ตอนที่ 26
**บทที่ 26 ความปรารถนาที่คุ้นเคย**
“แกมันโง่ที่สุดในกรมแล้ว! คนอื่นน่ะปากก็บอกว่าจะส่งลูกไปอยู่แนวหน้าลำบากยากเย็น แต่สุดท้ายก็มีแต่เหว่ยเอ๋อร์ของบ้านฉันที่ไปตงเป่ย ดูพวกบ้านเหลาหวังเหลาจางสิ ลูกๆ ไปกันแต่ซูโจวเจ้อเจียง ใกล้บ้าน แถมสภาพความเป็นอยู่ก็ดี ทุกเดือนยังกลับมาได้รอบนึง มีแต่แกเนี่ยเชื่อคนง่าย!” แม่หยางยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห ตอนนั้นหน่วยงานของสามีตอบรับนโยบายว่าจะส่งลูกหลานไปฝึกฝนในชนบทที่ทุรกันดาร คนอื่นก็แค่พูดให้ดูดีว่าจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ลับหลังกลับวิ่งเต้นให้ลูกหลานกันทั้งนั้น สุดท้ายลูกๆ ของหัวหน้าหน่วยงานเหล่านั้นแทบทั้งหมดก็ได้ไปซูโจวเจ้อเจียงที่อยู่ใกล้ๆ มีแต่เหว่ยเอ๋อร์ของบ้านเธอที่ไปตงเป่ยที่ลำบากที่สุด
ซูโจวเจ้อเจียงตั้งแต่สมัยโบราณก็เป็นดินแดนแห่งข้าวปลาอาหาร สภาพความเป็นอยู่ในชนบทก็ดี แถมยังใกล้บ้าน นั่งรถไฟแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ลูกๆ ของพวกจิ้งจอกเฒ่าพวกนั้นทุกเดือนได้กลับบ้านรอบนึง สบายกันสุดๆ
แต่เหว่ยเอ๋อร์ของเธอกลับไปอยู่ในที่ผีสิงแบบนั้นตั้งสองปี ไม่ได้กลับมาเลยสักครั้ง สองปีไม่ได้เห็นหน้าลูกชายสุดที่รัก หัวใจของเธอมันแทบจะแหลกสลาย
พ่อหยางยิ้มแหยๆ เรื่องนี้เขายอมรับว่าผิดจริง ใครจะไปรู้ว่าพวกเหลาหวังจะหักหลังเขากันตอนใกล้จะถึงเส้นตาย เล่นละครเก่งกันจริงๆ ต่อไปเขาจะไม่เชื่อพวกนั้นอีกแล้ว
“เหว่ยเอ๋อร์ไปฝึกฝนที่นั่นก็ดีแล้วนะ สองปีนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก พอกลับมาทำงานที่โรงงานทอผ้า การเลื่อนตำแหน่งมันต้องดูจากประสบการณ์พวกนี้ด้วย พวกหนุ่มสาวที่ไปตงเป่ยจะได้สิทธิพิเศษในการเลื่อนตำแหน่งก่อน” พ่อหยางปลอบภรรยา เคราะห์ร้ายอาจกลายเป็นดี ลูกชายของเขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ พอไปอยู่ในที่ลำบากสักสองปี มีแต่ได้กับได้ ตอนนี้เขามองว่านิสัยเกเรของลูกชายหายไปหมดแล้ว ดูดีขึ้นเยอะ
“ถ้างั้นคุณก็ใส่ใจหน่อย ให้เหว่ยเอ๋อร์ได้เลื่อนตำแหน่งเร็วๆ” แม่หยางถึงจะรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ลูบมือลูกชายอย่างรักใคร่ “เหว่ยเอ๋อร์กลับบ้านกัน แม่ทอดปอเปี๊ยะให้ เป็นไส้หมูสับผักกาดขาวที่ลูกชอบกิน” หยางเหว่ยฟังแม่บ่นพึมพำอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คอยชะเง้อคอมองหาเงาร่างที่คุ้นเคย ในที่สุดเขาก็เห็นจนได้ รีบเดินเข้าไปทักทายอย่างดีใจ “เสี่ยวเหมย!” ซูเหมยนั่งอยู่เบาะหลังรถ พอได้ยินเสียงเรียกก็หันไปมองโดยสัญชาตญาณ เห็นครอบครัวที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ครอบครัวอดีตสามี แม่สามีเก่า พี่สาวสามีทั้งสามคน
พูดตามตรง คนในครอบครัวหยางจริงๆ แล้วก็ไม่ได้คบยากอะไร พ่อหยางกับพี่สาวสามีทั้งสามคนก็อัธยาศัยดี ไม่มีพิษมีภัยอะไร แม่หยางก็ไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร แต่แม่หยางไม่ชอบเธอ รู้สึกว่าลูกชายของตัวเองโดนเธอทำให้หลงหัวปักหัวปำ ชีวิตก็เอาแต่ลุ่มหลงมัวเมา ลูกชายที่ดีๆ ต้องมาเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ
หลังจากที่ซูเหมยเข้าไปอยู่ในคุก เธอก็ได้ทบทวนตัวเองอย่างลึกซึ้ง การที่เธอมาลงเอยกับหยางเหว่ยมันเป็นความผิดพลาด ตั้งแต่เริ่มต้นผิดพลาดแล้ว แน่นอนว่าตอนจบมันก็ต้องไร้สาระ
สรุปแล้ว การที่เธอและหยางเหว่ยต้องเจ็บปวดกันทั้งคู่ ก็เป็นเพราะหานเจี้ยนหมิงเป็นคนทำ
หานจิ่งชวนจอดรถ เขาคิดว่าหยางเหว่ยกับซูเหมยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกัน มองหยางเหว่ยด้วยสายตาที่ดูแคลน คิดว่าซูเหมยตาต่ำสิ้นดี
ผู้ชายคนนี้ก็แค่ดีกว่าหลานชายของเขาหน่อยเดียวเท่านั้นเอง
ผู้หญิงคนนี้เลือกผู้ชายได้แย่จริงๆ
“เสี่ยวเหมย อีกสามวันต้องไปรายงานตัวที่โรงงานทอผ้า อย่าลืมนะ!” หยางเหว่ยเตือนด้วยความกระตือรือร้น
แม่หยางมองซูเหมยอย่างระแวดระวัง ลูกชายเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าเสี่ยวเหมย แถมยังกลับเมืองมาด้วยกัน ไปทำงานที่โรงงานทอผ้าด้วยกันอีก สถานะของสาวสวยคนนี้ชัดเจนแล้ว
ก็คือเด็กจบใหม่ที่ลูกชายของเธอตามตื๊อให้สามีเธอช่วยฝากเข้าทำงานเมื่อไม่นานมานี้ ชื่อซูเหมย หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักอย่างกับนางจิ้งจอก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงทำให้เหว่ยเอ๋อร์ของบ้านเธอหลงใหลได้ขนาดนี้
“เหว่ยเอ๋อร์ นี่เพื่อนลูกเหรอ?” แม่หยางพูดด้วยน้ำเสียงที่สูงส่ง มองเธอด้วยสายตาที่เหมือนกำลังเลือกสินค้า
ซูเหมยขมวดคิ้วเล็กน้อย แม่สามีในชาติที่แล้วคนนี้รู้สึกเสมอว่าลูกชายของตัวเองเป็นที่ต้องการยิ่งกว่าเงินทอง ต่อให้เป็นนางฟ้าลงมาเกิดก็ยังไม่คู่ควรกับลูกชายสุดที่รักของเธอ ผู้หญิงที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ หน้าตาสะสวยแบบเธอ ยิ่งไม่ถูกใจแม่หยางเข้าไปใหญ่
“ปกติฉันกับหยางเหว่ยไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันเท่าไหร่ ครั้งนี้แค่บังเอิญผ่านมาค่ะ คุณลุงคุณป้า ฉันรีบกลับบ้านก่อนนะคะ ไปก่อนนะคะ!” ซูเหมยแสดงท่าทีห่างเหิน บอกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้เป็นเพื่อนกับหยางเหว่ยด้วยซ้ำ แม่หยางคิดว่าลูกชายของตัวเองเป็นของล้ำค่า แต่เธอคิดว่าหยางเหว่ยสู้หางหมาก็ไม่ได้ ชาตินี้เธอไม่อยากข้องเกี่ยวด้วย
“พี่หาน ไปกันเถอะค่ะ!” ซูเหมยกระโดดขึ้นรถ ไม่ได้มองครอบครัวหยางอีกเลย หานจิ่งชวนพยักหน้าให้ครอบครัวหยางเล็กน้อย แล้วออกแรงถีบรถจากไป
หยางเหว่ยมองตามเงาร่างที่ค่อยๆ ห่างออกไปด้วยความเสียใจ อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิด “แม่พูดแบบนั้นทำไม เสี่ยวเหมยอุตส่าห์ใจดีกับผมขึ้นมาหน่อย พอแม่ถามแบบนั้นก็จบกันเลย เฮ้อ!” “ผู้หญิงคนนั้นมีแฟนแล้ว ลูกจะไปยุ่งอะไรด้วย รออีกหน่อยเดี๋ยวแม่หาผู้หญิงที่ดีกว่านี้ให้ งานดี หน้าตาก็ดี ฐานะก็ดี เหมาะสมกับบ้านเราทุกอย่าง ดีกว่าซูเหมยคนนั้นทุกคน!” แม่หยางพูดจาอ่อนหวานปลอบโยน
เธอคิดว่าหานจิ่งชวนเป็นแฟนของซูเหมย ผู้ชายผู้หญิงอยู่ด้วยกันตอนกลางค่ำกลางคืน ไม่ใช่แฟนแล้วจะเป็นอะไร?
แม่หยางก็โล่งใจไปเปลาะนึง อยากให้ซูเหมยไปทำให้ผู้ชายคนอื่นเดือดร้อนมากกว่า แค่อย่ามายุ่งกับลูกชายของเธอก็พอ ผู้หญิงอย่างซูเหมยคงไม่อยู่ติดบ้าน ถ้าแต่งงานกับเหว่ยเอ๋อร์ไป มีหวังบ้านหยางต้องถูกสวมเขาแน่ๆ
หยางเหว่ยไม่มีอารมณ์จะเถียงกับแม่ ยังไงเขาก็อยากแต่งงานกับซูเหมย ผู้หญิงคนอื่นดีแค่ไหนเขาก็ไม่ชอบ
ครอบครัวหยางขึ้นรถแล้วหายลับไปในความมืดในที่สุด
หานจิ่งชวนปั่นจักรยานอย่างมั่นคง ความเร็วคงที่ แต่ในใจเขากลับว้าวุ่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก ทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นของเขาสงบลงไปได้เยอะ แถมยังเกิดความคิดแปลกๆ ที่อยากจะทำอะไรบางอย่างขึ้นมาด้วย
เขาไม่เข้าใจว่าความคิดอยากจะทำอะไรบางอย่างที่ว่านั้นคืออะไร แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจ ความรู้สึกแบบนี้มันคุ้นเคย ตอนที่ช่วยซูเหมยครั้งก่อน เขาก็เคยเป็น
หานจิ่งชวนสูดหายใจลึกๆ กลิ่นหอมซึมซาบเข้าไปในปอด ทำให้จิตใจสงบลงได้มากขึ้น ช่วงนี้เขากระวนกระวายใจขึ้นทุกวัน ยาที่หมอให้ก็ไม่ได้ผล เขาตั้งใจจะฝากคนไปซื้อยาจากฮ่องกง ยาดีๆ ไม่มีในแผ่นดินใหญ่ มีแต่ที่ฮ่องกง หมอทีม B บอกเขามา
แต่ตอนนี้สองฝั่งปิดประเทศ การหายามันยุ่งยากเกินไป ต้องใช้เส้นสายของพ่อถึงจะทำได้ ซึ่งจะทำให้พ่อรู้ว่าเขาป่วย
เขาไม่อยากให้พ่อรู้
ไม่อยากให้แม่รู้ด้วย
ดังนั้นเขาเลยตั้งใจจะใช้วิธีอื่น ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็จะว่ายน้ำข้ามไป ด้วยฝีมือของเขา การหลีกเลี่ยงตำรวจน้ำไม่ใช่ปัญหา แต่หานจิ่งชวนยังไม่ได้ตัดสินใจ เขาอยากจะรออีกหน่อย ไม่คิดว่าคืนนี้พอได้เจอซูเหมย จิตใจของเขาก็สงบลง
ความกระวนกระวายใจหายไปอย่างน่าอัศจรรย์
หานจิ่งชวนอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าไปอีก เหมือนปลาที่ขาดน้ำ กระหายที่จะดูดซับ กลิ่นหอมนี้ดีกว่ายาที่หมอให้เสียอีก แล้วต่อไปเขาจะทำยังไง?
หรือว่าเขาจะต้องตามผู้หญิงคนนี้ไปทุกวัน?
หานจิ่งชวนขมวดคิ้ว เขาเกลียดผู้หญิง ไม่อยากติดต่อกับผู้หญิงด้วย เรื่องนี้มันน่าปวดหัวจริงๆ
หานจิ่งชวนคิดอะไรเพลินๆ ไม่ทันได้สังเกตหลุมบนถนน ล้อรถตกลงไป กระแทกอย่างแรง ซูเหมยเกือบจะตกลงไป รีบคว้าเอวผู้ชายคนนั้นไว้โดยสัญชาตญาณ
เล็กและแข็งแรง เอวดีสุดๆ
หานจิ่งชวนใส่เสื้อผ้าไม่หนา ซูเหมยสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งๆ ใต้เสื้อผ้า ต้องมีกล้ามเนื้อหน้าท้องที่สวยงามแน่ๆ ในหัวของเธอมีภาพขึ้นมาเลย แถมยังเคลือบด้วยสีน้ำผึ้งโดยอัตโนมัติ อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย มือก็กอดแน่นขึ้น ไม่อยากจะปล่อย