ตอนที่ 44
บทที่ 44 ชิงเรือยาง
“ข้าขายให้พวกเจ้าได้ แต่ต้องบอกกล่าวกันก่อนแต่เนิ่นๆ” อวี๋ตัวตัวกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “การมีเรือยาง หมายความว่าพวกเจ้าจะกลายเป็นเป้าสายตาของตึกอพาร์ตเมนต์ หรือกระทั่งทั้งหมู่บ้าน อาจจะมีเรื่องยุ่งยากตามมาไม่น้อย พวกเจ้าต้องเตรียมใจไว้ หากเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับครอบครัว อย่าได้โทษข้าก็แล้วกัน”
มิใช่ว่านางเกิดความสงสารขึ้นมา เพียงแต่เกรงว่าคนหนุ่มสาวทั้งสองจะประมาท หากมีเรือยางแล้วทำโอ้อวดเกินไป จนเป็นที่อิจฉาริษยา หากถูกจับจ้องมาที่ชั้น 12 ก็จะพลอยเดือดร้อนถึงตัวนางไปด้วย
หนุ่มสาวห้อง 1220 รีบให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง “ไม่มีทาง ไม่มีทางแน่นอน! คุณพี่วางใจได้! พวกเราจะออกไปข้างนอกตอนกลางคืน จะระมัดระวังไม่ให้ใครสังเกตเห็น!”
จากนั้นเด็กหนุ่มก็ชี้ไปที่เด็กสาวแล้วกล่าวว่า “นางเป็นครูฝึกสอนซานต้าของสำนักฝึกยุทธ์ มังกรทองขั้นเก้า ไม่มีปัญหาแน่นอน!”
อวี๋ตัวตัวพินิจพิเคราะห์เด็กสาวรูปร่างดี สมส่วนตรงหน้า ดูภายนอกเหมือนคนไร้พิษสง เป็นครูฝึกสอนหรือนี่?
“หนึ่งพันหยวนต่อลำ เอาหรือไม่เอา?” อวี๋ตัวตัวถามราคาตรงๆ นางมองปราดเดียวก็รู้ว่าในมือเด็กหนุ่มมีเงินสดอยู่แค่พันกว่าหยวน เห็นทีจะเป็นเงินสำรองฉุกเฉินที่คนหนุ่มสาวเพิ่งเข้าสู่วัยทำงานเก็บไว้
มือที่กำเงินของเด็กหนุ่มกำแน่นขึ้น เขาตัดสินใจกัดฟันตอบตกลง หากไม่มีเรือ พวกเขาคงต้องอดตายอยู่ในบ้าน
อวี๋ตัวตัวเดินเข้าไปในบ้านแล้วยกเป้สะพายหลังออกมาหนึ่งใบ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้หลายสิบใบที่นางกับเซี่ยอวิ๋นช่วยกันขนขึ้นมาเมื่อคืนวาน
แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าในมิติของนางยังมีเป้แบบนี้สำรองไว้อีกหลายร้อยใบ ทั้งยังมีมอเตอร์ติดท้ายเรือ และน้ำมันเบนซินก็มีเพียงพอเหลือเฟือ เพียงแต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ของดีอะไรสำหรับยุคสิ้นโลก นางลองทดสอบดูแล้ว แค่เรื่องการป้องกันการแทง ก็ยังสู้เรือยางที่นางกักตุนไว้ก่อนยุคสิ้นโลกไม่ได้ ดังนั้นนางจึงไม่มีทางที่จะใช้มันเองอย่างแน่นอน
“พวกเจ้าวางเงินไว้บนพื้น ถอยกลับไปที่หน้าประตูห้องของพวกเจ้า รอข้าปิดประตูแล้วค่อยมาเอาของ”
ทั้งสองลังเลอยู่สองวินาที ก็ทำตามอย่างว่าง่าย นับเงินวางไว้ที่หน้าประตู แล้วถอยกลับไปที่หน้าประตูห้องของพวกตน ห่างกันเจ็ดแปดเมตร จ้องมองอวี๋ตัวตัว ตอนนี้พวกเขาเป็นฝ่ายขอความช่วยเหลือ อำนาจการต่อรองอยู่ที่อวี๋ตัวตัว พวกเขาจึงต้องทำตาม
อวี๋ตัวตัวค่อยๆ เปิดประตูอย่างช้าๆ หยิบเงินจากพื้นอย่างไม่รีบร้อน มองไปที่ทั้งสองฝั่งตรงข้าม แบกเป้วางลงบนพื้นด้านนอกเบาๆ ปิดประตูเตรียมจะกลับเข้าไปในบ้าน
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองฝั่งตรงข้ามจะเดินมาที่หน้าประตูห้องของอวี๋ตัวตัวด้วยความดีใจ ประตูห้อง 1216 ตรงกลางก็เปิดออกอย่างกะทันหัน…
ชายคนหนึ่งพุ่งออกมาจากข้างใน วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว หยิบเป้บนพื้นแล้วเตรียมจะกลับเข้าไปในห้อง!
โครม!
สีหน้าของเด็กสาวฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนไปในทันที นางวิ่งเข้ามาเตะปิดประตูห้อง 1216 อย่างแรง
นี่คือเรือยางที่พวกเขาใช้เงินค่าเช่าเกือบหนึ่งเดือนแลกมา เพื่อใช้เอาชีวิตรอด จะยอมให้ใครมาแย่งไปได้อย่างไร!
ทั้งสองฝั่งตรงข้ามทำท่าจะวิ่งเข้ามาต่อยเจ้าโจรให้ตาย แต่ใครจะรู้ว่าชายผู้นี้กลับชักมีดทำครัวออกมาจากเอว ฟันใส่ทั้งสองคน
######################
เมื่อเห็นดังนั้น เด็กสาวรีบผลักเด็กหนุ่มไปข้างหลัง แล้วออกไปเผชิญหน้าเพียงลำพัง
อวี๋ตัวตัวหยุดการกระทำที่จะเข้าไปในบ้าน เลิกคิ้วขึ้น ยืนอยู่ที่เดิมดูการต่อสู้ครั้งนี้ ดูว่าครูฝึกสอนซานต้าจะเก่งกาจสักแค่ไหน
เห็นเพียงเด็กสาวเผชิญหน้ากับมีดที่ฟันเข้ามา ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย หลบหลีกได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็เตะตัดสลับกับเตะขวาง ซัดชายผู้นั้นล้มคว่ำลงกับพื้นอย่างแรง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิวโซจนหมดแรง หรือเตะแรงเกินไป ชายผู้นั้นล้มลงกับพื้นแล้วลุกไม่ขึ้น โยนเป้ทิ้งไปด้านข้าง คร่ำครวญขอชีวิต
เดิมทีเด็กสาวตั้งใจจะเตะซ้ำอีกสองสามที แต่กลับหยุดเท้ากลางอากาศ
อวี๋ตัวตัวเป็นผู้ที่เคยผ่านพ้นยุคสิ้นโลกมาสองปี เมื่อเห็นภาพนี้ ก็ร้องเตือนในใจว่าไม่ดีแล้ว
ชายที่นอนอยู่บนพื้น ในมือของเขายังถือมีดทำครัวอยู่!
ในยุคสิ้นโลก คนดีมักจะต้องเสียเปรียบ
เป็นดังคาด ในจังหวะที่เด็กสาวลดเท้าลง ชายผู้นั้นก็เงื้อมีดฟันใส่เด็กสาว ดวงตาที่ดุร้ายนั้นแตกต่างจากตอนที่เขาแสดงท่าทีอ่อนแอขอความเมตตาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง!
“หมี่หนาน! ระวัง!” เด็กหนุ่มที่ถูกผลักออกไปตะโกนใส่เด็กสาว
สิ่งที่ทำให้อวี๋ตัวตัวประหลาดใจคือ…
เด็กสาวที่ชื่อหมี่หนานตอบสนองอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง เมื่อเห็นชายผู้นั้นเงื้อมีดขึ้น เท้าที่ลดลงไปก่อนหน้านี้ก็เตะออกไปอีกครั้งด้วยความเร็วสูง…
โครม!
พร้อมกับเสียงมีดตกลงพื้น อวี๋ตัวตัวมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า แขนข้างที่ถือมีดของชายที่นอนอยู่บนพื้นหัก!
อยู่ในท่าทางที่แปลกประหลาด ราวกับความเจ็บปวดในชั่วพริบตานั้นรุนแรงเกินไป คนผู้นี้ถึงกับสลบไปในทันที!
อาจจะเป็นเพราะกลัวกลอุบายของชายผู้นี้ เด็กสาวจึงเตะซ้ำไปที่หน้าอกของชายผู้นั้นอีกสองที เมื่อแน่ใจว่าสลบไปจริงๆ ถึงได้หยุด
จากนั้น เด็กสาวก็เก็บท่าทางนักรบหญิงเมื่อครู่นี้ กลับกลายเป็นนกน้อยที่ตกใจกลัว พุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของแฟนหนุ่ม บอกว่านางกลัวเหลือเกิน!
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำเอาอวี๋ตัวตัวพูดไม่ออก…
เมื่อกี้นางยังอยากจะชมว่าจอมยุทธ์หญิง ขาดี! ผลสุดท้าย…
ช่างเถอะ นางกลับไปให้อาหารไก่ให้อาหารแมวดีกว่า เด็กๆ พวกนี้เก่งกาจกันทั้งนั้น จะต้องการให้นางเป็นห่วงไปทำไม!
ไม่อยากดูคู่รักที่กำลังสวีทหวานกันข้างนอก อวี๋ตัวตัวจึงตัดสินใจปิดประตูเข้าไปในบ้าน
นางอยากจะเข้าไปในมิติเพื่อจัดระเบียบสิ่งของ เพราะมิติขยายใหญ่ขึ้นมาก ต้องจัดระเบียบให้ดี จะได้หยิบของได้สะดวก
แต่ก็กลัวว่าจะมัวแต่ยุ่งอยู่ในนั้นจนลืมเวลา หากเซี่ยอวิ๋นมาหานางเพื่อแบ่งของที่ปล้นมา หากคนอยู่ในมิติก็ไม่ได้ยินไม่ได้เห็นความเคลื่อนไหวข้างนอก
อวี๋ตัวตัวจึงกลับไปนอนบนเตียงที่วางไว้ในห้องนั่งเล่น หลับตาแล้วเริ่มใช้จิตสำนึกเข้าไปจัดระเบียบสิ่งของในมิติ
ว่ากันว่าการใช้จิตสำนึกเข้าไปในมิติก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก!
หลับตาลง ก็เหมือนเปิดภาพ VR แต่สิ่งที่ควบคุมกล้อง VR คือสมองและจิตสำนึกของตนเอง
เช่น ตอนนี้อยากจะเข้าไปในห้องชั้นสามของบ้านดิน เพียงแค่คิดเช่นนั้น ภาพที่เห็นก็จะเปลี่ยนไปยังชั้นสามที่ต้องการจะไป
หรือเช่น อยากจะไปดูว่าเหมาคู่กำลังทำอะไรอยู่ในสวนกลางแจ้ง เพียงแค่คิดเช่นนั้น ก็จะเห็นเหมาคู่กำลัง…
ว…ว้าก! มันกำลังทำอะไร!
ภาพมันช่างงดงาม… เขิน~ เอามือปิดตา!
เหมาคู่ แกเป็นแมวตัวผู้ที่ทำหมันแล้วนะ แกจะทำแบบนี้กับชิวคู่ได้อย่างไร! พวกแกไม่สามารถให้กำเนิดเหมาคู่ตัวน้อยได้นะ!
อวี๋ตัวตัวใช้จิตสำนึกมองฉากนี้ หัวใจเต้นระรัว แต่ไม่กล้าเข้าไปขัดขวาง… นางกลัวว่าเหมาคู่จะท้อแท้ไปตลอดชีวิต!
สามนาทีต่อมา…
ช่างเถอะ นางเป็นเจ้านายที่เปิดกว้าง ยังไงก็ไม่มีผลลัพธ์อยู่แล้ว ปล่อยให้มันเป็นไป ตามันไม่ได้เห็นใจมันก็สงบ
จากนั้นก็เข้าไปเก็บกวาดในบ้านดิน
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพื้นที่ภายในอาคารหลายหมื่นตารางเมตร อวี๋ตัวตัวก็รู้สึกว่าสิ่งของของนางที่มีอยู่เพียงไม่กี่พันตารางเมตรนั้นดูน้อยเกินไป แม้ว่าจะวางไว้บนชั้นเดียวทั้งหมดก็ยังไม่เต็ม!
นี่คงเป็นความทุกข์ของคนที่มีบ้านใหญ่เกินไปสินะ?