ตอนที่ 39

บทที่ 39: ปีศาจสาวตื่นแล้ว

ชูเพ่ยเพ่ยรีบหลบการโจมตีของไป๋เหวินปินอย่างทุลักทุเล

เธอไม่ได้ร่ำเรียนวิทยายุทธ์มา แต่โชคดีที่อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ ไหล่มีเลือดไหลไม่หยุด แขนจึงออกแรงได้ไม่เต็มที่

อีกทั้งเขายังใช้ค้อนซึ่งเป็นอาวุธที่อุ้ยอ้าย ทำให้เธอหลบการโจมตีระลอกนี้มาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่บ้านคุณอันเป็นอย่างไร ปล่อยให้คนอื่นทุบประตู แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

หรือว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น?

คิดได้ดังนั้น สีหน้าของเธอก็เคร่งขรึมขึ้น พร้อมยกมีดแล่เนื้อขึ้นฟาดฟันใส่เขา

ไม่มีแบบแผนอะไร เน้นที่ความเร็วและความรุนแรงเป็นหลัก แต่ไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่

นี่คือเคล็ดวิชาที่เธอฝึกฝนมาจากการแย่งชิงเสบียงกับคนอื่นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา

เรียกกันติดปากว่า "ฟันมั่วๆ ก็ฆ่าปรมาจารย์ได้"

เธอยกมีดแล่เนื้อขึ้นตรงหน้าอก แกว่งขึ้นลงซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นลมมีดขึ้นมา

ไป๋เหวินปินถอยหลังไปสองสามก้าว อย่างจนปัญญา

เดิมทีเขาดูแคลนการต่อสู้ของผู้หญิงเป็นอย่างมาก ไม่มีแบบแผน ไม่มีเรี่ยวแรง เอาแต่กวัดแกว่งไปมาอย่างไร้ทิศทาง

ไม่ก็กางเล็บยาวๆ ข่วนเหมือนลูกแมว หรือไม่ก็กำหมัดชกไปมาตั้งนาน ต่อยโดนก็ไม่เจ็บไม่คัน

ไม่เหมือนพวกผู้ชายที่อาศัยแรงเหวี่ยงจากเอว ปล่อยหมัดเหล็กออกไปทีเดียวก็สามารถต่อยคนให้ตาพร่าได้

แต่เขาต้องยอมรับว่า เมื่อผู้หญิงถืออาวุธร้ายแรงอยู่ในมือ การกวัดแกว่งไปมาอย่างบ้าคลั่งนั้นก็ยังคงน่ากลัวอยู่ดี

อย่างเช่นตอนนี้ เขาไม่สามารถเข้าใกล้ตัวชูเพ่ยเพ่ยได้เลยจริงๆ

พยายามที่จะแย่งมีดในมือเธอ แต่มีดนั้นยาวเกินไป แถมชูเพ่ยเพ่ยยังเหวี่ยงมันเร็วเสียจนเห็นเป็นภาพติดตา

ตราบใดที่เขากล้าเอื้อมมือออกไป ก็จะถูกตัดแขนขาดในทันที

ไป๋เหวินปินจึงทำได้เพียงเหวี่ยงค้อน แม้จะตีไม่โดนตัวชูเพ่ยเพ่ย แต่ก็สามารถสกัดกั้นการรุกคืบหน้าของเธอได้

ค้อนปะทะกับมีดใหญ่ เกิดเป็นประกายไฟ

ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งสองคนต่างก็เหวี่ยงอาวุธเข้าใส่กัน ไม่แพ้ไม่ชนะ

ชูเพ่ยเพ่ยได้ยินว่าในบ้านยังคงเงียบสนิท ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ พลางฟันเขาไปพลางตะโกนเข้าไปข้างในว่า

"คุณอันสบายดีไหมคะ?"

"คุณอัน เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?"

ไป๋เหวินปินเห็นเธอตะโกนจนคอแทบแตก กลัวว่าเธอจะปลุกอันหนานขึ้นมาจริงๆ ด้วยความโกรธ เขาจึงออกแรงเหวี่ยงค้อนสุดกำลัง กระแทกมีดในมือเธอจนกระเด็น

ชูเพ่ยเพ่ยเสียสมาธิไปเมื่อครู่ มือจึงชาไปหมด อาวุธถูกไป๋เหวินปินตีหลุดมือไป

ในใจเธอตระหนก รีบจะก้มลงไปเก็บมันคืนมา

ไป๋เหวินปินจะให้โอกาสเธอได้อย่างไร ยกค้อนขึ้นทุบศีรษะเธอในทันที

ชูเพ่ยเพ่ยตกใจสุดขีด รีบถอยหลัง แต่กลับพลาดท่าเหยียบอากาศ ตกลงมาจากบันได ลงไปกองอยู่บนชานพักระหว่างชั้น 14 และ 13

ไป๋เหวินปินหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา เตรียมจะเข้าไปจัดการเธอให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

ในขณะนั้นเอง กลับได้ยินเสียง "แกร็ก" ดังขึ้น

ประตูข้างหลังค่อยๆ เปิดออก

หัวใจของเขากระตุกวูบ รีบหันหลังกลับไปมอง

...

อันหนานถูกเสียงข่วนประตูของฟู่กุ้ยปลุกให้ตื่น

ฟู่กุ้ยเห็นเจ้านายออกจากห้องไป ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะในใจมัน เจ้านายของมันคือแม่ทัพผู้ไร้เทียมทาน

แต่ครั้งนี้อันหนานออกไปหน้าประตูได้ไม่นานนัก จู่ๆ ก็ไม่มีเสียงอะไรดังออกมาอีกเลย

ข้างนอกยังมีเสียงทุบประตูดังไม่หยุด รวมถึงเสียงต่อสู้ที่ไม่ใช่ของเจ้านาย

มันใช้จมูกเล็กๆ ดมกลิ่นอย่างว่องไว ได้กลิ่นว่าเจ้านายอยู่ไม่ไกลจากมัน น่าจะอยู่หน้าประตู 1402 แต่เธอไม่ได้ขยับไปไหนเลย

ฉลาดอย่างมัน คิดได้ทันทีว่าหนานเจี่ยอาจจะเกิดเรื่องแล้วก็ได้?

ร้อนใจจนมันข่วนประตูอย่างบ้าคลั่ง อยากจะออกไปช่วย

ทั้งข่วนทั้งเห่าเสียงดัง "โฮ่งๆๆๆๆๆ"

ส่วนอันหนานเนื่องจากกลั้นหายใจได้ทันท่วงที ปริมาณยาพิษที่สูดเข้าไปจึงไม่มากนัก ในที่สุดก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติท่ามกลางเสียงโหยหวนของฟู่กุ้ย

หลังจากที่เธอรู้สึกตัว ก็ได้ยินเสียงตะโกนของชูเพ่ยเพ่ยอยู่หน้าประตู ไม่ทันได้ปลอบโยนเจ้าตูบที่บ้าน ก็รีบลุกขึ้นยืน

ลองเดินไปสองสามก้าว แม้จะรู้สึกเวียนหัวอยู่บ้าง แต่การจัดการไป๋เหวินปินและเฉียนอิ๋งเอ๋อร์ก็ยังไม่ใช่เรื่องยาก

เธอส่ายหัว สะบัดความคิด สวมหน้ากากกันแก๊สพิษจากพื้นที่มิติส่วนตัว ป้องกันไม่ให้พวกมันพ่นยาพิษอะไรออกมาอีก

ดูซิว่าคราวนี้พวกแกจะเล่นตลกอะไรได้อีก!

เธอผลักประตูออกไป ก็เห็นไป๋เหวินปินกำลังเหวี่ยงค้อนจะทุบชูเพ่ยเพ่ยอยู่พอดี

ไป๋เหวินปินหันกลับมาเห็นอันหนานผลักประตูเดินออกมา ก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ

ปีศาจสาวที่เชือดคนเหมือนผักตื่นแล้ว!!

เขาไม่สนใจชูเพ่ยเพ่ยอีกต่อไป ถือค้อนวิ่งหนีลงบันไดไปอย่างไม่คิดชีวิต

ด้วยความตื่นตระหนก แม้แต่เฉียนอิ๋งเอ๋อร์ที่นั่งอยู่บนพื้นเขาก็ไม่ได้สนใจ วิ่งกลับบ้านไปคนเดียว

อันหนานเพิ่งฟื้นคืนสติ การเคลื่อนไหวจึงยังช้าอยู่เล็กน้อย ชั่วขณะหนึ่งจึงคว้าตัวเขาไว้ไม่ทัน

เธอมองตามแผ่นหลังของชายที่วิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง รู้สึกพูดไม่ออก

ผู้ชายคนนี้เหมือนปลาในท่อระบายน้ำจริงๆ!

เอาแต่ใช้วิธีการที่ไม่น่าพิสมัย พอเจอหน้ากันจริงๆ ก็วิ่งหนีทันที ลื่นไหลจนจับตัวยากจริงๆ!

เธอเหลือบมองบน เดินลงบันไดไปสองสามก้าว พยุงชูเพ่ยเพ่ยที่ล้มอยู่บนชานพักขึ้นมา

ในขณะนี้ชูเพ่ยเพ่ยหมดแรง หอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน แขนเต็มไปด้วยรอยถลอกปอกเปิก

เมื่อเห็นอันหนาน เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก "คุณอัน สบายดีไหมคะ?"

"ฉันไม่เป็นอะไร" อันหนานถอดหน้ากากออก ขมวดคิ้วมองเธอ "ร่างกายเธอยังไม่ฟื้นตัวดี ทำไมถึงออกมา?"

ชูเพ่ยเพ่ยยิ้มอย่างอ่อนแรง "ฉันหายดีแล้วค่ะ ยังออกไปหาเสบียงมาด้วย ได้บิสกิตมาเยอะมาก คิดว่าจะเอามาให้คุณลองชิมดูบ้าง"

อันหนานชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็แสดงสีหน้าไม่เห็นด้วย "หลังแท้งลูกต้องพักผ่อนอยู่บนเตียง การอยู่เดือนเล็กก็เหมือนกับการอยู่เดือนใหญ่ ฉันไม่ได้ขาดแคลนของพวกนี้"

ชูเพ่ยเพ่ยยิ้มขมขื่น "ตอนนี้จะมีเงื่อนไขอะไรให้ทำอย่างนั้นได้ ไม่เป็นไรค่ะ พื้นฐานร่างกายฉันดี ไม่เป็นอะไรหรอก"

พูดพลางหยิบถุงข้างตัวขึ้นมา "ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณยังไม่ได้ขาดแคลนอาหาร แต่บุญคุณช่วยชีวิต ไม่รู้จะตอบแทนยังไง ฉันแค่อยากจะแสดงความรู้สึกของตัวเองบ้าง สภาพไม่เอื้ออำนวย หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจนะคะ"

อันหนานมองเธอ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชม ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือร่างกาย ก็แข็งแกร่งราวกับคนเหล็ก

วันนี้ถ้าไม่ได้ชูเพ่ยเพ่ยถ่วงเวลาไป๋เหวินปินไว้ ก็คงจะถูกไอ้ขี้ขลาดนั่นฉวยโอกาส บุกเข้ามาจริงๆ

อันหนานมองเธอด้วยความซาบซึ้ง ไม่ได้พูดอะไรอีก รับของของเธอไว้

"เธอรออยู่ที่นี่ก่อนนะ ฉันก็มีของจะให้เธอเหมือนกัน" พูดพลางหันหลังเดินขึ้นไปข้างบน

พอหันกลับมา ก็เห็นเฉียนอิ๋งเอ๋อร์นั่งอยู่หน้าประตูบ้านของเธอ

เห็นเธอนั่งอยู่บนพื้น จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาเหม่อลอย

อันหนานตกใจ รีบชักมีดออกมาป้องกันตัว

ก็ได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะคิกคักออกมา ยกมือขึ้น ชี้มาที่เธอ "เฮะๆๆๆๆๆ คนสวย! คนสวยมากๆ!"

...

อันหนานปวดหัว นี่ผู้หญิงคนนี้จะเล่นอะไรอีก?

เฉียนอิ๋งเอ๋อร์เอียงคอมองอันหนาน พลางหัวเราะ พลางน้ำลายไหลออกมาจากมุมปาก

"เฮะๆๆๆๆๆ คนสวย! ไม่สวยเท่าฉัน ฉันสวยที่สุด!"

พูดพลางคลานเข่าเข้ามาหาอันหนาน

อันหนานแสดงสีหน้ารังเกียจ ยกเท้าเตะเธอจนล้มลงไปกับพื้น จากนั้นก็หันไปถามชูเพ่ยเพ่ยที่อยู่ข้างหลังว่า "เธอเป็นอะไรไป?"