ตอนที่ 11
บทที่ 11
**ญาติผู้บุกรุก**
ด้วยเกรงว่า "เม่าคู่" จะไม่คุ้นเคย อวี๋ตัวตัวจึงเลือกใช้ยี่ห้อที่มันเคยชิน ส่วนอาหารเม็ดสำหรับแมวนั้น นางสั่งมาถึงหนึ่งหมื่นจิน อาหารเปียกอีกแปดพันกระป๋อง ขนมและนมแพะอย่างละห้าร้อยลัง น้ำมันตับปลาอีกหนึ่งร้อยขวด
กรงแมวหลากสไตล์ยี่สิบหลัง เครื่องอบแห้งยี่สิบเครื่อง ชามข้าวแมว ที่ข่วนเล็บ อ่างอาบน้ำ และกระบะทรายอย่างละยี่สิบอัน ทรายแมวห้าพันจิน และน้ำยาอาบน้ำอีกหนึ่งร้อยขวด
ทั้งหมดนี้ย่อมเต็มห้องสุดท้ายในพื้นที่เก็บของของนาง
กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จก็ล่วงเลยบ่ายสามโมงไปแล้ว อวี๋ตัวตัวลืมรับประทานอาหารกลางวันไปเสียสนิท นางออกจากตลาดสินค้าเบ็ดเตล็ด ขับรถไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใกล้กับอพาร์ตเมนต์ ตั้งใจจะทานอาหารเย็นที่นั่นเสียเลย
นางนำรถเข้าไปจอดในลานจอดรถใต้ดินของห้างสรรพสินค้า เลือกภัตตาคารรสเลิศแห่งหนึ่ง ประโคมกระหน่ำจนพุงกางจึงยอมรามือ
เมื่อเดินออกจากประตูภัตตาคาร อวี๋ตัวตัวมองไปยังร้านรวงมากมายภายในห้างสรรพสินค้า มีทั้งร้านเสื้อผ้า ร้านทอง ร้านขายอาหาร และร้านเครื่องสำอาง ผู้คนเดินขวักไขว่ไม่ขาดสาย
อวี๋ตัวตัวคิดในใจว่า ความเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้ เกรงว่าคงมิได้เห็นอีกแล้ว!
นางเดินเข้าไปในร้านเหล่านั้นทีละร้าน แต่กลับมิได้ซื้อสิ่งใดเลย ใช้เวลาถึงสองชั่วโมง เดินวนไปจนทั่ว แล้วจึงไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตบนชั้นสอง
ที่นี่คือซูเปอร์มาร์เก็ตค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในเมือง สินค้ามีมากมายหลากหลายชนิด แถมยังมีบริการส่งถึงบ้านอีกด้วย
เมื่อก้าวเข้าไปก็พบกับโซนเครื่องใช้ไฟฟ้า อพาร์ตเมนต์ของอวี๋ตัวตัวเพิ่งตกแต่งเสร็จไปได้เพียงครึ่งปี เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังใหม่เอี่ยม สิ่งที่ควรมีก็ติดตั้งไว้ตั้งแต่ตอนตกแต่งแล้ว
ทว่าเมื่ออวี๋ตัวตัวกวาดสายตาไปโดยรอบ นางก็พบกับของดีเข้าให้แล้ว นั่นคือเครื่องผัดอาหารอัตโนมัติยี่ห้อดัง!
ฝีมือการทำอาหารของนางนั้น นางรู้แก่ใจดีว่าไม่ต่างอะไรกับการออกรบ!
อวี๋ตัวตัวเข้าไปฟังพนักงานขายอธิบายวิธีการใช้งาน เพียงแค่หั่นผักแล้วใส่ลงไปตามลำดับ เครื่องนี้ก็จะทำอาหารตามเมนูที่เลือกไว้ให้ได้ ราวกับเป็นสวรรค์ประทานสำหรับคนทำอาหารไม่เป็น!
แต่ราคาก็ช่างงดงามเหลือเกิน แปดพันหยวนต่อเครื่อง!
เมื่อได้เห็นภาพอาหารที่ผัดเสร็จแล้ว นางก็ตัดสินใจสั่งซื้อมาถึงหกเครื่อง
เดินต่อไปเรื่อยๆ นมสด โค้ก สไปรท์ น้ำมะพร้าว และกาแฟอย่างละสองร้อยลัง
จากนั้นอวี๋ตัวตัวก็มุ่งตรงไปยังโซนผลไม้ ที่นี่มีผลไม้หลากหลายชนิดมากที่สุด ผลไม้หลายชนิดหาซื้อได้ยากจากที่อื่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในยุคสิ้นโลก ที่แม้แต่ขนของผลไม้ก็ยังมิอาจพบเห็นได้!
อวี๋ตัวตัวมิได้ลังเลใจแม้แต่น้อย ทุเรียนหมอนทองจากประเทศไทยน้ำหนักราวแปดจิน และขนุนเนื้อแดงจากไหหลำน้ำหนักราวๆ ยี่สิบจินอย่างละห้าสิบลูก เชอร์รีนำเข้าจากอเมริกาอีกสามสิบลัง สตรอว์เบอร์รีครีมจากตานตงอีกหกสิบกล่อง
มะม่วงแก้วจากพันจือฮวา น้ำหนักราวสองจิน มะละกอเนื้อแดงจากยูนนานน้ำหนักราวสองจิน และแก้วมังกรเนื้อแดงจากกวางสีน้ำหนักราวหนึ่งจิน อย่างละห้าร้อยลูก
ปริมาณมหาศาลนี้ทำเอาพนักงานขายที่ต้อนรับถึงกับตะลึงงัน หลังจากยืนยันว่าอวี๋ตัวตัวมิได้ล้อเล่น นางก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเขียนใบสั่งซื้อให้ เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้วก็สามารถไปรับสินค้าได้ที่โซนคลังสินค้า
รถยนต์ขนาดเล็กของนางมิอาจบรรทุกสิ่งของมากมายขนาดนี้ได้ ห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ในเขตเมือง หากเก็บสิ่งของทั้งหมดเข้าไปในมิติอย่างโจ่งแจ้งคงจะถูกผู้คนรุมล้อม
นางจึงเลือกใช้บริการส่งสินค้าถึงหมู่บ้าน โดยเพิ่มค่าขนส่งอีกสองร้อยหยวน และให้คำมั่นว่าจะส่งถึงภายในวันนั้น
หลังจากซื้อของเสร็จ อวี๋ตัวตัวก็รีบนำเสื้อผ้า ของใช้ในชีวิตประจำวัน และอาหารแมวที่นางกักตุนไว้ในมิติในวันนี้ ไปใส่ไว้ในตู้เก็บของขนาดยักษ์ที่อยู่ข้างๆ เพื่อเคลียร์พื้นที่ รอให้สินค้าที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตมาส่ง แล้วจะได้ลงไปรับของทันที
โครมคราม โครมคราม เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำให้อวี๋ตัวตัวใจหายวาบ ราวกับมาจากชาติก่อน เสียงข่มขู่ของเหล่าปีศาจร้ายที่เข่นฆ่าผู้คน…
อวี๋ตัวตัวรีบหยิบดาบถังเหิงออกมาจากมิติ ซ่อนไว้ข้างหลัง แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ประตู
"อวี๋ตัวตัว แกรีบเอาเงินที่ขโมยไปจากบ้านพวกเรามาคืนซะ! นั่นมันเงินที่น้าชายของแกทำงานหนักทุกวันกว่าจะได้มา เอาไว้เลี้ยงดูคนทั้งครอบครัว แกทำได้อย่างไรถึงได้ขโมยเงินในบ้านไปเพื่อความฟุ่มเฟือยของตัวเอง
พวกเราเลี้ยงแกมาจนโต แกทำกับพวกเราแบบนี้ แกยังมีสำนึกอยู่บ้างไหม?"
เป็นเสียงของน้าสะใภ้ อวี๋ตัวตัวมองผ่านช่องมองภาพก็เห็นว่าน้าชายและน้าสะใภ้มากันทั้งครอบครัวสี่คน เสียงดังขนาดนี้ เกรงว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในตึกทั้งตึกคงจะได้ยินกันหมด
เมื่อสองวันก่อน พวกนางโทรศัพท์มาข่มขู่ แต่อวี๋ตัวตัวก็ตอบโต้กลับไปด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
สองวันนี้พวกนางคงคิดได้แล้วว่า เงินสดแบบนี้ จะไปตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างไร หากพวกนางยืนกรานว่าหามาได้เอง อวี๋ตัวตัวก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่พ่อแม่ของนางทิ้งไว้ให้
"ใช่แล้ว ตัวตัว น้าสะใภ้ของแกพูดถูก รีบเอาเงินมาคืนซะ พวกเราจะไม่เอาเรื่องที่แกแอบเข้าไปขโมยของในบ้านแล้ว อย่างไรเสียก็เป็นญาติกัน พวกเราไม่อยากทำเรื่องให้มันถึงที่สุด!"
โครมคราม โครมคราม ประตูถูกทุบจนแทบพัง
"ตัวตัวเอ๊ย พวกเรารู้ว่าแกอยู่ในนั้น เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างล่างเจอกับแฟนของแก เขายังบอกพวกเราเลยว่าแกลาออกจากงานแล้ว ตอนนี้เอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้าน อารมณ์ไม่ดี
มีเรื่องอะไรหรือเปล่า อย่างนี้สิ แกเอาเงินออกมาคืนให้น้าชายก่อน แล้วพวกเราจะมานั่งคุยกัน ช่วยแกแก้ปัญหา ตกลงไหม?"
อวี๋ตัวตัวหัวเราะเยาะอยู่ในใจ พวกแกคำนวณได้ถึงดาวอังคารเลยมั้ง!
คนพวกนี้ นอกจากจะคอยสูบเลือดสูบเนื้อของนางแล้ว เคยจริงใจกับนางเมื่อไหร่กัน!
ชาติที่แล้วก็ไม่มี ชาตินี้ก็ไม่มีทาง
แล้วแฟนบ้าบออะไรนั่น ชัดเจนว่าอยู่พวกเดียวกับคนพวกนี้
อพาร์ตเมนต์ที่อวี๋ตัวตัวอาศัยอยู่นี้เป็นอพาร์ตเมนต์แบบผสมผสาน มีทั้งผู้อยู่อาศัยและบริษัทขนาดเล็ก
อดีตแฟนหนุ่ม ลู่ยี่ ทำงานอยู่ที่บริษัทออกแบบเล็กๆ บนชั้นสอง การที่น้าชายและน้าสะใภ้เจอกันที่ชั้นล่างจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
นางพา ลู่ยี่ ไปพบผู้ใหญ่ที่บ้านนานแล้ว เพียงแต่เรื่องนี้ นอกจากอวี๋ตัวตัวแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
ท้ายที่สุดแล้ว น้าชายและน้าสะใภ้ก็ไม่ได้คิดว่านางเป็นญาติจริงๆ ส่วน ลู่ยี่ ก็ไม่ได้คิดว่านางเป็นคนรักจริงๆ
โครมคราม โครมคราม ประตูก็ยังคงถูกทุบอย่างบ้าคลั่ง โชคดีที่เพิ่งเปลี่ยนประตูใหม่ จึงทนทานต่อการทำลายได้!
"อวี๋ตัวตัว วันนี้ถ้าแกไม่คืนเงิน พวกเราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น พวกเราจะรออยู่ที่นี่แหละ แกจะไม่ออกมาตลอดชีวิตเลยหรือไง!"
อวี๋ตัวตัวมองผ่านช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ เห็นน้าสะใภ้หาผ้าผืนใหญ่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ มาปูลงบนพื้น แล้วคนทั้งครอบครัวก็นั่งเรียงกันอยู่ตรงทางเดินหน้าประตูของนาง ทำท่าว่าจะไม่ยอมรามือ
นางรู้ดีถึงนิสัยของน้าสะใภ้ ที่ชอบหาเรื่องทะเลาะวิวาท ในสายตาของนาง ไม่มีเรื่องอะไรที่แก้ไม่ได้ด้วยการร้องห่มร้องไห้
เงินยังไงก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว นางก็ไม่มีความคิดที่จะเอาคืนไปเสียด้วย ปล่อยให้พวกนางทำตามใจชอบเถอะ!
จากนั้นนางก็หันหลังกลับไปนั่งดื่มน้ำบนโซฟา
ติ๊งๆ… เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
"ฮัลโหล ใครคะ?" อวี๋ตัวตัวถามเบาๆ
"สวัสดีครับ พวกเราจากบริษัทจัดส่งเหอหมู่ครับ ไม่ทราบว่าคุณอยู่ที่บ้านหรือเปล่าครับ พวกเรากำลังจะถึงหมู่บ้านของคุณแล้วครับ…" เป็นพนักงานส่งของจากซูเปอร์มาร์เก็ต
"พวกคุณรอก่อนนะคะ เอาของลงไว้ที่ช่องจอดรถ C28 ก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
นางจำได้ว่าตรงนั้นเป็นมุมอับของลานจอดรถ ครั้งหนึ่งรถของนางเคยจอดอยู่ตรงนั้น แล้วถูกเฉี่ยวชน พยายามขอดูกล้องวงจรปิดจากนิติบุคคล ก็กลับไม่สามารถจับภาพตรงนั้นได้…
แต่พอนึกถึงคนทั้งครอบครัวที่อยู่หน้าประตู นางก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา