ตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นมารดาผู้หิวโซ

ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาที่ขมับ หลินชิงค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัว สิ่งแรกที่กระแทกเข้าโสตประสาทคือเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กเล็ก และเสียงฝีเท้าที่ย่ำตึงตังไปมาอย่างหยาบคาย

“ท่านย่า คืนข้าวสารให้ข้าเถอะขอรับ! ท่านแม่ป่วยหนัก ต้องกินข้าวนะขอรับ!”

เด็กชายตัวผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เกาะขากางเกงของหญิงชราหน้าตาดุร้ายแน่น น้ำตาหยดแหมะลงบนพื้นดินเหนียวอันเย็นเฉียบ

“ไสหัวไปให้พ้น นังเด็กเหลือขอ!” หวังชุ่ยฮวา หญิงชราผู้เป็นแม่สามีตวัดขาเตะร่างเล็กๆ ของซูเสี่ยวเป่าจนล้มกลิ้งไปกับพื้น “ข้าวสารก้นหม้อแค่นี้ต้องเอาไปต้มบำรุงต้าหลาง บ้านรองอย่างพวกเจ้ากินแค่น้ำข้าวใสๆ ก็ถมเถไปแล้ว!”

ในเวลาเดียวกัน เฉินเจียว สะใภ้ใหญ่ผู้มีใบหน้าแหลมเสี้ยมกำลังดึงทึ้งผ้าห่มผืนบางที่คลุมร่างของหลินชิงออกอย่างหน้าไม่อาย “ท่านแม่ ผ้าห่มผืนนี้ข้าเอาไปให้หลานชายท่านนะเจ้าคะ ปล่อยนังตัวขี้เกียจที่เอาแต่นอนสำออยนี่หนาวตายไปเสียก็ดี!”

หลินชิง อดีตผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ กวาดสายตามองสภาพแวดล้อมอันแร้นแค้นและหญิงร้ายกาจทั้งสอง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว นางทะลุมิติมาเป็นสะใภ้รองตระกูลซูผู้แสนอ่อนแอ ที่ถูกแม่สามีและสะใภ้ใหญ่รังแกจนล้มป่วย ซ้ำยังปล่อยให้ลูกชายวัยสี่ขวบต้องอดอยากจนหน้ามืด

ในฐานะนักเจรจาต่อรองที่เชี่ยวชาญ นางเกลียดที่สุดคือพวกปลิงดูดเลือดที่ชอบฉวยโอกาส!

[ติ๊ง! ตรวจพบความมุ่งร้ายรอบตัว เปิดใช้งานระบบซูเปอร์มาร์เก็ตมิติและปัญญาประดิษฐ์ช่วยเหลือ!]

เสียงกลไกไร้ความรู้สึกดังก้องขึ้นในจิตวิญญาณ หลินชิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้น นางเพ่งสายตาจ้องมองไปยังสะใภ้ใหญ่ที่กำลังกอดผ้าห่ม ทันใดนั้นความสามารถ ‘ดวงตาประเมินคุณภาพ’ ก็ทำงาน หน้าจอโปร่งแสงปรากฏขึ้นกลางอากาศ

*(เฉินเจียว: ภายในแขนเสื้อข้างขวา ซุกซ่อนไข่ไก่ป่าฟองสุดท้ายของบ้านรองเอาไว้)*

เมื่อเห็นดังนั้น ความโกรธก็ปะทุขึ้นในอก หลินชิงกัดฟันฝืนความเจ็บปวด หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงไม้กระดานอย่างรวดเร็ว นางคว้ากระบวยตักน้ำที่ทำจากไม้เนื้อแข็งตรงอ่างล้างหน้า แล้วพุ่งพรวดเข้าหาเฉินเจียวราวกับพยัคฆ์ร้าย!

“โอ๊ย!”

เสียงกระบวยไม้กระแทกเข้าที่กลางศีรษะของเฉินเจียวดังสนั่น หญิงใจแคบกรีดร้องเสียงหลง ปล่อยมือจากผ้าห่มร่วงลงพื้น พร้อมกับไข่ไก่ป่าฟองเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อก็กลิ้งหล่นลงมาแตกกระจายคาพื้นดิน

“นังแพศยา! มึงกล้าตีข้าหรือ!” เฉินเจียวกุมศีรษะที่ปูดบวม ถอยกรูดด้วยความตกตะลึง

หลินชิงยืนหยัดตัวตรง แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “ปากบอกจะมาเอาผ้าห่ม แต่กลับขโมยไข่ไก่ฟองสุดท้ายที่สามีข้าหามาให้ลูกชายไปซ่อนไว้ในแขนเสื้อ มือไวใจทรามเช่นนี้ ตีแค่นี้ยังนับว่าน้อยไป!”

หวังชุ่ยฮวาเห็นสะใภ้คนโปรดถูกทำร้ายก็เบิกตากว้าง ชี้หน้าด่าทอด้วยความเกรี้ยวกราด “นังสะใภ้อกตัญญู! เจ้ากล้ากำเริบเสิบสาน วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!” หญิงชราเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าหลินชิง

แต่หลินชิงไม่ใช่คนอ่อนแอให้ใครมาย่ำยีอีกต่อไป นางไม่หลบ แต่กลับหมุนตัววิ่งไปที่ประตูเรือน ออกแรงถีบบานประตูไม้ที่ผุพังจนเปิดอ้าออกกว้าง แล้วสูดลมหายใจตะโกนสุดเสียง!

“พี่น้องชาวบ้านกู่เซียงมาดูเร็วเข้า! แม่สามีกับสะใภ้ใหญ่รังแกคนป่วย ขโมยข้าวสารก้นหม้อ แย่งผ้าห่มผืนสุดท้าย หนำซ้ำยังขโมยไข่ไก่ของหลานชายตัวน้อย หวังจะให้สะใภ้รองกับหลานแท้ๆ ต้องหนาวตายอดตายในหน้าหนาว! กฎหมายบ้านเมืองยังมีอยู่หรือไม่ ช่างไร้มนุษยธรรมเสียจริง!”

เสียงตะโกนของนางดังกังวานไปถึงเรือนข้างเคียง เพียงไม่นาน ชาวบ้านที่กำลังว่างงานก็เริ่มชะโงกหน้าข้ามรั้วมามุงดู เสียงซุบซิบนินทาดังระงม

“บ้านซูทำเกินไปแล้ว รังแกกระทั่งเด็กกับคนป่วย”

“นั่นสิ แย่งแม้กระทั่งข้าวสารก้นหม้อ ช่างหน้าหนาเสียจริง”

เมื่อเห็นชาวบ้านเริ่มชี้ไม้ชี้มือ หวังชุ่ยฮวาก็หน้าเขียวคล้ำสลับซีดเผือด นางรักชื่อเสียงของบ้านใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งใด หากเรื่องนี้ลุกลามไปถึงหูผู้นำหมู่บ้าน ย่อมส่งผลเสียต่อซูต้าหลางลูกชายสุดที่รักของนางเป็นแน่

“ฝากไว้ก่อนเถอะ นังตัวดี!” หวังชุ่ยฮวากัดฟันกรอด รีบคว้าแขนเฉินเจียวที่ยังคงยืนงงงวย ลากตัวมุดฝ่าวงล้อมของชาวบ้านหนีกลับไปทางเรือนใหญ่อย่างทุลักทุเล

[ติ๊ง! ได้รับแต้มความแค้นจากหวังชุ่ยฮวา +50 แต้ม]

[ติ๊ง! ได้รับแต้มความแค้นจากเฉินเจียว +50 แต้ม]

เสียงระบบรายงานผลกำไรทำให้หลินชิงพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางเดินไปปิดประตูเรือนลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงพิงบานประตู ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปจริงๆ เพียงแค่ออกแรงนิดหน่อยก็แทบจะหมดสติ

“ท่านแม่...”

เสียงเรียกแผ่วเบาทำให้หลินชิงลืมตาขึ้น ซูเสี่ยวเป่าในวัยสี่ขวบกำลังยืนตัวสั่นเทา ดวงตากลมโตที่จมลึกอยู่ในเบ้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว มารดาที่ปกติเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้และยอมคนมาตลอด วันนี้กลับลุกขึ้นสู้ราวกับเป็นคนละคน

หลินชิงรู้สึกปวดร้าวในอก ทิ้งกระบวยไม้ในมือลงแล้วคุกเข่าอ้าแขนออก “เสี่ยวเป่า ไม่ต้องกลัวลูก แม่กอดนะ”

เด็กน้อยลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของมารดา ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น หลินชิงกอดร่างที่ผอมจนสัมผัสได้ถึงกระดูกซี่โครง ลูบแผ่นหลังเล็กๆ นั้นอย่างแผ่วเบา

นางเช็ดน้ำตาให้ลูกชายพลางปฏิญาณในใจอย่างหนักแน่น... *เมื่อก่อนลูกข้าต้องอดจนแสบท้อง แต่จากนี้ไป ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งอาหารจากปากลูกข้าอีก พวกเจ้าทำได้แค่ยืนมองจนน้ำลายหกเท่านั้น!*

โครก... คราก...

เสียงท้องร้องประสานเสียงกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ซูเสี่ยวเป่ายกมือกุมท้องตัวเองด้วยใบหน้าแดงซ่าน หลินชิงเองก็รู้สึกหน้ามืดเพราะความหิวโหย

[ติ๊ง! ตรวจพบความต้องการอาหารอย่างรุนแรง ท่านมีแต้มความแค้นสะสม 100 แต้ม ต้องการแลกเปลี่ยนเป็น 'น่องไก่ทอดกรอบ' และ 'นมวัวอุ่นๆ' จากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติหรือไม่?]

กลิ่นหอมของไก่ทอดลอยแตะจมูกในจินตนาการ หลินชิงกำลังจะเอ่ยปากยืนยันการแลกเปลี่ยน ทว่า...

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังทลายบานประตูไม้ให้แหลกคามือ พร้อมกับเสียงตะคอกที่ดุดันของบุรุษดังลอดเข้ามา!