ตอนที่ 3

**บทที่ 3 การพบพานครั้งแรก**

“ซูเหมย อย่าทำเกินไปนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพ่อแม่ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!” หยางเหว่ยเริ่มตั้งสติได้ ยิ่งคิดยิ่งโมโห เขาเป็นถึงคุณชายหยาง กลับถูกผู้หญิงซ้อม แถมยังไม่ได้เปรียบอะไรเลย

ขาดทุนชัดๆ!

ซูเหมยหัวเราะเยาะ แล้วซัดเขาไปอีกชุด ความกร่างที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมาของหยางเหว่ยดับวูบในทันที แต่ปากก็ยังดีแต่พูด “เธอระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ถ้าฉันไปบอกคนอื่นว่าเธอได้นอนกับฉันแล้ว เธอ…โอ๊ย…” โดนซ้อมไปอีกชุด หยางเหว่ยก็ปากแข็งไม่ออกแล้ว นอนแผ่หราเหมือนหมาตายอยู่บนพื้น เจ็บไปทั้งตัว กระดูกเหมือนจะหัก

ผู้หญิงคนนี้มันไม่ใช่คน หมัดหนักกว่าผู้กองซะอีก ต่อยเขาเจ็บไปหมด

“สองนิ้ว!” ซูเหมยพูดขึ้นมาลอยๆ

หยางเหว่ยงงเป็นไก่ตาแตก แม่ยักษ์นี่พูดอะไรของมัน?

แล้วทำไมในใจเขารู้สึกไม่ดีขึ้นมาตะหงิดๆ?

ซูเหมยยกเท้าขึ้น ปลายเท้าแตะลงบนท้องน้อยของไอ้บ้านั่น “สองนิ้วเป๊ะ สมแล้วที่ชื่อหยางเหว่ย พ่อแม่แกตั้งชื่อได้ไม่ผิดจริงๆ” ในที่สุดหยางเหว่ยก็เข้าใจ หน้าซีดเผือดในทันที รีบเอามือกุมท้องน้อยไว้แน่นด้วยความตกใจ

แม่ยักษ์นี่รู้ได้ยังไงว่าของเขามีแค่สองนิ้ว?

แถมยังรู้ได้แม่นยำขนาดนี้ หรือว่าเมื่อกี้แอบวัดไปแล้ว?

ซูเหมยแสยะยิ้ม พูดจงใจ “ถ้าฉันไปบอกคนอื่นว่าขนาดของแก…” “อย่าพูดนะ…ฉันผิดไปแล้ว ต่อไปนี้จะไม่กล้าอีกแล้ว ซูเหมยขอร้องล่ะ” หยางเหว่ยอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร

เขาก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ถ้าคนอื่นรู้ว่าเขาเป็นไอ้สองนิ้ว แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

“กลับไปแล้วจะพูดยังไง?” ซูเหมยถามเสียงเย็น

“ฉันขึ้นไปตัดฟืนบนเขาแล้วพลาดท่าตกลงมา ไม่ได้เจอเธอ ไม่ได้เจอใครทั้งนั้น” หยางเหว่ยรีบพูด อย่างน้อยเขาก็ยังพอมีไหวพริบบ้าง

“แล้วเรื่องหานเจี้ยนหมิงล่ะ?” “ซ้อมมัน?” หยางเหว่ยลองเชิงดู อยากจะรู้ปฏิกิริยาของซูเหมย

ยังไงซะ แม่ยักษ์นี่ก็รักไอ้หานเจี้ยนหมิงปานจะกลืนกินอยู่แล้ว

เห็นสีหน้าของซูเหมยผ่อนคลายลง หยางเหว่ยก็ใจชื้นขึ้นมา รู้แล้วว่าซูเหมยต้องการอะไร ตัดสินใจในใจว่ากลับไปแล้วจะไปชวนเพื่อนฝูงมาสั่งสอนไอ้หานเจี้ยนหมิงนั่นให้เข็ด

ฮึ่ม ทำให้เขาต้องเจ็บตัวขนาดนี้ แถมยังทำให้ความลับเรื่องสองนิ้วต้องเปิดเผยออกมาอีก ซ้อมมันให้ตายไปเลย!

“โควต้าการรับสมัครคนงานล่ะ?” ซูเหมยถามอีก

“ให้เธอ” หยางเหว่ยไม่ลังเลเลยสักนิด ขอแค่ซูเหมยไม่แพร่งพรายความลับของเขาออกไป เรื่องโควต้าการรับสมัครคนงานน่ะจิ๊บจ๊อย พ่อเขามีปัญญาจัดการได้อยู่แล้ว

ซูเหมยพอใจมาก ชาติที่แล้วกว่าเธอจะได้กลับเข้าเมืองก็ปีหน้า ชาตินี้เธอจะได้กลับไปก่อน

อีกแค่สองเดือนข้างหน้า รัฐบาลก็จะประกาศนโยบายสำคัญ ลมแห่งการปฏิรูปและการเปิดประเทศจะพัดโชยไปทั่วแผ่นดิน ขอแค่กล้าได้กล้าเสีย ที่ไหนๆ ก็มีแต่ทอง เธอจะไม่เพียงแต่แก้แค้นเท่านั้น แต่ยังต้องร่ำรวยอีกด้วย

แถมยังต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยในฝันด้วย ชาตินี้ได้เกิดใหม่แล้ว ถ้ายังใช้ชีวิตไม่ให้คุ้มค่า ก็เท่ากับว่าทรยศต่อของขวัญที่สวรรค์ประทานให้!

“ไป!” ซูเหมยเอ่ยปาก หยางเหว่ยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก รีบวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต

หลังจากที่ซูเหมยจากไปไม่นาน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งก็เดินออกมาจากป่า รูปร่างสง่างาม ท่าทางเย็นชา ดวงตาคมกริบราวกับน้ำแข็ง

ชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังของซูเหมยอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ลูกสาวคนเล็กของตระกูลซูนี่น่าสนใจดีนี่

“เสี่ยวหาน รอนานไหม?” ชายชราผอมบางคนหนึ่งสะพายกระเป๋าเดินเข้ามา ชายชราสวมชุดจงซานที่ปะแล้วปะอีกหลายแห่ง แม้จะซักจนสีซีดแล้ว แต่ก็ยังดูสะอาดสะอ้าน กระดุมทุกเม็ดติดอย่างเรียบร้อย แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด

ชายชราสวมแว่นตาที่พันด้วยเทป ก้าวเดินหอบหายใจเล็กน้อย หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ หานจิ่งชวนรับกระเป๋าของเขามา ข้างในเต็มไปด้วยดินและหิน

“วันนี้เจอเรื่องใหญ่เข้าแล้ว ผมมั่นใจหกส่วนว่าใต้ภูเขาลูกนี้มีเหมืองทองคำ แถมปริมาณยังไม่น้อยด้วย” ชายชราพูดอย่างตื่นเต้น

“จะขออนุมัติจากเบื้องบนเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมไหมครับ?” หานจิ่งชวนถามอย่างใจเย็น สีหน้าไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ

“ยังไม่ต้อง ผมจะสำรวจอีกสักหน่อย ถ้ามั่นใจกว่านี้ค่อยขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชา” ชายชราส่ายหน้า เขาเป็นห่วงว่าตัวเองจะเข้าใจผิด รอให้มีการค้นพบมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยขออนุมัติ เขาอุตส่าห์ได้รับการล้างมลทินแล้ว จะพลาดอีกไม่ได้

หานจิ่งชวนไม่ได้พูดอะไรอีก ชายชราชื่อจงหยุนผิง เป็นนักธรณีวิทยาชื่อดังระดับโลก ทั้งครอบครัวถูกส่งมาใช้แรงงานที่นี่ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนได้รับการล้างมลทินแล้ว เขาได้รับคำสั่งให้คุ้มกันชายชรากลับไปยังเมืองหลู นี่เป็นภารกิจสุดท้ายก่อนที่เขาจะออกจากราชการ เดิมทีเขาสามารถกลับไปยังเมืองหลูได้แล้ว แต่ศาสตราจารย์จงบอกว่าจะอยู่ที่นี่เพื่อสำรวจเหมืองทองคำ หลังจากที่ขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว หานจิ่งชวนก็อยู่ที่นี่กับศาสตราจารย์จงเพื่อสำรวจด้วยกัน

วันนี้เขามากับศาสตราจารย์จงเพื่อสำรวจบนเขา แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอหลานชายของตัวเองอย่างหานเจี้ยนหมิง แถมยังได้เจอคุณหนูเล็กของตระกูลซูที่น่าสนใจอีกด้วย

สัญชาตญาณบอกเขาว่าการอยู่ที่นี่จะต้องได้เห็นเรื่องสนุกๆ แน่นอน

ภารกิจครั้งนี้ไม่เสียเที่ยว แถมถ้าจำเป็นเขาก็สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้

ซูเหมยกลับไปยังหอพักหญิงของกลุ่มปัญญาชนที่ถูกส่งมาอยู่ชนบท ท้องฟ้ามืดสนิท อุณหภูมิลดลง ในห้องของเธอมีคนอยู่หกคน อีกห้าคนกำลังล้อมรอบเตาผิงเพื่อปิ้งข้าวโพด

“เธอไปเก็บฟืนที่ไหนมา?” “บนเขาฝั่งตรงข้ามแม่น้ำน่ะ” ปัญญาชนหญิงที่ถามก่อนหน้านี้ถามด้วยความสงสัย “เมื่อกี้พวกเราก็ไปตัดฟืนที่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเหมือนกัน ทำไมไม่เห็นเธอเลย?” “ฉันเข้าไปเก็บเห็ดในป่า จะเอามาทำซุปกินตอนเย็น” ซูเหมยเทเห็ดสดจำนวนหนึ่งออกมาจากตะกร้า ประมาณสองกิโลกว่า ทุกคนต่างก็ดีใจ “คืนนี้ได้กินมื้อพิเศษแล้ว ซูเหมยเธอไปเก็บที่ไหนมา? ตอนนี้เห็ดเหลือน้อยแล้วนะ” “ก็ในป่านั่นแหละ มีอยู่แค่นี้แหละ” ซูเหมยพูดอย่างเฉยเมย วางฟืนไว้ให้เป็นระเบียบ แล้วยื่นเห็ดให้กับปัญญาชนหญิงคนหนึ่ง สัปดาห์นี้เป็นเวรของปัญญาชนหญิงคนนี้ทำอาหาร

“เมื่อกี้หานเจี้ยนหมิงมาหาเธอด้วยนะ ดูท่าทางเป็นห่วงเธอมากเลย” จางหงเหมย ปัญญาชนหญิงที่ถามก่อนหน้านี้พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เธอเป็นคนเมืองหลูเหมือนกัน ชอบหานเจี้ยนหมิง เลยมักจะหาเรื่องซูเหมยอยู่เสมอ

“อ๋อ” ซูเหมยไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่พอได้ยินชื่อหานเจี้ยนหมิงแล้วก็จะใจเต้นโครมคราม ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบผู้ชายคนนี้

นั่งลงบนเตียง หยิบกระจกออกมาจากลิ้นชัก ในกระจกปรากฏภาพของหญิงงามที่สวยกว่าดอกกุหลาบ ริมฝีปากแดงระเรื่อ ฟันขาวสะอาด ดวงตาสุกใสเป็นประกาย คิ้วเรียวยาวเหมือนภูเขาไกล ดวงตาดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง น่าเสียดายที่ความงามของเธอในชาติที่แล้วถูกทำลายย่ำยีในคุก ทำให้เหี่ยวเฉาก่อนวัยอันควร

ทุกคนต่างก็รู้สึกแปลกใจ รู้สึกว่าซูเหมยเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทำไมพอได้ยินชื่อหานเจี้ยนหมิงถึงได้เฉยเมยขนาดนี้?

ตอนเย็น หานเจี้ยนหมิงไม่ได้มาหาเธออีก แต่ในวันรุ่งขึ้น ข่าวที่ว่าหานเจี้ยนหมิงถูกคลุมโปงซ้อมก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งกองร้อย เหมือนติดปีกบิน เมื่อซูเหมยได้เจอไอ้สารเลวนั่นอีกครั้ง ก็ได้เห็นใบหน้าบวมปูดเหมือนหัวหมู

เห็นแล้วอารมณ์ดีขึ้นมาทันที หยางเหว่ยทำงานได้ดีนี่ ต่อไปจะซ้อมให้น้อยลงหน่อยก็แล้วกัน

“เสี่ยวเหมย วันนั้น…” หานเจี้ยนหมิงเดินเข้ามาใกล้ อยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกับหยางเหว่ย ทำไมหยางเหว่ยถึงไม่สนใจเขา แถมยังพูดจาไม่ดีกับเขาอีก เขาถึงกับคิดว่าคนที่คลุมโปงซ้อมเขาเมื่อคืนก่อนต้องเป็นหยางเหว่ยแน่ๆ