ตอนที่ 12
**บทที่ 12: ปีศาจร้ายสิงสู่**
“คุณนายใหญ่เจ้าคะ เฉินมามาหมดสติไปแล้ว” เสิ่นกุ้ยเข้ามารายงาน
ซ่งซื่อค่อยๆ พัดวีเบาๆ พลางเหลือบมองหลินจือเอ๋อร์ “คราวนี้คงสะใจแล้วสินะ?” ผ่านมาเกือบเดือน ใบหน้าที่บวมของหลินจือเอ๋อร์ก็ยุบลงเสียที แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาในจวนแห่งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกใครตบหน้า “ขอบคุณคุณนายใหญ่ที่ช่วยแก้แค้นให้บ่าวค่ะ!” ซ่งซื่อกล่าว “เรื่องเฉินมามา ข้าขอมอบให้เจ้าจัดการ ทำให้มันสวยงามหน่อย อย่าให้เสียเรื่อง” หลินจือเอ๋อร์รีบเข้ามาขอบคุณ แต่ในขณะนั้นเอง เสิ่นกุ้ยกลับมารายงานอย่างเร่งร้อน “คุณนายใหญ่เจ้าคะ คุณหนูเจ็ดมาแล้วค่ะ ห้ามอย่างไรก็ไม่อยู่!” ซ่งซื่อที่ยังอารมณ์ดีอยู่เมื่อครู่ วางพัดลงทันที “บังอาจ!! สั่งกักบริเวณแล้วยังกล้าฝ่าฝืนออกมา ช่างไร้มารยาทเช่นนี้ ใครเป็นคนสอนกัน?!”
“อย่างไรเสียก็ไม่ใช่ท่านสอนแน่นอน!” เสิ่นชิงชิวเดินเข้ามาแล้ว สายตาพลันจับจ้องไปยังเฉินมามาที่อยู่เบื้องหน้า
เฉินมามาถูกลากมาวางไว้บนม้านั่งยาว ผิวหนังบริเวณหลังเป็นแผลเปื่อย เลือดซึมออกมา ลมหายใจแผ่วเบา เสิ่นชิงชิวเข้าไปลองแตะดู ยังดีที่ยังมีลมหายใจอยู่บ้าง นางจึงดึงมือกลับมา สายตาจ้องเขม็งไปยังคนตรงหน้า “หลินจือเอ๋อร์ ข้าว่าเจ้าคงไม่รู้จริงๆ สินะ ว่าคำว่า ‘ตาย’ เขาเขียนกันอย่างไร?” อุตส่าห์ให้โอกาสหายใจหายคอไปแล้ว ยังจะทำตัวให้ตายเร็วขึ้นอีก
“บังอาจ!!!” ซ่งซื่อเป็นถึงภรรยาเอกของตระกูลเสิ่น นางเคยถูกใครเมินเฉยเช่นนี้มาก่อน “ยัยหนูเจ็ด เจ้ามันไม่เห็นหัวใครแล้วใช่หรือไม่ ไม่เห็นหรือว่าแม่ใหญ่ยังอยู่ตรงนี้ ข้าอยู่ตรงนี้แล้วยังจะยอมให้เจ้าอาละวาดอีกรึ?!” ตอนนี้เสิ่นชิงชิวเข้าใจแล้วว่า ในจวนเสิ่นอันกว้างใหญ่นี้ ตัวนางนั้นต่ำต้อยเกินไป คนพวกนี้คิดจะฆ่านางกับแม่มันง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
ก่อนที่พวกมันจะฆ่านาง นางจะฆ่าพวกมันก่อน แล้วพานางกับเฉินมามาหนีไป
“แม่ใหญ่?” เสิ่นชิงชิวเอ่ย
ซ่งซื่อมองนางด้วยความไม่พอใจ แล้วก็ได้ยินนางกล่าวต่อว่า “แม่ใหญ่มันสำคัญตรงไหนกัน?” ทันทีที่คำพูดจบลง หลิวซื่อก็ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ นางรีบทรุดตัวลงกับพื้น “คุณนายใหญ่โปรดไว้ชีวิต คุณนายใหญ่โปรดไว้ชีวิต! คุณหนูเจ็ดถูกผีสิงแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะกลับไปอบรมสั่งสอนนางให้ดี คุณนายใหญ่โปรดไว้ชีวิตด้วย!” หลิวซื่อโง่เขลาเพียงใด แต่ในใจก็รู้ดีว่าอย่างไรเสียเสิ่นเปิ่นก็เป็นบิดาของลูก เขาย่อมต้องใจอ่อนกับนาง
แต่ซ่งซื่อผู้นี้มีใบหน้าใจดีแต่จิตใจโหดเหี้ยม นางเกลียดที่สุดคือการที่ใครไม่ยอมศิโรราบต่อนาง
“แล้วแกมันสำคัญตรงไหนกัน!” ซ่งซื่อไม่เคยถูกใครขัดใจเช่นนี้มาก่อน ชั่วขณะหนึ่งนางกำลังมองหาที่ระบายอารมณ์
นางหันกลับไปตบหน้าหลิวอี๋เหนียงอย่างแรง แล้วกล่าวว่า “อบรมลูกไม่ดี จงตบหน้าตนเองยี่สิบที!” หลิวซื่อกำลังจะลงมือตบหน้าตนเอง แต่กลับเห็นดวงตาคู่นั้นของลูกสาวที่จ้องมองซ่งซื่ออย่างดุดัน ราวกับดาวน้ำแข็ง นางตกใจในใจ พลันนึกถึงภาพที่ลูกสาวหักข้อมือของเสิ่นกุ้ยก่อนหน้านี้
“ชิวเอ๋อร์ ชิวเอ๋อร์!” นางไม่สนใจแม้แต่รอยแผลบนใบหน้า กอดเสิ่นชิงชิวไว้แน่น กลัวว่านางจะพุ่งเข้าไปทำร้าย แล้วกระซิบเสียงสั่นเครือข้างหู “ในราชวงศ์นี้ ทำร้ายบุพการี ถือเป็นความผิดร้ายแรงนะลูก!!” ซ่งซื่อเป็นถึงภรรยาเอก ห้ามทำร้าย!
เสิ่นชิงชิวถูกนางกอดไว้แน่นจนขยับไม่ได้ จะเตะนางออกไปก็ไม่ได้ นางจึงยกมือขึ้นขว้างกระถางต้นไม้ที่วางอยู่บนพื้นออกไป
ซ่งซื่อตกใจมาก รีบหลบอย่างรวดเร็ว กระถางต้นไม้ตกลงตรงหน้าของนางพอดี ซ่งซื่อมีพื้นเพจากตระกูลผู้ดี ในอดีตนางเคยเห็นแต่ลูกอนุฯ ที่แสนจะอ่อนหวานเหมือนกระต่าย พลันมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ นางใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ “เป็นอย่างที่คิด… เป็นอย่างที่คิดจริงๆ… ปีศาจร้ายสิงสู่แล้ว!” ถึงขั้นนี้แล้วนางจะสนเรื่องชื่อเสียงอะไรอีก
เด็กผู้หญิงแบบนี้ ปล่อยออกไปก็เป็นภัยต่อสังคม!
“มานี่ จับตัวนางไว้!”
“ข้าไม่รู้เลยว่า ในจวนของท่านเสิ่นต้าเหริน ช่างครึกครื้นยิ่งนัก?” น้ำเสียงนี้ฟังดูคุ้นเคยอย่างยิ่ง
`