเข้าไปในรอยแยกของประตู เห็นผู้กองจ้าวนั่งอยู่ในบ้าน ยกขวดเหล้าขึ้นซด
ดูเหมือนว่าคำด่าของท่านผู้กำกับเฉินและการถูกพักงานหนึ่งสัปดาห์จะทำให้เขาโกรธมาก
หนิงเซี่ยแอบมองอยู่ครู่หนึ่ง พอแน่ใจว่าในบ้านตระกูลจ้าวมีเขาอยู่คนเดียว หนิงเซี่ยก็หยิบกระบองไฟฟ้าออกมาจากมิติ
นี่เป็นของในห้องรักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้า ชาร์จไฟเต็มที่ กดสวิตช์ก็ได้ยินเสียงไฟฟ้าช็อตดังซู่ๆ
ประธานหนิงเผยรอยยิ้มร้ายกาจ ยกมือขึ้นเริ่มทุบประตู
`