ตอนที่ 20
**บทที่ 20 ความทะเยอทะยาน**
หนิงเหิงงงเป็นไก่ตาแตก “คุ้นหน้า? นี่เพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรก ผมจะรู้สึกคุ้นหน้าได้ยังไง?” หนิงเซี่ยส่ายหน้า “ไอ้หนู เอ็งนี่ช่างสังเกตน้อยเกินไปแล้วนะ ยัยฉินฟางนั่น หน้าตามีส่วนคล้ายกับฉินอ้ายอยู่บ้าง” หนิงเหิงยิ่งงงหนักกว่าเดิม “มีด้วยเหรอ? ผมไม่เห็นจะสังเกตเห็นเลย ถึงแม้จะนามสกุลฉินเหมือนกัน แต่คนนามสกุลฉินบนโลกนี้มีเยอะแยะไป” หนิงเซี่ยส่งเสียงจิ๊ในลำคอ “เรามาพนันกันไหม? ถ้าฉินฟางกับฉินอ้ายเป็นพี่น้องกัน หรือเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เอ็งต้องซักผ้าให้ข้าสามวัน” หนิงเหิงปฏิเสธทันที “ผมไม่พนันอะไรแบบนั้นหรอก! ผมเพิ่งจะสามขวบ แม่จะให้ผมซักผ้าให้แล้วเนี่ย แม่ไม่รู้สึกผิดบ้างเหรอ?” “รู้สึกผิด? เอ็งคิดว่าคนอย่างข้าจะมีของหายากอย่างนั้นด้วยเรอะ?” หนิงเหิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ก็จริงของแม่ หนิงเซี่ยขายความรู้สึกผิดทิ้งไปนานแล้วนี่นา” หนิงเซี่ยดีดหน้าผากลูกชายอย่างหมั่นไส้ “มีที่ไหนลูกชายด่าแม่ตัวเองแบบนี้บ้าง?”
สองแม่ลูกเดินเล่นกันอยู่ข้างนอกพักใหญ่ ตอนเที่ยงยังแวะไปกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐบาลอีกด้วย ต้องบอกว่าฝีมือของพ่อครัวร้านอาหารของรัฐบาลนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ วัตถุดิบกับเครื่องปรุงก็ดูธรรมดาๆ แต่กลับทำออกมาได้อร่อยมาก
ขนาดหนิงเซี่ยที่ปกติควบคุมตัวเองได้ดี ยังกินจนพุงกาง
พอถึงช่วงบ่าย สองแม่ลูกก็ไปที่โรงงานผลิตอุปกรณ์ของรัฐบาลอีกแห่งในผิงซื่อ
ที่นี่เป็นโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องจักรกลต่างๆ โดยเฉพาะ ประสิทธิภาพสูงมาก และเงินเดือนของคนงานก็สูงกว่าโรงงานทอผ้ามากทีเดียว เรียกได้ว่าคนหนุ่มสาวในผิงซื่อต่างก็ถือว่าการได้เข้าไปทำงานในโรงงานผลิตอุปกรณ์เป็นเกียรติ
ในผิงซื่อมีคำกล่าวว่า “ไปเป็นลูกจ้างชั่วคราวในโรงงานผลิตอุปกรณ์ ยังดีกว่าเป็นลูกจ้างประจำในโรงงานทอผ้า” ก็พอจะเห็นความแตกต่างของสองโรงงานนี้ได้แล้ว
เมื่อโรงงานมีผลประกอบการที่ดี คนงานก็มีเงินในมือ เมื่อมีเงิน ก็ย่อมอยากใช้เงินเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
พอฟ้าเริ่มมืด ที่หน้าโรงงานผลิตอุปกรณ์ก็มีคนหลายคนหิ้วตะกร้าหรือถุงมา คนเหล่านี้ต่างก็ย่อตัวหลบอยู่หลังต้นไม้ริมถนน ดูลับๆ ล่อๆ น่าสงสัย
หนิงเซี่ยก็เลียนแบบพวกเขา พาลูกชายไปย่อตัวอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง
“แม่ นี่ทำอะไรกันครับ?” “ขายของ” หนิงเซี่ยใช้ต้นไม้ใหญ่เป็นที่กำบัง เริ่มหยิบของออกจากมิติ เธอไม่มีตะกร้า เลยไปหาถุงผ้าจากโกดังในห้างสรรพสินค้ามาใส่ของที่หยิบออกมา
ขณะที่กำลังวุ่นอยู่ ก็มีหญิงวัยสี่สิบกว่าเดินเข้ามาถามเสียงเบา “ในถุงของเธอมีอะไร?” ธุรกิจมาเร็วจริงๆ หนิงเซี่ยรู้สึกดีใจ รีบกดเสียงให้ต่ำลงแล้วตอบว่า “ไข่ไก่ หมู เนื้อ ซาวข้าว ป้าจะเอาไหม?” หญิงคนนั้นรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “มีเนื้อหมูด้วย? อากาศร้อนขนาดนี้จะไม่เน่าเหรอ?” หนิงเซี่ยหยิบเนื้อหมูชิ้นหนึ่งออกมาส่งให้ “ป้าลองดมดูสิคะ สดไหม?” หญิงคนนั้นยื่นเข้าไปดม ก็ไม่พบว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าจริงๆ แถมยังอาศัยแสงสลัวจากไฟถนนส่องดู “เนื้อของเธอขายยังไง?” หนิงเซี่ยกระซิบกระซาบ “ไม่ต้องใช้คูปอง กิโลกรัมละหนึ่งหยวนสองเหมา เป็นหมูสามชั้นอย่างดีเลยค่ะ ที่นี่มีทั้งหมดห้ากิโลกรัม ป้าจะเอาเท่าไหร่?” ราคานี้ เธอจำมาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
หญิงคนนั้นหยิบเนื้อขึ้นมาดมอีกครั้งอย่างละเอียด “ฉันเอาครึ่งกิโล” หนิงเซี่ยยิ้ม “ได้เลยค่ะป้า เนื้อชิ้นนี้พอดีครึ่งกิโล ชั่งมาจากบ้านแล้ว รับรองไม่ขาดแม้แต่ครึ่งตำลึง” หญิงคนนั้นถือเนื้อในมือชั่งน้ำหนักดู แล้วใส่ลงไปในตะกร้าของตัวเอง
หนิงเซี่ยรีบขายต่อ “ป้าคะ เอาไข่ไก่ด้วยไหม? ฟองละสิบห้าเฟิน ซื้อสิบแถมหนึ่ง ฟองใหญ่ๆ สดๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ” ว่าแล้วก็หยิบไข่ไก่ขึ้นมาให้หญิงคนนั้นดู
หญิงคนนั้นกำไว้ในมือ แล้วพูดทันทีว่า “เอามาให้ฉันเลือกหน่อย” หนิงเซี่ยรีบเอาไข่ไก่ทั้งหมดออกมาวาง
หญิงคนนั้นหยิบไข่ไก่ขึ้นมาเขย่าๆ ดูให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหา แล้วใส่ลงไปในตะกร้าของตัวเอง
“เนื้อครึ่งกิโล หกเหมา ไข่ไก่หนึ่งหยวนห้าเหมา รวมเป็นสองหยวนหนึ่งเหมา”“ถูกต้องแล้วค่ะป้า ต่อไปฉันจะมาขายของที่นี่อีก ถ้าป้ากินแล้วถูกปาก คราวหน้าก็มาอุดหนุนอีกนะคะ” หลังจากหญิงคนนั้นไปได้ไม่นาน ก็มีคนเดินเข้ามาอีก
หนิงเซี่ยยุ่งอยู่พักใหญ่ พอไม่มีใครมาซื้อของอีกแล้ว เธอหันกลับไปดู หนิงเหิงกลับหลับไปแล้วโดยพิงต้นไม้
หน้าร้อนยุงเยอะมาก ยุงตัวหนึ่งกำลังเกาะอยู่บนหน้าของหนิงเหิง แต่เด็กคนนี้หลับเป็นตาย ไม่รู้สึกคันเลยแม้แต่น้อย
“แปะ!” หนิงเซี่ยตบลงไปบนหน้าของหนิงเหิง ยุงถูกตบตาย หนิงเหิงตื่นขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้น!” หนิงเหิงตกใจจนลุกพรวดพราด
หนิงเซี่ยอุ้มเขาขึ้นไปวางไว้บนเบาะหลังรถ “เก็บร้านกลับบ้าน” หนิงเหิงถามอย่างตื่นเต้น “แม่ คืนนี้เป็นยังไงบ้าง?” หนิงเซี่ยกระซิบกระซาบ “น่าจะได้ประมาณห้าสิบกว่าหยวน” “แค่นี้เองเหรอ? ไม่เห็นจะสนุกเลย” หนิงเซี่ยส่งเสียงเหอะในลำคอ “เอ็งนี่ปากดีจริงๆ รู้ไหมว่าตอนนี้เงินเดือนของคนงานเท่าไหร่? สามสิบห้าหยวน โรงงานที่ผลประกอบการดีหน่อย ก็ประมาณสี่สิบหยวน เอ็งกลับมาบ่นว่าห้าสิบหยวนน้อย?” หนิงเหิงทำเสียงจิ๊จ๊ะในปาก “แม่ เมื่อก่อนแม่ทำธุรกิจได้เป็นล้านๆ เป็นสิบล้านหยวน ตอนนี้มาได้แค่ห้าสิบหยวน แม่รู้สึกยังไง?” “รู้สึกยังไงเหรอ? รู้สึกมั่นคงดี” “แม่คิดว่าแม่หาเงินได้เป็นล้านๆ เป็นสิบล้านหยวนตั้งแต่แรกเลยเหรอ? แม่ก็เริ่มจากการตั้งแผงขายของเหมือนกัน ตอนนั้นการแข่งขันสูง บางทีถ้าโชคไม่ดี คืนหนึ่งอาจจะขายอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง” ดังนั้นเธอถึงรู้สึกว่าหาเงินในยุคนี้มันง่ายจริงๆ
ในเวลานี้ การปฏิรูปและการเปิดประเทศยังเป็นเพียงแนวคิดในใจของคนทั่วไป มีคนที่กล้ากินปูตัวแรกน้อยเกินไป ดังนั้นทุกหนทุกแห่งจึงเต็มไปด้วยโอกาส
หนิงเหิงไม่ค่อยมีภาพจำเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ หนิงเซี่ยก็ไม่เคยเล่าเรื่องราวในอดีตให้เขาฟัง หนิงเซี่ยผู้สูงศักดิ์และเย็นชาไม่เคยขายความน่าสงสาร
แต่ในใจก็ยังคงรู้สึกติดค้างกับเรื่องราวในตอนนั้นอยู่บ้าง
ตอนที่หนิงเซี่ยเพิ่งหย่ากับพ่อแท้ๆ ของหนิงเหิง หนิงเหิงเพิ่งจะสองขวบ เธอพาลูกไปพึ่งพาบ้านพ่อแม่ แต่พอถึงวันส่งท้ายปีเก่า กลับถูกไล่ออกมา โดยบอกว่าลูกสาวที่แต่งงานแล้วไม่สามารถกลับมาฉลองปีใหม่ที่บ้านพ่อแม่ได้ มิฉะนั้นบ้านพ่อแม่จะโชคร้าย
หนิงเซี่ยเสียใจมาก พาลูกออกจากบ้านเกิดในคืนนั้นเลย มุ่งหน้าลงใต้ไปยังเมืองชายทะเล
ตอนนั้นลูกยังเล็ก เธอไม่มีเงินทุนอะไร ก็เลยไปซื้อสินค้าที่ตลาดค้าส่งสินค้าขนาดเล็ก แล้วไปตั้งแผงขายของที่สะพานลอยในเมือง
ต้องขอบคุณความใจกว้างของเมืองชายทะเลแถบนั้น ในช่วงสองปีที่เธอตั้งแผงขายของ ไม่เคยถูกเจ้าหน้าที่เทศกิจไล่เลย ทำได้อย่างราบรื่นจนกระทั่งเธอส่งหนิงเหิงเข้าโรงเรียนอนุบาล
หลังจากนั้น เธอถึงได้นำเงินที่เก็บสะสมมาในช่วงสองปีนั้น ไปทำธุรกิจแรกอย่างจริงจัง
ตอนนั้นมันยากลำบากขนาดไหน นอกจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของแม่ลูกแล้ว เธอเก็บเงินทั้งหมดไว้ เวลาตัวเองป่วยก็กัดฟันอดทนเอา ไม่กล้าซื้อยาแก้หวัดกินแม้แต่เม็ดเดียว
เมื่อเทียบกับตอนนี้ ถึงแม้ว่าฐานะที่ทะลุมิติมาจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่สวรรค์ก็เมตตาเธอ พาลูกมาด้วยกัน แถมห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของเธอก็มาด้วย
ไม่ต้องพูดถึงทองคำแท่งและอัญมณีที่เธอสะสมไว้ แค่เครื่องประดับทองคำในตู้โชว์อัญมณีบนชั้นหนึ่งของห้างสรรพสินค้า ก็สามารถทำให้สองแม่ลูกนอนกินไปได้ตลอดชีวิตแล้ว
แต่หนิงเซี่ยไม่เคยเป็นคนที่นั่งกินนอนกิน
ยุคนี้เต็มไปด้วยโอกาส เธอจะไม่อยากได้อะไรเลยได้อย่างไร!
ลองเสี่ยงดูสักหน่อย จักรยานก็กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ได้!
ชาติที่แล้วในมือมีทรัพย์สมบัติมากมายขนาดนั้น ถ้าเธอไม่สามารถสร้างตัวเองให้กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกได้ ก็คงจะทำให้สวรรค์ที่มอบพลังพิเศษให้เธอต้องผิดหวัง!