ตอนที่ 12

(บทที่ 12: การหยอกล้อ) ส่วนประตูที่อยู่ด้านในนั้น เสี้ยซือซือยังไม่ได้ตัดสินใจเลือก คงต้องหาเวลาสองสามวันนี้ไปดูเสียหน่อย

ตอนเย็น นางเก็บข้าวของที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วใส่หีบห่อเล็กน้อย

เสี้ยซือซือนั่งอยู่ท่ามกลางข้าวของกระจุกกระจิก มองดูบ้านเก่าที่กำลังจะจากไป ก็รู้สึกใจหายอยู่บ้าง

ที่นี่คือพื้นที่เล็กๆ ที่พ่อแม่ของเสี้ยซือซือทิ้งไว้ให้

ถ้าไม่ใช่ว่ามันไม่เหมาะกับการเอาชีวิตรอดในโลกาวินาศจริงๆ เสี้ยซือซือคงไม่จากที่นี่ไปแน่นอน

ในบรรดาข้าวของที่เสี้ยซือซือเก็บนั้น มีของเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่เป็นภาระในโลกาวินาศ

อย่างเช่นสมุดบันทึกประจำวันสมัยเรียนประถมของเสี้ยซือซือ

กิ๊บติดผมลายโบว์ขนาดใหญ่

รูปภาพที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้เสี้ยซือซือ

สมุดรุ่นที่เพื่อนร่วมชั้นเขียนให้ตอนจบการศึกษา

ของพวกนี้ กินก็ไม่ได้ ดื่มก็ไม่ได้

แต่สำหรับเสี้ยซือซือแล้ว มันคือชีวิตและความทรงจำของนาง

ในชาติก่อน นางไม่มีเวลาที่จะเอาของเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปด้วย สุดท้ายก็ทำได้เพียงทิ้งบ้านหลังนี้ไป

สิ่งที่เสี้ยซือซือยัดใส่กระเป๋าเสื้อ ก็มีแค่รูปครอบครัวหนึ่งใบเท่านั้น

ตอนนี้ นางมีเวลาที่จะจัดการข้าวของเหล่านี้ มันทำให้นางรู้สึกมีความสุขมาก

สูดหายใจเข้าลึกๆ เสี้ยซือซือนำข้าวของที่เก็บไว้ทั้งหมดใส่เข้าไปในบ้านหลังเล็กในมิติ

ถึงแม้ว่าบ้านหลังนั้นจะเล็กมาก แต่เสี้ยซือซือก็ยังพยายามจัดวางสิ่งของต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด และยังตั้งใจจัดวางตามรูปแบบของบ้านหลังนี้อีกด้วย

หากมีโอกาสในอนาคต นางจะจำลองบ้านหลังนี้ในความทรงจำของนางกลับคืนมาอีกครั้ง

ขณะที่เสี้ยซือซือกำลังเหม่อมองรูปครอบครัวที่อยู่เป็นเพื่อนกับนางมาหลายปีในชาติก่อนอยู่นั้น จู่ๆ ต้าเฮยก็เอาหัวใหญ่ๆ ของมันเข้ามาใกล้ ทำเอาเสี้ยซือซือตกใจ

ดวงตาสีดำขลับของมันจ้องมองเสี้ยซือซืออย่างแน่วแน่ ในดวงตามีความกังวลอยู่บ้าง

ตอนนั้นเองที่เสี้ยซือซือเพิ่งสังเกตว่า ดวงตาของนางกลับมีน้ำตาไหลออกมาเป็นทาง

“แกเป็นห่วงฉันเหรอ? ฉันไม่เป็นไร” เสี้ยซือซือเอ่ยเสียงแหบแห้ง พลางลูบหัวใหญ่ๆ ของต้าเฮยเบาๆ

เจ้าหมาตัวใหญ่นี่ น่ารักจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นครั้งแรกในไม่กี่วันที่ผ่านมาที่มันเอาหัวซุกเข้ามาในอ้อมกอดของเสี้ยซือซือ

นี่หมายความว่าต้าเฮยกำลังค่อยๆ ชอบนางมากขึ้นเรื่อยๆ ใช่หรือไม่?

ความคิดนี้ทำให้เสี้ยซือซือดีใจมาก นางยื่นมือออกไปหวังจะกอดต้าเฮยให้แน่นขึ้นอีกหน่อย

แต่ต้าเฮยกลับเห็นว่าเสี้ยซือซือไม่เป็นอะไรแล้ว มันก็พรวดพราดออกจากอ้อมกอดของเสี้ยซือซือไปทันที

ทิ้งไว้เพียงบั้นท้ายดำๆ ใหญ่ๆ

เสี้ยซือซือถอนหายใจอย่างจนปัญญา เด็กคนนี้ยังหยิ่งๆ อยู่นะเนี่ย

ก่อนนอน เสี้ยซือซือไม่คิดว่านางจะได้รับข้อความจากหลินอี้อีก

ครั้งนี้ หลินอี้ยังคงน่าสะอิดสะเอียนเหมือนเดิม ประมาณว่าเป็นการเพ้อฝันถึงอนาคตและการรำลึกถึงอดีตด้วยคำพูดเลี่ยนๆ

พอนึกถึงว่าตอนนี้หลินอี้คงจะอยู่กับเฮ่อโหรว เสี้ยซือซือก็รู้สึกคลื่นไส้

นี่มันรสนิยมแบบไหนกัน ถึงได้คอยแต่จะมารบกวนนางในเวลาแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เสี้ยซือซือยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ รู้สึกว่าไม่ควรปล่อยพวกผู้ชายผู้หญิงคู่นี้ไปง่ายๆ

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็มองดูคำพูดเหล่านั้นในโทรศัพท์ที่รำลึกถึงอดีตและเพ้อฝันถึงอนาคต พลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“พี่หลินอี้ วันนั้นที่พูดกับพี่ไป ฉันกลับมาคิดดูแล้วก็รู้สึกว่ามันแรงไปจริงๆ ช่วงนี้ฉันกินไม่ได้นอนไม่หลับเลย พี่มานอนเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม? เรามาคุยกันดีๆ นะ”

หลังจากส่งข้อความนี้ไปแล้ว นานมากอีกฝ่ายก็ยังไม่มีการตอบกลับ

เสี้ยซือซือยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในใจคิดว่า…การเป็น "กรีนทีบี" (Green Tea Bitch: ผู้หญิงที่ภายนอกดูใสซื่อ แต่จริงๆ แล้วเจ้าเล่ห์) ใครๆ ก็เป็นได้ทั้งนั้นแหละ

ตอนนี้หลินอี้กับเฮ่อโหรวคงจะทะเลาะกันจนบ้านแตกแล้วมั้ง

หรือเฮ่อโหรวกำลังแสร้งทำเป็นใจกว้าง แสร้งทำเป็นน่าสงสาร กำลังควบคุมหลินอี้อยู่

แต่เสี้ยซือซือรู้ดีถึงนิสัยของหลินอี้

ถึงแม้จะชอบเฮ่อโหรว ถึงแม้จะไม่มีความรู้สึกอะไรกับเสี้ยซือซือแล้ว แต่ก็ไม่มีทางปล่อยเนื้อชิ้นโตนี้ไปได้แน่นอน

ตอนนี้เสี้ยซือซือพูดแบบนี้ ยื่นกิ่งมะกอกให้แบบนี้ หลินอี้จะต้องคว้าเอาไว้แน่นอน

แต่ว่า…

ดูเหมือนว่าเสน่ห์ของเฮ่อโหรวจะไม่น้อยเลยนะ

ผ่านไปสิบนาที กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

เสี้ยซือซือหาว รู้สึกง่วงแล้ว คงต้องรีบเข้านอน

นางจึงส่งข้อความไปอีก

“พี่หลินอี้ ฉันรู้ว่าที่ฉันพูดออกไปแบบนี้มันอาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่จริงๆ แล้วเราคบกันมานานขนาดนี้แล้ว ก็ควรจะไปถึงขั้นนั้นได้แล้วนะ คืนนี้ฉันถือว่าบังคับตัวเองแล้วกัน รอพี่อยู่ที่โรงแรม XX ถนน XX ห้อง 1203 นะ พี่บอกพนักงานต้อนรับได้เลย”

หลังจากพูดจบ เสี้ยซือซือก็ปิดโทรศัพท์แล้วเข้านอนทันที

การนอนหลับในครั้งนี้ เป็นการนอนหลับฝันดีจริงๆ

สำหรับห้อง 1203 โรงแรม XX ถนน XX นั้น เสี้ยซือซือไม่ได้พูดมั่วๆ

ในชาติที่แล้ว เสี้ยซือซือเคยเจอคนรวยรุ่นที่สองที่อยากจะใช้เงินฟาดหัวคน

ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้คนรวยรุ่นที่สองคนนั้น มีห้องพักประจำอยู่ที่ห้อง 1203 โรงแรม XX แห่งนี้ตลอดทั้งปี

คืนนี้ก็แค่อยากให้หลินอี้ไปลองเสี่ยงโชคดู เผื่อจะซวยโดนไล่ออกมา เสี้ยซือซือคงจะหัวเราะจนตื่น

เช้าวันรุ่งขึ้น เสี้ยซือซือเปิดโทรศัพท์

พบว่ามีสายที่ไม่ได้รับหลายสิบสาย และข้อความอีกสิบกว่าข้อความ

ที่น่าสนใจคือ ในนี้มีทั้งของหลินอี้และของเฮ่อโหรว

เสี้ยซือซือเปิดข้อมูลในโทรศัพท์ด้วยความสนใจ

เปิดข้อมูลของหลินอี้ก่อน

อันดับแรกคือข้อความ “เธออยู่ที่ไหน? ฉันมาถึงโรงแรมแล้ว ทำไมโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้?” เป็นชุด

หลังจากข้อความที่คล้ายกันนี้หลายข้อความ

ก็คือข้อความ “ฉันมาถึงห้อง 1203 แล้ว ทำไมเธอไม่เปิดประตู?”

ดูจากเวลาที่ส่งข้อความ ข้อความถัดไปก็คืออีกยี่สิบนาทีต่อมา

“เสี้ยซือซือ เธอหมายความว่ายังไง? ทำไมข้างในถึงเป็นผู้ชาย? แล้วเธออยู่ที่ไหน? พูดสิ! ฉันโดนต่อย!”

หลังจากนั้น ก็คงจะเป็นคำด่าทอนางต่างๆ นานา

ดูออกว่าหลินอี้ร้อนใจจริงๆ

และก็ดูออกว่าหลินอี้โดนซ้อมจริงๆ

เมื่อเห็นดังนั้น นางก็เลิกคิ้วขึ้น อารมณ์ดีมาก

ออกจากบันทึกการสนทนาของหลินอี้ เสี้ยซือซือเปิดบันทึกการสนทนาของเฮ่อโหรว

บันทึกการสนทนาที่นี่เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง

เฮ่อโหรวแสร้งทำเป็นห่วงใยอย่างมาก บอกว่าหลินอี้ส่งข้อความมาหาเธอ บอกว่าเสี้ยซือซือจะมอบครั้งแรกของตัวเองให้กับหลินอี้ ถามว่าเสี้ยซือซือคิดดีแล้วหรือยัง

“ซือซือ ครั้งแรกของผู้หญิงสำคัญที่สุดนะ เธอต้องคิดให้ดีๆ นะ ฉันได้ยินจากหลินอี้ว่าเธอชวนเขาไปโรงแรม…ซือซือ เธอไม่น่าจะเป็นผู้หญิงแบบนี้นะ เธอเป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

เสี้ยซือซือแทบจะอาเจียนออกมาเมื่อเห็นข้อความนี้

เชอะ!

แสร้งทำเป็นห่วงใยไปได้

ต่อมา เฮ่อโหรวก็ใช้ข้ออ้างต่างๆ นานาเพื่อแสดงความห่วงใย แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องการให้เสี้ยซือซือเปลี่ยนใจ อย่าเพิ่งมีอะไรกับหลินอี้

ต่อมา จากข้อความที่เฮ่อโหรวส่งมาจะเห็นได้ว่า เธอถึงกับไปที่โรงแรมนั้นด้วย

แต่ก็ไม่ได้อะไรดีๆ กลับมา แถมยังโดนด่าไปพร้อมกับหลินอี้ ถามว่าเฮ่อโหรวคิดอะไรกันแน่ ปกป้องหลินอี้

“น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นฉากนี้ด้วยตาตัวเอง” เสี้ยซือซือถอนหายใจแล้วพูด

คิดว่าเมื่อคืนคนสองคนนั้นคงจะตกใจกันน่าดู วันนี้คงจะไม่ตื่นเช้าขนาดนั้น เสี้ยซือซือจึงยังไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ขอจัดการเรื่องของตัวเองก่อน

`