ตอนที่ 65

**บทที่ 66 ปัญหาพันธุ์พยัคฆ์ร้าย**

**บทที่ 65 ปัญหาพันธุ์พยัคฆ์ร้าย**

รุ่งอรุณวันใหม่ เพียงแสงเงินแสงทองทาบทาขอบฟ้า ยินยินยังมิได้ลุกจากเตียง ก็พลันได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วดังระงม

"ท่านแม่ ท่านแม่ดูสิ หิมะโปรยปรายลงมาแล้ว"

"ท่านแม่ ท่านแม่ดูสิ พยัคฆ์ร้ายกลับมาแล้ว"

"ท่านแม่ เหตุใดห้องนี้จึงอบอุ่นเพียงนี้"

โธ่เอ๋ย! ยามต้องเผชิญคำถามมากมายจาก เสี่ยวหยา ยินยินได้แต่คำรามในใจว่า ข้าอยากนอน!

นางขยี้ดวงตา พยายามลุกจากเตียงอย่างทุลักทุเล ชั่วขณะที่สติยังเลือนราง นางเห็นเพียงพยัคฆ์ร้ายตัวใหญ่กระดิกหางให้ตน เมื่อมองชัดๆ ยินยินก็เบิกตากว้าง มุมปากกระตุกอย่างไม่อาจปิดบัง

"เจ้านี่ คิดว่าตนเองเป็นสุนัขไปแล้วรึ?" นางเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

"โฮ่ง โฮ่ง"

ยินยินถึงกับพูดไม่ออก ครู่หนึ่งนางก็ยกนิ้วโป้งให้ เสี่ยวกวาย

"เจ้ามันร้ายกาจ ข้าชักสงสัยแล้วว่าเจ้าเป็นพันธุ์อะไรกันแน่"

เฮอะ! พอเอ่ยถึงพันธุ์ ยินยินก็เกิดความคิดแวบขึ้นมา เมื่อก่อนระบบล่ม นางไม่อาจตรวจสอบดีเอ็นเอของมันได้ มิใช่ว่านี่เป็นโอกาสอันดีดอกหรือ?

คิดได้ดังนั้น ยินยินก็หัวเราะคิกคักอย่างมีเลศนัย

พยัคฆ์ร้ายเห็นดังนั้น ราวกับล่วงรู้ถึงลางร้าย มันจึงบิดกายหมายจะหลบหนีอย่างเงียบเชียบ แต่ยินยินไยยอมให้มันหนีไปง่ายๆ นางรีบกล่าวกับ เสี่ยวหยา

"เร็วเข้า ขวางมันไว้ อย่าให้มันหนีไปได้"

เสี่ยวหยา พยักหน้า เมื่อเห็นพยัคฆ์ร้ายกำลังจะหนี นางก็วิ่งตื๋อไปคว้าหางพยัคฆ์ร้ายไว้ แล้วลากมันมาข้างกาย ยินยิน อย่างไม่ปราณี

อนิจจา! เสี่ยวกวาย รู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งนัก มันคิดว่าการนำของกินมาให้มันเป็นวิธีติดสินบนที่ดีที่สุด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับ ยินยิน ผู้ตระหนี่ถี่เหนียว มันก็ได้แต่ส่งสายตาละห้อย

ยินยินหารู้เรื่องราวเหล่านั้นไม่ อย่างไรเสีย วันนี้นางจะต้องศึกษาดีเอ็นเอของมันให้ได้ เพราะพยัคฆ์ร้ายตัวนี้มันผิดแผกเกินไป นางสงสัยอย่างยิ่งว่ามันอาจจะเป็นพยัคฆ์ร้ายจำแลง

เมื่อเห็น เสี่ยวหยา กอดพยัคฆ์ร้ายไว้ ยินยินก็เปิดระบบทันที นางคิดว่าการที่นางไม่ถลกหนัง ถอดกระดูก ชำแหละมันออกมาศึกษา ก็ดีมากแล้ว

ดวงตาของพยัคฆ์ร้ายเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

สีหน้าของ เสี่ยวหยา เต็มไปด้วยความงุนงง

ยินยินกล่าวอย่างดุดัน

"คราก่อนเจ้าหนีรอดไปได้ ครานี้ข้าจะต้องดูให้ได้ว่าเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใดกันแน่"

เมื่อได้ยินดังนั้น พยัคฆ์ร้ายก็ไม่ลังเลที่จะวิ่งหนี แต่ ยินยิน ไยยอมให้มันจากไปได้ นางใช้นิ้วมือควบคุมแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวเสียงเย็นชา

"เปิดฟังก์ชันจับกุม"

"รับทราบคำสั่ง โปรดรอสักครู่ กรุณาระบุว่าจะทำการจับกุมทันทีหรือไม่"

"ใช่"

"โปรดระบุเป้าหมายการจับกุม"

เมื่อมองไปยังพยัคฆ์ร้ายที่กำลังหนีตาย ยินยินก็ยิ้มอย่างร้ายกาจ

"เป้า...หมาย... เสี่ยว...กวาย"

นางกล่าวทีละคำ แล้วหัวเราะราวบุปผาแรกแย้ม ตาข่ายขนาดใหญ่ที่คล้ายกับข้อมูลก็พุ่งตรงไปยังพยัคฆ์ร้ายอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เสียงทื่อๆ ของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"จับกุมเหยื่อได้แล้ว"

ทันทีที่เสียงของระบบสิ้นสุดลง พยัคฆ์ร้ายก็ถูกตาข่ายข้อมูลลากกลับมาอย่างทุลักทุเล เมื่อมองไปยังพยัคฆ์ร้ายในตาข่ายยักษ์ ยินยินก็ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม นางก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วกล่าวอย่างเสียดาย

"ข้าจะดูซิว่าเจ้าจะหนีไปไหนได้ อย่าหวังว่าเจ้านายของเจ้าจะมาช่วยเจ้าเลย"

"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง..."

ดวงตาของพยัคฆ์ร้ายเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ราวกับกำลังร่ำไห้ หรือกำลังกล่าวโทษสิ่งใด?

ยินยินหาได้สนใจสีหน้าของมันไม่ นางทำหน้าเย็นชา แล้วกล่าวว่า

"จงเป็นวัตถุวิจัยของข้าแต่โดยดีเถิด วางใจเถิด ข้าจะอ่อนโยนกับเจ้า"

(ขออีกตอนนะทุกท่าน ชอบกันไหม เมะ เมะ ดะ(^з^))