ตอนที่ 20
***บทที่ 20: แย่งชิงสินค้าในตลาดจินฟาง***
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่สาดแสงจับขอบฟ้า หมู่บ้านชิงซียังคงหลับใหลอยู่ภายใต้ไอหมอกยามเช้า ทว่าที่กระท่อมท้ายหมู่บ้านกลับมีแสงตะเกียงวูบไหวและเงาร่างสองเงาเคลื่อนไหวอย่างขะมักเขม้น
หลินหวั่นชิวและหลี่มู่หยางกำลังบรรจงลำเลียงหัวไชเท้าหยกขาวที่ขาวสะอาดดุจหยกสลักเสลาขึ้นบนเกวียนไม้ แต่ละหัวถูกห่อหุ้มด้วยใบของมันเองเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
“พี่มู่หยาง ท่านช่วยเรียงมันซ้อนกันเบาๆ ข้าไม่อยากให้มันช้ำ” หลินหวั่นชิวเอ่ยขึ้นขณะส่งหัวไชเท้าอีกหัวให้เขา ใบหน้าของนางยามนี้เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและคาดหวัง
หลี่มู่หยางรับมาอย่างนุ่มนวล เขาจัดวางมันลงในเกวียนอย่างระมัดระวัง แม้ไม่ได้เอ่ยคำใด แต่แววตาที่มองนางกลับแฝงไว้ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
เมื่อบรรทุกหัวไชเท้าจนเต็มเกวียน แสงแรกของวันก็ทาบทาลงบนยอดเขาหมอกเร้นพอดี ทั้งสองไม่รอช้า หลี่มู่หยางขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งคนบังคับเกวียน ส่วนหลินหวั่นชิวเดินเคียงข้างไป มุ่งหน้าสู่เส้นทางอำเภอไป๋สุ่ย
ตลาดการค้าจินฟางในอำเภอไป๋สุ่ยคือศูนย์กลางความคึกคักที่สุดในยามนี้ เสียงตะโกนโหวกเหวกของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า เสียงต่อรองราคา และกลิ่นอาหารที่ปรุงสดใหม่ลอยปะปนกันในอากาศ หลินหวั่นชิวและหลี่มู่หยางเข็นเกวียนฝ่าฝูงชนเข้าไปหาทำเลเหมาะเจาะบริเวณสี่แยกซึ่งเป็นจุดที่คนเดินผ่านมากที่สุด
“พี่มู่หยาง เราจะตั้งแผงกันตรงนี้” นางชี้ไปยังพื้นที่ว่างเล็กๆ ข้างร้านขายซาลาเปา
พวกเขาจัดวางหัวไชเท้าขาวอวบอิ่มสองสามหัวไว้บนผ้าสะอาดที่ปูบนถังไม้เพื่อเป็นตัวอย่าง ทว่าสินค้าแปลกตาของพวกเขายังไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนที่มัวแต่มองหาสิ่งของจำเป็นได้
“ดูเหมือนผู้คนจะไม่สนใจผักหัวธรรมดาๆ” หลี่มู่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลินหวั่นชิวกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย “ของดีไม่จำเป็นต้องตะโกนขายเจ้าค่ะ” นางหยิบหัวไชเท้าหยกขาวที่งามที่สุดขึ้นมาหนึ่งหัวพร้อมกับมีดเล่มเล็กที่พกติดตัวมา “ข้าต้องการเพียง ‘เหยื่อ’ ตัวแรกเท่านั้น”
นางค่อยๆ ใช้มีดฝานหัวไชเท้าออกเป็นแผ่นบางเฉียบ เผยให้เห็นเนื้อในที่ขาวบริสุทธิ์และฉ่ำวาวราวกับน้ำค้างแข็งยามเช้า กลิ่นหอมหวานสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์ลอยกำจายออกมาทันที ดึงดูดสายตาของชายวัยกลางคนที่กำลังเดินผ่านให้ชะงักฝีเท้า
“นี่...นี่มันหัวไชเท้าอันใดกัน? เหตุใดจึงมีกลิ่นหอมหวานเช่นนี้?” ชายผู้นั้นเป็นผู้ช่วยพ่อครัวจากร้านอาหารเล็กๆ ในตลาด เขามองแผ่นหัวไชเท้าในมือนางด้วยความสงสัย
“ท่านลุงลองชิมดูสิเจ้าคะ” หลินหวั่นชิวกล่าวด้วยรอยยิ้ม ยื่นแผ่นหัวไชเท้าบางๆ ให้เขา
ชายผู้นั้นรับไปอย่างลังเล แต่เมื่อนำเข้าปาก ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง! รสหวานละมุนที่บริสุทธิ์และสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก เนื้อสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มในแทบจะละลายทันทีที่สัมผัสลิ้น มันไม่เหมือนหัวไชเท้าที่เขาเคยรู้จักเลยแม้แต่น้อย!
“สวรรค์! นี่มัน...นี่มันรสชาติอันใดกัน!” เขาอุทานเสียงดังลั่น ดึงดูดให้ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามอง
“แม่นางน้อย หัวไชเท้านี้ของเจ้าขายอย่างไร? ข้าขอซื้อสองหัว!” เขาตะโกนอย่างตื่นเต้น
หลินหวั่นชิวยังไม่ทันได้ตอบ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา “เดี๋ยวก่อน! ข้าเป็นพ่อครัวจากโรงเตี๊ยมไท่เหอ ขอข้าลองชิมบ้าง!”
สิ้นเสียง ชายร่างท้วมในชุดพ่อครัวก็แหวกฝูงชนเข้ามาหยิบแผ่นหัวไชเท้าไปชิม สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากสงสัยเป็นทึ่งในบัดดล “ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว! รสชาตินี้หากนำไปตุ๋นซี่โครงหมู จะต้องกลายเป็นเมนูเลิศรสที่สั่นสะเทือนไปทั้งอำเภอแน่! แม่นาง ข้าเหมาหมดนี่!”
ทันใดนั้น เสียงของระบบ AI ก็ดังขึ้นในหัวของหลินหวั่นชิว
`[ติ๊ง! กำลังวิเคราะห์สถานการณ์... ตรวจพบเป้าหมายผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูงหลายราย แนะนำให้เปลี่ยนกลยุทธ์การขายจากการขายปลีกเป็นการประมูลเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับสินค้า!]`
ดวงตาของหลินหวั่นชิวเป็นประกายวูบวาบ นางได้ยินเสียงของระบบชัดเจน ความคิดอันชาญฉลาดผุดขึ้นในใจทันที นางหันไปสบตากับหลี่มู่หยาง พยักหน้าให้เขาเป็นสัญญาณ
หลี่มู่หยางเข้าใจในทันที เขาก้าวมายืนขวางหน้าเกวียน ร่างสูงใหญ่และท่าทีสงบนิ่งของเขาทำให้ฝูงชนที่เริ่มวุ่นวายต้องชะงักไป
หลินหวั่นชิวจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด “ทุกท่านโปรดใจเย็นก่อน! หัวไชเท้าหยกขาวของข้ามีจำนวนจำกัด แต่ดูเหมือนว่าทุกท่านจะต้องการมัน”
นางหยุดเว้นจังหวะให้ทุกคนเงี่ยหูฟัง “เพื่อความยุติธรรม ข้าจะนำหัวไชเท้าทั้งหมดออกมาประมูล! เราจะประมูลกันเป็นส่วน ส่วนละสิบหัว ใครให้ราคาสูงสุด ผู้นั้นก็ได้ไป!”
คำประกาศของนางทำให้เหล่าเถ้าแก่และพ่อครัวถึงกับตาโต นี่เป็นวิธีการขายผักที่พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน!
“ดี! เช่นนั้นก็เริ่มเลย!” เถ้าแก่ร้านอาหารฟู่กุ้ยตะโกนขึ้นเป็นคนแรก “ข้าให้ห้าสิบอีแปะต่อหัว!”
“หึ! ห้าสิบอีแปะรึ? เจ้าดูถูกผลไม้สวรรค์นี้เกินไปแล้ว!” ผู้จัดการเหลาอาหารเย่วไหลแค่นเสียงเย็นชา “ข้าให้หนึ่งร้อยอีแปะ!”
การประมูลเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ราคาของหัวไชเท้าพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งจากหลักร้อยอีแปะกลายเป็นหลักตำลึงเงินในเวลาไม่นาน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างพากันหยุดขายของแล้วหันมามุงดูเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นใครขายผักได้ในราคาที่สูงเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ชั้นดีเช่นนี้มาก่อน
หลินหวั่นชิวยืนคุมการประมูลอย่างใจเย็น ใบหน้าของนางเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับทอประกายแห่งความยินดี ขณะที่หลี่มู่หยางยืนกอดอกเป็นผู้คุ้มกันอยู่ข้างๆ เงียบๆ บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่กลิ่นอายกดดันจนไม่มีใครกล้าสร้างความวุ่นวาย
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม หัวไชเท้าหยกขาวทั้งเกวียนก็ถูกประมูลไปจนหมดเกลี้ยง!
หลินหวั่นชิวเก็บเงินตำลึงก้อนสุดท้ายใส่ถุงผ้าที่หนักอึ้งจนแทบจะรับน้ำหนักไม่ไหว นางเหลือบมองเกวียนที่ว่างเปล่าแล้วหันมายิ้มให้หลี่มู่หยาง
“เรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ”
ระหว่างทางที่พวกเขาเข็นเกวียนเปล่าออกจากตลาด สายตาของพ่อค้าแม่ค้าทุกคนต่างจับจ้องมาที่เด็กสาวในชุดผ้าป่านธรรมดาผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งอิจฉา ชื่นชม และสงสัยใคร่รู้ ชื่อของ ‘หัวไชเท้าหยกขาว’ ได้สร้างตำนานบทใหม่ขึ้นในตลาดจินฟางแห่งนี้แล้ว
หลินหวั่นชิวและหลี่มู่หยางเดินออกจากตลาดด้วยความรู้สึกของผู้ชนะ ทว่าเมื่อพวกเขาเลี้ยวพ้นหัวมุมถนนที่เริ่มปลอดผู้คน ร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์หลายคนก็ก้าวออกมาจากตรอกมืด ขวางทางเกวียนของพวกเขาเอาไว้
เงาของชายผู้เป็นหัวหน้าทอดร่างยาวลงบนพื้น แววตาของเขาที่มองมายังหลินหวั่นชิวนั้นเย็นเยียบและไม่เป็นมิตร
“แม่นางน้อย รีบร้อนไปไหนกัน” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและแฝงไปด้วยการข่มขู่ “พวกข้ามาจากสมาคมการค้าไป๋สุ่ย เถ้าแก่โจวต้าฟู่ของเรา... อยากจะขอคุยกับเจ้าสักหน่อย”