ตอนที่ 26

บทที่ 26: เรื่องเล่าชาวค่าย

เหล่าบัณฑิตหนุ่มสาวที่เดินตามมาด้านหลัง เห็นภาพเช่นนั้นจนชินตาไปเสียแล้ว

ต้องรู้ว่าในค่ายบัณฑิต ไม่มีใครที่โจว ม่านม่านจะให้ความสำคัญ แต่กลับยอมลดตัวให้ สือเยี่ยน เป็นพิเศษ

แต่ สือเยี่ยน กลับไม่เคยแยแส ทำเพียงแค่เย็นชากับทุกคนในค่าย

พวกบัณฑิตหนุ่มยังแอบพนันกันลับๆ ว่า โจว ม่านม่าน จะสามารถเด็ดดอกไม้งามบนยอดเขาได้หรือไม่

แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงมองว่า โจว ม่านม่าน มีภาษีดีกว่า เพราะสตรีที่มีทั้งเงินทอง เส้นสาย แถมยังหน้าตาสะสวยอย่าง โจว ม่านม่าน นั้นหายากยิ่งนัก

ถึงจะมีนิสัยเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็เพราะนางมีต้นทุน

ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด แค่ดูจากลูกอมนมกระต่ายขาว, ช็อกโกแลตนำเข้าจากต่างประเทศ, ลูกพีชในน้ำเชื่อม, บิสกิต, เนื้อกระป๋อง ที่นางกินทุกวัน ไหนจะอาหารจำพวกแป้งขัดขาว และเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่นางหาซื้อได้ทุกครั้งที่เข้าเมือง

พวกบัณฑิตเหล่านี้เดิมทีก็เป็นคนเมือง จึงรู้ดีว่าของหายากเหล่านี้หายากเพียงใด แม้มีเงินมีตั๋ว ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้

นั่นทำให้แทบทุกคนในค่ายบัณฑิตต่างเอาอกเอาใจ โจว ม่านม่าน เพราะพวกเขาเข้าถึงคนที่มีความสามารถได้จำกัด เมื่อมีอยู่ตรงหน้าแล้ว เหตุใดจะไม่รีบตีสนิท

ไม่แน่วันใดอาจต้องพึ่งพาอาศัยนาง

แน่นอนว่ายังมีบัณฑิตหนุ่มบางคนที่อยากเข้าทางลัด ถึงขั้นอยากจะแทนที่ สือเยี่ยน พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใด สือเยี่ยน ถึงยังวางท่า ทั้งที่มีขนมเค้กก้อนโตอยู่ตรงหน้า

ถึงแม้ว่าจากที่เห็นในปัจจุบัน ฐานะทางบ้านของ สือเยี่ยน ก็ถือว่าใช้ได้ อย่างน้อยก็ยังได้กินอาหารจำพวกแป้งขัดขาวทุกวันเว้นวัน ดีกว่าคนอื่นๆ มาก แต่ก็ยังเทียบ โจว ม่านม่าน ไม่ได้

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เข้าใจว่า สือเยี่ยน คิดอะไรอยู่ หากได้ลงเอยกับ โจว ม่านม่าน ก็เท่ากับได้กินดีอยู่ดีทุกวันมิใช่หรือ

ส่วนเรื่องกินน้ำใต้ศอกนั้น พวกเขาไม่ยอมรับเด็ดขาด ในเมื่อเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว จะแบ่งแยกของใครของมันไปทำไม

ด้วยเหตุนี้ บัณฑิตหนุ่มบางคนจึงไม่พอใจ สือเยี่ยน โดยเฉพาะ ซุน จื้อหมิง ซึ่งมีฐานะยากจนที่สุดในค่าย

ในขณะนั้นเอง เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า "สหายบัณฑิตสือ อย่างไรเสียท่านก็ช่วยชีวิต หลินเหล่าซาน ไว้ นับว่าเป็นการทำคุณไถ่โทษ ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านให้แค่ผักป่าเห็ดป่ามาเป็นของกำนัลก็ถือว่าขี้เหนียวแล้ว ท่านยังไม่รับอีก ถึงมันจะไม่หรูหรา แต่ก็ยังพอเอามาทำเป็นกับข้าวให้ทุกคนได้นี่นา!"

พวกเขากินข้าวด้วยกันในค่ายบัณฑิต เว้นแต่ใครที่นำอาหารจำพวกแป้งขัดขาวมาเอง ก็จะทำกินเอง ดังนั้นคำพูดของ ซุน จื้อหมิง จึงไม่ได้ผิดแปลกอะไร

สือเยี่ยน ไม่อยากใส่ใจคนเช่นนี้ แต่คิดว่าทุกคนอยู่ห้องเดียวกัน หากบาดหมางกันมากเกินไปก็ไม่ดี จึงตอบกลับไปว่า "หากเจ้าอยากกิน ก็ไปเก็บเองสิ"

บัณฑิตที่รู้ถึงนิสัยของ สือเยี่ยน ที่อยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเช็ดเหงื่อเย็นๆ ท่านไม่ตอบเสียยังดีกว่า

ซุน จื้อหมิง ได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจในทันที

"สือเยี่ยน นี่ท่านหมายความว่าอย่างไร? อะไรคือข้าอยากกิน? ข้าก็แค่อยากให้ทุกคนได้กินมิใช่หรือ? ชีวิตชาวค่ายก็ยากลำบากอยู่แล้ว แต่ท่านคงไม่เข้าใจหรอก เพราะพวกเราไม่เหมือนท่าน แม้จะไม่ทำอะไรเลย ก็ยังมีคนแย่งกันเลี้ยงดูท่านได้ด้วยหน้าตา!" ยิ่งพูด น้ำเสียงของ ซุน จื้อหมิง ก็ยิ่งประชดประชัน

สือเยี่ยน ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วมอง ซุน จื้อหมิง อย่างยากจะเข้าใจ

ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เฉา ชิงหยวน ที่อยู่ข้างๆ ก็รีบขัดจังหวะ

"เอาน่า สหายบัณฑิตซุน พูดให้น้อยหน่อยเถิด ท่านก็รู้ว่าสหายบัณฑิตสือไม่เคยข้องเกี่ยวกับสิ่งของที่สตรีมอบให้ สิ่งเหล่านั้นจะกินกันได้ง่ายๆ ที่ไหน?"

"อีกอย่าง ข้าก็อยู่ข้างๆ เมื่อครู่ ตะกร้าผักป่าเห็ดป่านั้นเป็นของบุตรีผู้ใหญ่บ้าน จะรับมาง่ายๆ ได้อย่างไร?"

ตลกน่า หากปล่อยให้ สือเยี่ยน พูดออกไป เขาคงจะพูดว่า ท่านทั้งเตี้ยทั้งขี้เหร่ ไม่เหมือนข้าจริงๆ

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่หากพูดออกไป ซุน จื้อหมิง คงระเบิดเป็นแน่

ความสูงไม่ถึง 160 เซนติเมตร เป็นปมด้อยของ ซุน จื้อหมิง มาโดยตลอด เขาไม่อยากให้ค่ายบัณฑิตต้องทะเลาะเบาะแว้งกันด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้

อย่างไรเสียตนเองก็เป็นหัวหน้าค่ายบัณฑิต จึงหวังว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง

เมื่อ เฉา ชิงหยวน ออกหน้ามาไกล่เกลี่ย ซุน จื้อหมิง แม้จะใจแคบเพียงใดก็ต้องไว้หน้าหัวหน้าค่ายบัณฑิต จึงเพียงแค่ฮึ่มฮั่มแล้วไม่พูดอะไรอีก

เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนก็รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรู้ความ ยังมีคนแซว สือเยี่ยน ว่า

"สหายบัณฑิตสือช่างมีวาสนาดีเสียจริง ก่อนหน้านี้เหล่าสตรีต่างพากันนำอาหารมาให้ทุกวันก็ว่าไปอย่าง คราวนี้แม้แต่สหายหลินจากบ้านผู้ใหญ่บ้านก็มาด้วย? ไม่แน่ว่าตะกร้าผักป่าเห็ดป่านั้นเป็นของที่สหายหลินตั้งใจจะมอบให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะ!"

บัณฑิตหนุ่มคนอื่นๆ ก็พากันส่งเสียงเชียร์

"ข้าก็ว่าเช่นนั้น สหายบัณฑิตสือ ท่านก็รู้ว่านางเป็นบุตรีของผู้ใหญ่บ้าน ท่านปฏิเสธไปตรงๆ เช่นนี้จะไม่ดีกระมัง?"

ยังไม่ทันที่ สือเยี่ยน จะได้พูดอะไร โจว ม่านม่าน ที่ทนไม่ไหวมานานแล้วก็กล่าวอย่างดูถูกว่า

"มีอะไรที่ไม่ดี? หรือเพราะนางเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านจึงจะสามารถบังคับซื้อขายได้? สหายบัณฑิตสือไม่ชอบนาง ต่อให้นางเป็นท้าวสักกะเทวราชก็ไร้ประโยชน์ ผู้ใหญ่บ้านเล็กๆ น้อยๆ คนหนึ่ง เขาคิดจะมาแย่งผู้ชายให้นางรึ?"

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของทุกคนก็ดูไม่ดีนัก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้มาตลอดว่า โจว ม่านม่าน มีนิสัยคุณหนู แต่ก็ไม่คิดว่านางจะพูดจาไม่ระมัดระวังถึงเพียงนี้

ต้องรู้ว่าพวกเขาเป็นบัณฑิตที่ลงมาทำงานในชนบท ยังไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของท่านผู้ใหญ่บ้านหลินอีกนานเท่าใด หากคำพูดนี้ไปถึงหูท่านผู้ใหญ่บ้านหลิน ค่ายบัณฑิตของพวกเขาจะอยู่อย่างไร?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เพิ่งหยอกล้อ สือเยี่ยน ด้วยเรื่องของ หลินหร่าน ยิ่งรู้สึกเสียใจ เขาหลงลืม โจว ม่านม่าน ไปได้อย่างไร

สือเยี่ยน เป็นครั้งแรกที่ตำหนิ โจว ม่านม่าน ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"สหายบัณฑิตโจว โปรดระวังคำพูดของท่าน ประการแรก เรื่องในวันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสหายหลินเลย เป็นข้าเองที่กลัวคนอื่นเข้าใจผิดแล้วนำไปพูดต่อ จึงปฏิเสธไป ก็อย่างที่เห็นในตอนนี้ ดังนั้นโปรดอย่าใส่ร้ายชื่อเสียงของผู้ใหญ่บ้านหลินและสหายหลิน อีกอย่าง ต่อไปขอให้ท่านรักษาระยะห่างจากข้า ข้าไม่ได้สนิทกับท่าน เรื่องของข้าก็ไม่จำเป็นต้องให้ท่านมายุ่ง"

พูดจบเขาก็กล่าวคำทักทายกับ เฉา ชิงหยวน แล้วรีบเดินจากไป

ก่อนหน้านี้เขาเกรงว่า โจว ม่านม่าน จะยังเป็นเด็กสาว จึงไม่กล้าพูดจาแรงๆ คิดว่าหากปฏิเสธการแสดงความรู้สึกของนาง นางก็จะเข้าใจความหมายของตนเอง แต่เมื่อมองดูในวันนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาคิดมากไปเอง โจว ม่านม่าน คนนี้ช่างหลงตัวเองเสียจริง!

โจว ม่านม่าน ไม่คิดว่า สือเยี่ยน จะทำให้ตนเองต้องอับอายต่อหน้าธารกำนัล โกรธจนน้ำตาคลอเบ้า

เขาบังอาจทำเช่นนี้ได้อย่างไร?!

ทั้งหมดเป็นความผิดของ หลินหร่าน!

เรื่องเมื่อวานนางยังไม่ได้สะสางบัญชีเลย วันนี้นางก็ยังกล้ามายั่วยวน สือเยี่ยน อีก ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!

สือเยี่ยน เป็นได้แค่ของนาง นางกล้าที่จะใฝ่ฝันถึงได้อย่างไร?

ใช่แล้ว ถึงแม้จะถูก สือเยี่ยน หักหน้าอย่างร้ายกาจ โจว ม่านม่าน ก็ยังไม่ยอมแพ้ ตราบใดที่ยังไม่มีชายใดปรากฏตัวขึ้นมาในทันที ที่หล่อเหลากว่า สือเยี่ยน มีบุคลิกดีกว่า สือเยี่ยน และดีกว่า สือเยี่ยน ในทุกๆ ด้าน!

ใครจะรู้ว่า โจว ม่านม่าน ของนางไม่เคยขาดอะไรเลยตั้งแต่เด็กจนโต เพียงแต่ชอบผู้ชายหล่อเหลาเท่านั้น!

เพียงแต่ความคิดของนางไม่มีใครเข้าใจ แม้แต่ ซุน จื้อหมิง เมื่อเห็นดังนั้นก็คิดว่าโอกาสของตนเองมาถึงแล้ว จึงรีบเข้าไปประจบประแจง

"สหายบัณฑิตโจวอย่าเสียใจไปเลย ที่สหายบัณฑิตสือปฏิเสธท่าน นั่นเป็นเพราะเขาไม่มีวิสัยทัศน์ หลังจากนี้พวกเราไม่ต้องไปสนใจเขา พลาดสหายสตรีที่ดีอย่างท่านไป สักวันเขาจะต้องเสียใจ!"

โจว ม่านม่าน ได้ยินดังนั้นก็กลอกตาใส่เขาอย่างแรง

"ใครกันที่บอกว่าพวกเรา แล้วเรื่องของสหายบัณฑิตสือเกี่ยวอะไรกับท่าน? ต้องให้ท่านมาพูดด้วยรึ? ไปให้พ้น!"

พูดจบนางก็กระทืบเท้าวิ่งจากไป