ตอนที่ 8
**บทที่ 8 ติดหนึบผู้กองฟาง**
หลี่เฉาหยางทำท่าทางเหมือนคนพูดคำไหนคำนั้น ยืนตัวตรงแหน่ว เอามือไพล่หลังไว้ “เสี่ยวเซี่ย เธอตีเลย ตีคือรัก ด่าคือเอ็นดู เธอยิ่งตี ยิ่งด่า ฉันยิ่งสบายใจ” หนิงเซี่ยยิ้มแล้วพยักหน้า “แกพูดถูก ตีคือรัก ด่าคือเอ็นดู รักไม่พอต้องถีบ” พูดจบ หนิงเซี่ยก็พลิกข้อมือ พ่นสเปรย์พริกไทยป้องกันตัวใส่หน้าหลี่เฉาหยางทันที
หลี่เฉาหยางรู้สึกเหมือนมีหมอกควันพุ่งเข้าใส่ จากนั้นดวงตาก็ปวดแสบปวดร้อน เขาอ้าปากจะร้องโวยวาย แต่จู่ๆ ก็มีอะไรยัดเข้ามาในปาก อุดเสียงร้องของเขาทั้งหมด
หนิงเซี่ยหยิบค้อนเบสบอลออกมาจากมิติ แล้วกระหน่ำตีหลี่เฉาหยางไม่ยั้ง
“ตีคือรัก ด่าคือเอ็นดู รักไม่พอต้องถีบ แม่รักแกขนาดนี้ ถีบมันจะพอได้ไง ไอ้ผู้ชายเฮงซวย กล้าไปมีเมียน้อยข้างนอก วันนี้แม่จะทำให้แกพิการ!” กลัวว่าตีๆ ไปจะหมดแรง หนิงเซี่ยยังคว้าช็อกโกแลตมากินรองท้อง
หลี่เฉาหยางปวดตาจนลืมตาไม่ขึ้น โดนตีไปหลายที พยายามจะลุกขึ้น หนิงเซี่ยก็ฟาดไปที่ข้อพับเขาทันที เขาเจ็บจนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น
เขาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนในชีวิต โกรธจนดึงสิ่งที่อุดปากอยู่ออกมาแล้วตะโกนด่า “หนิงเซี่ย! ไอ้ผู้หญิงสารเลว! กล้าทำร้ายฉันลับหลัง ฉันจะหย่ากับเธอ!” หนิงเซี่ยเหวี่ยงค้อนเบสบอล ฟาดไปที่ปากของหลี่เฉาหยาง “ด่าสิ ด่าต่อไปสิ แกมีปาก แม่ก็มีมือ!” ฟาดไปทีเดียว ฟันหน้าของหลี่เฉาหยางก็หักไปสองซี่ เจ็บจนกุมปากกลิ้งไปมากับพื้น
หนิงเซี่ยฉวยโอกาสกระหน่ำตีซ้ำไปหลายที จนสาแก่ใจแล้วค่อยเก็บค้อนเบสบอลกลับเข้าไปในมิติ จัดผมเผ้าเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง แล้วคว้าหูของหลี่เฉาหยางขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี “อยากหย่าเหรอ? ได้สิ เอาเงินเดือนที่หามาได้ทั้งหมดในช่วงหลายปีที่ผ่านมามาแบ่งให้ฉันครึ่งหนึ่ง แม่จะหย่าให้ทันที” “ไม่อยากเสียเงินแล้วอยากกำจัดฉัน? ฝันไปเถอะ! แกควรจะซ่อนเมียน้อยของแกให้ดีๆ ไม่งั้นแม่จะทำให้พวกแกสองคนต้องอับอายขายหน้า!” เรื่องที่แม่ลูกคู่นี้โดนวางยาพิษไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เธออดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงเรื่องนี้กับไอ้สารเลวนี่ แต่เสียดายที่เธอไม่มีหลักฐาน ไม่สามารถเอาผิดพวกมันได้
แต่เธอก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันมีความสุขแน่ๆ!
หลังจากขู่เสร็จ หนิงเซี่ยก็ปล่อยหลี่เฉาหยาง เปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเตรียมออกไปหาหนิงเหิง
แต่พอเปิดประตูออกไป ก็เห็นคนยืนออกันอยู่หน้าประตูเต็มไปหมด
หนิงเซี่ยยิ้มให้พวกเขาอย่างใจเย็น “จัดการเรื่องภายในครอบครัวนิดหน่อย รบกวนทุกคน ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” พูดจบ เธอก็เห็นหนิงเหิงถือถุงกระดาษอยู่ในมือข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งก็จับซาลาเปากำลังยัดเข้าปาก
หนิงเซี่ยโกรธจนคิ้วขมวด “เมื่อวานเพิ่งล้างท้องไปนะ! นี่มันของที่แกกินได้เหรอ?” หนิงเหิงเห็นเธอมาก็ตกใจ รีบกัดซาลาเปาคำใหญ่ๆ กลืนลงคอแทบไม่ทัน
หนิงเซี่ยโกรธจนอยากจะตีคน รีบดึงเขาไปที่มุมหนึ่ง หยิบนมกล่องออกมาให้เขา “รีบดื่มให้คล่องคอหน่อย!” หนิงเหิงดื่มนมกลืนซาลาเปาลงไป แล้วยื่นเงินที่เหลืออยู่ให้เธออย่างภาคภูมิใจ “แม่ฮะ นี่ฮะ ผมนับแล้ว มีสิบห้าหยวนกว่าๆ ของในยุค 80 นี่ถูกจริงๆ นะ ซาลาเปาไส้หมูนี่แค่สองเหมาเอง! แต่รสชาติไม่ค่อยดีเท่าไร สู้ที่พี่เลี้ยงบ้านเราทำไม่ได้เลย” หนิงเซี่ยแย่งเงินและซาลาเปาจากมือเขายัดเข้าไปในมิติ “สองวันนี้แกต้องอดทนหน่อยนะ รอให้กระเพาะแกดีขึ้นก่อน ไม่ต้องพูดถึงซาลาเปาเลย แกจะกินอิฐกินหินฉันก็ไม่ห้าม” หนิงเหิงหัวเราะแหะๆ สองที “แล้วไอ้สารเลวนั่นล่ะฮะ?” “โดนฉันซ้อมไปชุดใหญ่ ตอนนี้คงนอนครางอยู่ในห้องพักผู้ป่วยนั่นแหละ” หนิงเซี่ยดื่มนมที่หนิงเหิงดื่มไม่หมด แล้วทิ้งกล่องกลับเข้าไปในมิติ “โรงพยาบาลนี้เราอยู่ไม่ได้แล้ว ต้องรีบหาที่อยู่ใหม่” หลังจากล้างท้องแล้ว แม่ลูกก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว
ส่วนการรักษาต่อเนื่อง หนิงเซี่ยไม่ได้หวังพึ่งระดับการแพทย์ในปัจจุบันมากนัก ในห้างสรรพสินค้าในมิติของเธอมีร้านขายยาขนาดใหญ่ มีตัวยาต่างๆ ครบครัน เธอแค่ต้องหยิบยาที่ตรงกับอาการมากินสักสองสามวัน รับรองว่าได้ผลดีกว่ายาในโรงพยาบาลนี้แน่นอน
แต่จะไปที่ไหนดี กลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขากลุ้มใจ
กลับไปบ้านเดิมของแม่?
หนิงเซี่ยปฏิเสธโดยไม่ลังเล
จากการคาดเดาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เจ้าของร่างเดิมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตระกูลหนิง แต่ทำไมถึงมาปรากฏตัวในตระกูลหนิงได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่นานมากแล้ว เจ้าของร่างเดิมเองก็จำไม่ได้
หลังจากที่เจ้าของร่างเดิมตามหลี่เฉาหยางไป ที่ทนได้ขนาดนั้นไม่ใช่แค่เพราะความรักอย่างเดียว แต่ส่วนหนึ่งก็มาจากเงาของบ้านเดิมด้วย
ตระกูลหนิงปฏิบัติต่อเจ้าของร่างเดิมไม่ดี กินไม่อิ่ม นุ่งไม่ห่มอุ่น แถมยังมีงานบ้านที่ไม่มีวันหมดสิ้นและการถูกตีด่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อเทียบกันแล้วตระกูลหลี่กลับมีข้อได้เปรียบมากกว่า
ส่วนเรื่องการแต่งงานของเจ้าของร่างเดิม ถือเป็นการต่อสู้เพื่อตัวเองเพียงครั้งเดียว
เจ้าของร่างเดิมหน้าตาดี เป็นสาวงามชื่อดังของหมู่บ้านใกล้เคียง หวังชุ่ยฮวาเดิมทีตั้งใจจะใช้เจ้าของร่างเดิมแลกเงินสินสอดจำนวนมาก แต่ไม่คาดคิดว่าเจ้าของร่างเดิมจะถูกหลี่เฉาหยางหลอกล่อให้หนีตามกันไปตั้งแต่เนิ่นๆ ไปซ่อนตัวอยู่ในห้องเช่าใกล้โรงงานของหลี่เฉาหยาง รอจนกระทั่งมีลูกแล้วค่อยอุ้มลูกมาปรากฏตัว
แน่นอนว่าหวังชุ่ยฮวาไม่ยอมให้เงินสินสอดหายไปง่ายๆ สร้างความวุ่นวายกับตระกูลหลี่ไม่น้อย สุดท้ายตระกูลหลี่ต้องจ่ายเงิน 50 หยวน ถึงจะไล่หวังชุ่ยฮวาไปได้ ด้วยเหตุนี้เองที่หลี่เหล่าไท่มีความเห็นกับเจ้าของร่างเดิมมากขึ้น คิดหาวิธีกลั่นแกล้งเธอทุกวัน
พอนึกถึงชีวิตในอดีตของเจ้าของร่างเดิม หนิงเซี่ยก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ
ช่างน่าเวทนาจริงๆ
ดังนั้นการกลับไปตระกูลหนิงจึงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
หนิงเหิงเสนอว่า “มีปัญหาให้ปรึกษาตำรวจสิฮะ แม่ ผู้กองฟางคนนั้นดูน่าเชื่อถือนะฮะ หรือว่าเราจะไปขอความช่วยเหลือจากเขา?” หนิงเซี่ยเห็นว่าความคิดนี้ดีมาก จึงดึงเขาไปที่สถานีตำรวจ
แต่พอไปถึงสอบถามดู ฟางจื้อซินเลิกงานกลับบ้านไปแล้ว ถามลุงยามที่เฝ้าประตูถึงที่อยู่ของฟางจื้อซิน แม่ลูกก็รีบไปที่นั่นทันที
บ้านของฟางจื้อซินอยู่ในตรอกหลิวสุ่ยทางทิศตะวันตกของอำเภอ ถามใครนิดหน่อยก็เจอ
ตอนที่ไปถึง ครอบครัวฟางกำลังกินข้าวเย็นกัน
พอเห็นแม่ลูกคู่นี้มาถึง ฟางจื้อซินก็งงไปเลย “พวกคุณมาที่นี่ได้ยังไง?”