ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้รองผู้ถูกรังแก

ความเจ็บปวดราวศีรษะจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ปลุกสติของหลินหว่านชิวให้ตื่นจากความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด นางเป็นถึงหัวหน้าศัลยแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญ ความรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ทว่ากลิ่นอับชื้นของดินและฝุ่นผงที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศกลับไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยในห้องผ่าตัด

เปลือกตาที่หนักอึ้งพยายามปรือขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพแรกที่เห็นคือหลังคาซอมซ่อที่มุงด้วยฟางแห้ง มีรูโหว่ให้แสงตะวันสาดส่องลงมาเป็นลำ ไม่ทันที่สมองจะได้ประมวลผล เสียงแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับแรงกระแทกที่ต้นแขนจนชาดิก

“นังตัวซวย! ยังจะกล้ามาทำเป็นสำออยอีกรึ! แค่เสบียงเล็กน้อยยังคิดจะฮุบไว้ให้ลูกเลี้ยงตัวอัปมงคลของเจ้าเพียงคนเดียวงั้นรึ!”

หลินหว่านชิวหันขวับไปตามทิศทางของเสียง สตรีชราในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบ ใบหน้าเหี่ยวย่นแฝงแววอำมหิตกำลังเงื้อมือที่หยาบกร้านหมายจะฟาดลงมาซ้ำสอง นางคือจ้าวชุนฮวา แม่สามีของเจ้าของร่างนี้ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก

นาง... หลินหว่านชิว ศัลยแพทย์มือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ ‘หลินหว่านชิว’ สะใภ้รองม่ายแห่งตระกูลเสิ่นในยุคโบราณที่ประสบภัยแล้งครั้งใหญ่!

เจ้าของร่างเดิมเป็นสตรีอ่อนแอ สามีเสียชีวิตในสงครามตั้งแต่ลูกชายยังเล็ก นางจึงต้องเลี้ยงดู ‘เสิ่นม่อเฉิน’ ลูกเลี้ยงวัยเจ็ดหนาวเพียงลำพัง ท่ามกลางการกดขี่ข่มเหงของคนในตระกูลสามีที่เห็นนางและลูกเป็นเพียงตัวถ่วงชีวิต

“ท่านย่า! อย่าทำร้ายท่านแม่!”

เสียงเล็กๆ ที่แหบแห้งดังขึ้น พร้อมกับร่างผอมบางของเด็กชายคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาขวางหน้าหลินหว่านชิวไว้ เด็กชายเสิ่นม่อเฉินกางแขนเล็กๆ ของตนออกพยายามปกป้องแม่เลี้ยงสุดชีวิต แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหิวโหยและความหวาดกลัว บนใบหน้าและแขนขามีรอยฟกช้ำเก่าใหม่ปรากฏให้เห็นเด่นชัด

“ไสหัวไป! เจ้าเด็กเหลือขอ!” จ้าวชุนฮวาผลักร่างของเสิ่นม่อเฉินจนเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะหันมาจ้องเขม็งที่หลินหว่านชิวซึ่งกำลังกอดถุงผ้าใบเล็กๆ ไว้แนบอก “เอาเสบียงนั่นมา! ข้าจะเอาไปต้มให้ต้าเฉียงกิน พวกไร้ประโยชน์อย่างเจ้ากับลูกมีหน้าที่แค่ทำงานหาใช่มาผลาญอาหาร!”

เสิ่นต้าเฉียงคือบุตรชายคนโตสุดที่รักของจ้าวชุนฮวา เป็นพี่ชายของสามีผู้ล่วงลับของนาง

ภาพความทรงจำสุดท้ายของเจ้าของร่างเดิมฉายชัดขึ้นมา นางพยายามปกป้องมันเทศหัวเล็กๆ เพียงสองหัว ซึ่งเป็นอาหารส่วนของนางกับลูกในวันนี้ แต่กลับถูกจ้าวชุนฮวาทุบตีจนสิ้นใจ...และเป็นนางที่เข้ามาแทนที่

ในเสี้ยววินาทีที่จ้าวชุนฮวายื่นมือหยาบกร้านเข้ามาหมายจะฉีกกระชากถุงผ้าไป สัญชาตญาณการป้องกันตัวที่หลินหว่านชิวเคยร่ำเรียนมาในโลกก่อนพลันทำงาน!

ฉับ!

ดวงตาที่เคยอ่อนแอและหวาดหวั่น บัดนี้กลับฉายแววเย็นชาคมกริบราวกับใบมีดหมอผ่าตัด ร่างกายที่เคยเชื่องช้าพลันพลิ้วไหวอย่างน่าเหลือเชื่อ หลินหว่านชิวเอี้ยวตัวหลบฝ่ามือที่ตบลงมาได้อย่างฉิวเฉียด พร้อมกับใช้มืออีกข้างจับเข้าที่ข้อมือของจ้าวชุนฮวาอย่างแม่นยำ

กึก!

ฝ่ามือที่ฟาดลงมาพลันหยุดชะงักกลางอากาศ ข้อมือของจ้าวชุนฮวาถูกยึดไว้ด้วยหัตถาที่ดูบอบบาง ทว่ากลับบีบรัดแน่นราวจคีมเหล็ก ไม่ว่านางจะพยายามสะบัดหรือออกแรงดึงเพียงใดก็ไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อย

“เจ้า...นังสารเลว! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!” จ้าวชุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและเจ็บปวด นางไม่เคยเห็นแววตาเช่นนี้จากสะใภ้รองที่เคยเป็นเหมือนมดปลวกให้เหยียบย่ำมาก่อนเลย

หลินหว่านชิวไม่สนใจเสียงโวยวายนั้น สายตาของนางกวาดมองไปทั่วกระท่อมที่ผุพัง สัมภาระที่ถูกกองรวมกันไว้มุมห้องบ่งบอกว่าข่าวลือเรื่องที่ทางการจะละทิ้งหมู่บ้านคู่หลิวเพราะภัยแล้ง และทุกคนจะต้องอพยพหนีตายนั้นเป็นความจริง

“ท่านแม่...” น้ำเสียงของหลินหว่านชิวเย็นเยียบและเฉยชา ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ “ท่านก็เห็นว่าข้างนอกนั่นแห้งแล้งเพียงใด บ่อน้ำในหมู่บ้านก็ใกล้จะแห้งขอด การเดินทางอพยพหนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรม หากเสิ่นม่อเฉินต้องอดตายเพราะไม่มีแรงแม้แต่จะเดิน ท่านคิดว่าวิญญาณของบุตรชายท่านในปรภพจะพอใจหรือไม่?”

คำพูดของนางแทงใจดำของจ้าวชุนฮวาเข้าอย่างจัง แม้จะรักลูกชายคนโตมากกว่า แต่ลูกชายคนรองที่ตายไปก็ยังเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนาง

หลินหว่านชิวเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือขึ้นอีกเล็กน้อย จนสตรีชราส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “เสบียงส่วนนี้เป็นของข้ากับลูก หากท่านยังคิดจะแตะต้องเขาอีกแม้เพียงปลายเล็บ... ข้าไม่รับประกันว่ากระดูกข้อมือของท่านจะยังอยู่ดี”

เสิ่นม่อเฉินที่ล้มอยู่บนพื้น เงยหน้ามองแม่เลี้ยงของตนด้วยความงุนงงระคนตื่นตะลึง ภาพของสตรีที่เคยแต่ก้มหน้าร้องไห้ บัดนี้กลับกล้าต่อกรกับท่านย่าที่โหดร้ายอย่างไม่เกรงกลัว มันเป็นภาพที่เขาไม่เคยเห็นและไม่เคยแม้แต่จะฝันถึง

จ้าวชุนฮวาจ้องลึกลงไปในดวงตาของสะใภ้รอง ความเยือกเย็นและจิตสังหารจางๆ ที่แผ่ออกมานั้นทำให้นางขนลุกชันไปทั้งตัว นี่ไม่ใช่นังเด็กอ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป! ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของสตรีชราผู้เคยยิ่งใหญ่คับบ้าน

บรรยากาศภายในกระท่อมพลันเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ มีเพียงสายตาของหลินหว่านชิวและจ้าวชุนฮวาที่ยังคงปะทะกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางความไม่แน่นอนของชีวิตที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่บนเส้นทางอพยพอันแสนหฤโหดนี้...การต่อสู้ครั้งแรกของนางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น