ความลับของรอยสักรูปใบไม้
ภายใต้สายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีของหลินหว่านชิว ในที่สุดจ้าวชุนฮวาก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ นางสะบัดมือออกอย่างแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นระคนหวาดหวั่น นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน กล่าวเสียงลอดไรฟันว่า "ดี! ดีนัก! ข้าจะดูซิว่าแม่ลูกเจ้าจะเอาตัวรอดไปได้สักกี่น้ำ!"
กล่าวจบก็สะบัดชายเสื้อเดินกระทืบเท้าปึงปังจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและบรรยากาศที่ยังคงตึงเครียด
หลินหว่านชิวไม่แม้แต่จะชายตามองตามแผ่นหลังของสตรีชรา นางคลายมือที่กำแน่นออก หันไปประคองร่างเล็กของเสิ่นม่อเฉินให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ เด็กชายยังคงมีสีหน้าตื่นตะลึงระคนสับสน ดวงตากลมโตที่เคยหม่นหมองบัดนี้จับจ้องมารดาเลี้ยงของตนราวกับเห็นนางเป็นคนแปลกหน้า
"ท่านแม่..." เขากระซิบเรียกเสียงแผ่วเบา
"ข้าอยู่นี่" หลินหว่านชิวตอบรับสั้นๆ พลางปัดฝุ่นดินออกจากเสื้อผ้าเก่าขาดของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสของนางนุ่มนวล ทว่าแววตากลับยังคงความเด็ดเดี่ยวไว้ไม่คลาย "ไม่ต้องกลัว มีแม่อยู่ทั้งคน จะไม่มีใครรังแกเจ้าได้อีก"
คำพูดเรียบง่ายนั้นกลับทรงพลังราวกับค้อนหนักทุบลงกลางใจของเด็กน้อย หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้สุดความสามารถพลันเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาคู่สวย เสิ่นม่อเฉินรีบกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่มันออกไป เขาไม่อยากร้องไห้ให้อ่อนแออีกต่อไป
ค่ำคืนโรยตัวลงมาอย่างรวดเร็ว ความมืดและความหนาวเย็นเข้าปกคลุมกระท่อมผุพัง ทุกคนในตระกูลเสิ่นต่างขดตัวนอนหลับใหลด้วยความอ่อนเพลียเพื่อเก็บแรงไว้สำหรับการเดินทางในวันรุ่งขึ้น มีเพียงหลินหว่านชิวที่ยังคงลืมตาโพลงอยู่ในความมืด
ในฐานะศัลยแพทย์ที่ต้องเข้าเวรยามวิกาลจนเป็นนิสัย นางจึงมีความตื่นตัวสูงต่อสิ่งรอบข้าง เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเสิ่นม่อเฉินที่นอนซุกอยู่ข้างกายนาง บ่งบอกว่าเขาหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย ทว่าเสียงฝีเท้าเบาหวิวดุจภูตพรายที่ดังขึ้นนอกกระท่อมกลับทำให้นางต้องขมวดคิ้ว
นางแสร้งพลิกตัวทำทีเป็นหลับลึก แต่ประสาทสัมผัสทั้งหมดกลับตื่นตัวเต็มที่ เงาร่างตะคุ่มหนึ่งเคลื่อนเข้ามาใกล้ช่องหน้าต่างที่ผุพังอย่างเชื่องช้า แม้จะมองไม่เห็นชัดเจนในความมืด แต่จากรูปทรงและกลิ่นน้ำมันใส่ผมราคาถูกที่โชยมาจางๆ หลินหว่านชิวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นผู้ใด...เฉียนจินจิน สะใภ้ใหญ่ผู้มีใบหน้างดงามแต่จิตใจคับแคบ
นางมาเพื่อสิ่งใด ย่อมเดาได้ไม่ยาก...น้ำ!
หลินหว่านชิวรีบเอื้อมมือไปคว้ากระบอกน้ำไม้ไผ่เล็กๆ ที่ซ่อนไว้ใต้กองฟางข้างตัวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด นี่คือน้ำดื่มหยดสุดท้ายของนางกับลูก เฉียนจินจินคงคิดจะมาขโมยมันไปในยามที่ทุกคนหลับใหล
เงาที่หน้าต่างชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าภายในกระท่อมเงียบสงัดไร้การเคลื่อนไหว นางคงคิดว่าหลินหว่านชิวหลับสนิทแล้วจึงล่าถอยจากไปอย่างผิดหวัง
หลินหว่านชิวถอนหายใจอย่างโล่งอก การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในยุคทุรกันดารนี้ มันไม่ได้มีแค่ภัยธรรมชาติ แต่ยังมีอสรพิษในคราบญาติพี่น้องที่พร้อมจะฉกกัดได้ทุกเมื่อ
หลังจากแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว นางจึงเริ่มสำรวจร่างกายของตนเองอย่างละเอียด รอยฟกช้ำจากการทุบตีของจ้าวชุนฮวาปรากฏอยู่ทั่วเรือนร่าง สร้างความเจ็บปวดระบมไปทุกส่วน แต่ขณะที่นางกำลังลูบแขนของตนเองอยู่นั้น ปลายนิ้วก็พลันสะดุดเข้ากับบางสิ่งบนข้อมือซ้าย
มันเป็นรอยประหลาดที่มีลักษณะคล้ายรอยสักรูปใบไม้เล็กๆ สีเขียวจางๆ ซึ่งนางมั่นใจว่าไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตนี้ และเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีมันเช่นกัน เมื่อลองสัมผัสดู มันกลับให้ความรู้สึกอุ่นร้อนอย่างน่าประหลาด
ด้วยความสงสัย หลินหว่านชิวลองเพ่งสมาธิไปที่รอยสักรูปใบไม้นั้น จินตนาการว่าตนเองกำลังจมดิ่งลงไปในใจกลางของมัน
วูบ!
เพียงชั่วพริบตา ทัศนียภาพรอบกายก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
จากกระท่อมมืดมิดคับแคบ บัดนี้นางกลับยืนอยู่ใจกลางพื้นที่ประหลาดแห่งหนึ่ง เหนือศีรษะคือโดมโค้งใสราวกับทำจากแก้วผลึก มองเห็นท้องฟ้าสีครามที่ดูผิดแผกจากโลกภายนอก พื้นดินเบื้องล่างคือดินร่วนสีดำสนิทที่อุดมสมบูรณ์และชุ่มชื้น ซึ่งแตกต่างจากพื้นดินที่แห้งแตกระแหงด้านนอกราวฟ้ากับเหว
ใจกลางของพื้นที่แห่งนี้ มีตาน้ำพุขนาดเล็กกำลังผุดพรายฟองอากาศขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย น้ำในบ่อนั้นใสกระจ่างดุจแก้วเจียระไน ส่งไอเย็นสดชื่นออกมาจางๆ ถัดจากตาน้ำพุไปไม่ไกล คือห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตาที่มีผนังเป็นกระจกใส มองดูคล้ายห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่นางคุ้นเคยในชาติก่อน!
"มิติ...หรือว่านี่คือมิติลับส่วนตัว?" หลินหว่านชิวพึมพำกับตนเองด้วยความตื่นตะลึง นี่คือของขวัญที่สวรรค์มอบให้เพื่อชดเชยที่ส่งนางมายังสถานที่โหดร้ายแห่งนี้ใช่หรือไม่!
นางไม่รอช้า รีบเดินตรงไปยังตาน้ำพุนั้นทันที สัญชาตญาณบอกนางว่าน้ำในบ่อนี้ไม่ธรรมดา นางก้มลงวักน้ำขึ้นมาดื่มหนึ่งอึก
ทันทีที่น้ำพุวิเศษไหลผ่านลำคอ กระแสธารอันอบอุ่นก็พลันแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันมลายหายไปในพริบตา ความเจ็บปวดจากรอยฟกช้ำบรรเทาลงอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างกายที่เคยอ่อนแอรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่
นี่มัน...น้ำทิพย์ชัดๆ!
ความคิดหนึ่งผุดวาบขึ้นมาในหัว...เสิ่นม่อเฉิน!
เด็กคนนั้นทั้งอ่อนเพลียและมีบาดแผล หากได้ดื่มน้ำนี้เข้าไปจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน นางมองไปรอบๆ เพื่อหาภาชนะ แต่ในมิติที่ว่างเปล่านี้กลับไม่มีสิ่งใด นอกจากดินและห้องแล็บที่ยังปิดสนิท
"ต้องเอากระบอกน้ำเข้ามา" นางคิดในใจ พลันสมาธิก็หลุดออกจากมิติ ร่างของนางกลับมาปรากฏในกระท่อมมืดตามเดิม!
หลินหว่านชิวทดลองอีกครั้ง นางหยิบกระบอกไม้ไผ่ขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วเพ่งจิตไปที่รอยสักอีกครา
วูบ!
นางกลับเข้ามาในมิติเรือนกระจกอีกครั้ง พร้อมกับกระบอกไม้ไผ่ในมือ!
"สำเร็จ!" นางอุทานอย่างยินดี รีบตรงไปบรรจุน้ำพุวิเศษจนเต็มกระบอก ก่อนจะตั้งจิตนำตนเองกลับออกไปสู่โลกภายนอก
นางเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบที่สุด ค่อยๆ เขย่าตัวเสิ่นม่อเฉินเบาๆ "ม่อเฉิน...ตื่นก่อน"
เด็กชายขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย "ท่านแม่...มีอันใดหรือขอรับ"
"ขาของเจ้าเป็นแผลใช่หรือไม่ ให้แม่ดูหน่อย" นางกล่าวเสียงนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ ดึงผ้าเนื้อหยาบที่คลุมเข่าของเขาออก เผยให้เห็นรอยถลอกที่ยังคงมีสีแดงก่ำและมีเศษดินเกาะติดอยู่
หลินหว่านชิวไม่พูดพร่ำทำเพลง นางค่อยๆ เทน้ำพุวิเศษจากกระบอกลงบนเศษผ้าสะอาดชิ้นเล็กๆ ที่พกติดตัว ก่อนจะบรรจงเช็ดทำความสะอาดบาดแผลให้เขาอย่างแผ่วเบาที่สุด
เสิ่นม่อเฉินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับความเย็น แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ความรู้สึกแสบร้อนที่บาดแผลพลันหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ดื่มน้ำเสียหน่อยเถิด จะได้มีแรงเดินทาง" หลินหว่านชิวประคองกระบอกไม้ไผ่จ่อที่ริมฝีปากแห้งผากของเขา
เสิ่นม่อเฉินพยักหน้าอย่างว่าง่ายและดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ทันทีที่น้ำไหลผ่านลำคอลงไป ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างขึ้นยิ่งกว่าเดิม ความอ่อนเพลียที่เกาะกุมร่างกายมาตลอดทั้งวันราวกับถูกชะล้างหายไปในบัดดล ร่างกายที่เคยหนักอึ้งกลับรู้สึกเบาสบายและเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอย่างน่าอัศจรรย์!
นี่มัน...ไม่ใช่น้ำธรรมดา!
เด็กชายจ้องมองใบหน้าของมารดาเลี้ยงภายใต้แสงจันทร์สลัวที่ส่องผ่านรอยแยกของหลังคา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยคำถามและความตื่นตะลึง เขากำลังจะอ้าปากถามถึงความลับของน้ำในกระบอกนี้...
แต่แล้วพลัน! เสียงตะโกนอันดังลั่นและเกรี้ยวกราดของเสิ่นไท่ ผู้เป็นประมุขของบ้านก็ดังกระหึ่มขึ้นจากลานบ้านด้านนอก!
"ทุกคนตื่นเดี๋ยวนี้! ผู้ใหญ่บ้านส่งข่าวมาแล้ว! น้ำในบ่อสุดท้ายแห้งขอดสนิทแล้ว! เก็บข้าวของให้พร้อม เราต้องออกเดินทางเดี๋ยวนี้!"