ตอนที่ 4
**บทที่ 4**
**กังวลไปเอง**
อวี๋เซียวเซียว กวาดสายตาไปรอบทิศ พลางร้องเรียกชื่อ เสิ่นเย่ และ เสิ่นชี สองบุตรชาย เสียงดังลั่น ความร้อนรนกัดกินหัวใจ เหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้ามิได้เช็ดให้แห้ง กลับถูกสายลมยามเย็นพัดโชยมา สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เย็นเยียบไปทั่วสรรพางค์
อวี๋เซียวเซียว ตามหาลูกชายจากสุดหมู่บ้าน ไล่ไปจนถึงเรือนของท่านผู้ใหญ่บ้านใจกลางหมู่บ้าน ก็มิได้พบพาน เสิ่นชี และ เสิ่นเย่ ความกระวนกระวายในใจยิ่งทวีคูณ
ความคิดนางยังคงยึดติดอยู่กับยุคสมัยอันสงบสุข คิดว่าเด็กแปดขวบพาเด็กห้าขวบออกไปข้างนอกคราหนึ่งคงมิเป็นไร
ส่วนความทรงจำที่ได้รับมา หาใช่ว่าอวี๋เซียวเซียวมิใส่ใจ หากแต่ไม่เป็นเช่นในนิยายที่เคยอ่าน ที่ความทรงจำหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตนเอง ทว่ากลับเป็นดั่งบันทึกที่ต้องพลิกอ่านเพื่อทำความเข้าใจ ราวกับความทรงจำเลือนราง คล้ายนิยายหรือภาพยนตร์ที่เคยชมผ่านตาเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ในสำนึกของอวี๋เซียวเซียว ความยากลำบากที่ตัวตนเดิมเคยเผชิญมาจึงมิได้ฝังลึก เพียงแต่รู้สึกว่าเมื่อได้ลงหลักปักฐานอย่างมั่นคงแล้ว ก็คงมิมีอันตรายใด ราวกับการย้ายบ้านในยุคปัจจุบัน
ยามนี้ตะวันใกล้ลับฟ้า บุตรชายทั้งสองยังมิกลับมา นางจึงตระหนักถึงภัยอันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่ กลับทำได้เพียงร้อนใจ และตำหนิตนเอง
อวี๋เซียวเซียว ยืนอยู่หน้าเรือนท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่าทางเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ทำลายความเงียบงันลง
"เซียวเซียว"
อวี๋เซียวเซียว หันกายไป พบเห็นสตรีร่างผอมดำ สวมใส่เสื้อผ้าปะชุน นางใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกออกว่านางคือใคร
ภรรยาท่านผู้ใหญ่บ้านแซ่เสิ่น นามหลี่ซื่อ มอง อวี๋เซียวเซียว ที่ยืนเหม่อมองตนเอง นางได้ยินเสียงนางร้องเรียก เสิ่นเย่ และ เสิ่นชี ด้วยความร้อนรนเมื่อครู่ จึงเข้าใจได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับนาง
"เซียวเซียว ท่านผู้เฒ่าบ้านข้าพาลูกของเจ้าไปที่เรือนของลุงเถิงแล้ว อย่าได้กังวลไปเลย เมื่อเราได้ลงหลักปักฐานแล้ว ก็คงมิมีผู้ใดกระทำการอันไร้ศีลธรรมเช่นนั้นได้
อีกทั้งทางการก็แจ้งมาแล้วว่า อีกสองวันข้าวของบรรเทาทุกข์ก็จะมาถึง พวกเราทุกคนจะได้อยู่ดีกินดี"
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลี่ซื่อ อวี๋เซียวเซียว ก็ได้สติ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหวนคืนมา เรื่องราวการแลกเปลี่ยนบุตรเพื่อประทังชีวิตนั้น นางเคยเห็นผู้อื่นกระทำระหว่างเดินทาง หมู่บ้านของนางหนีภัยมาแต่เนิ่นๆ อีกทั้งยังเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี แม้จะมีผู้เสียชีวิตบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงรอดชีวิตมาได้ เด็กๆ ก็รอดชีวิตมาได้มิใช่น้อย
เมื่อครู่ นางคิดมากเกินไปเอง ถูกภาพในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทำให้หวาดกลัวจนเกินเหตุ
อวี๋เซียวเซียว แย้มยิ้มอย่างประดักประเดิด พลางกล่าวแก้ตัวอย่างกระอักกระอ่วน "ท่านป้ากุ้ยฮวา ข้าก็แค่ตกใจกลัวจนเกินไป ชั่วขณะหนึ่งจึงมิได้คิดให้รอบคอบ"
หลี่ซื่อ หรือ ท่านป้ากุ้ยฮวา จับมือข้างหนึ่งของ อวี๋เซียวเซียว ตบเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "เฮ้อ ป้าเห็นแล้ว อย่าเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจเลย หมู่บ้านของพวกเราปลอดภัยดี ป้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้าตามหาพวกเขาดีหรือไม่?"
อวี๋เซียวเซียว ฟังจากน้ำเสียงของท่านป้ากุ้ยฮวา ก็รู้ว่านางมิได้ต้องการไปเป็นเพื่อนตน เรือนของนางดูดีกว่าเรือนของตนอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดก็เพิ่งมาถึง ยังมีเรื่องราวมากมายให้ต้องจัดการ
อวี๋เซียวเซียว ช่างสังเกตยิ่งนัก "มิต้องแล้วท่านป้า ข้าไปเองก็ได้ ท่านป้ารีบไปทำธุระของท่านเถิด มิต้องสนใจข้า"
ท่านป้ากุ้ยฮวา มิได้แสดงท่าทีเกรงใจแต่อย่างใด "เช่นนั้น ป้าไปทำธุระก่อนนะ"
กล่าวจบก็หันกายเดินจากไป
อวี๋เซียวเซียว อาศัยความทรงจำ เดินทางไปยังเรือนของลุงเถิง โชคดีที่เมื่อคราแบ่งบ้าน ท่านผู้ใหญ่บ้านได้นำทุกคนไปเลือกบ้านทีละหลัง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมจึงยังคงอยู่
เมื่อมาถึงเรือนของลุงเถิง ท่านป้าเถิงก็แจ้งว่า ท่านผู้ใหญ่บ้านได้นำพาผู้คนไปซ่อมแซมหลังคาให้ทุกครัวเรือน
มิอาจทำสิ่งใดได้ อวี๋เซียวเซียว ทำได้เพียงตามหาไปตามทาง จนกระทั่งได้พบเจอผู้คนเหล่านั้นที่เรือนของช่างไม้เหลย ดูจากท่าทีแล้ว เมื่อซ่อมแซมเรือนของช่างไม้เหลยเสร็จแล้ว ก็จะเป็นคราวของเรือนท่านป้าผัน และ เรือนท่านป้าห้า จากนั้นก็จะเป็นเรือนของนาง
เมื่อ อวี๋เซียวเซียว มาถึงแล้ว จะให้เดินจากไปก็มิใคร่จะดีนัก นางจึงได้แต่ช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ โชคดีที่ทุกคนคล่องแคล่วว่องไว ก่อนตะวันจะลับฟ้า ทุกคนก็ช่วยกันซ่อมแซมหลังคาให้เรือนของ อวี๋เซียวเซียว จนแล้วเสร็จ