ตอนที่ 19

***บทที่ 19: ผลผลิตที่น่าตกตะลึง***

ประกายแห่งความมุ่งมั่นในดวงตาของหลินหวั่นชิวยังคงลุกโชนแม้ราตรีจะเคลื่อนคล้อยผ่านไปนานแล้วก็ตาม คำขู่ของหลี่มู่หยางยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มิได้นำพาความหวาดหวั่นมาให้ หากแต่เป็นแรงกระตุ้นให้ต้องเร่งก้าวไปข้างหน้า

รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงสีทองที่อาบไล้ไปทั่วกระท่อมน้อย หลินหวั่นชิวตื่นขึ้นมาก่อนไก่โห่ด้วยซ้ำ นางจัดการกิจวัตรประจำวันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวตรงไปยังแปลงผักท้ายกระท่อม ที่ซึ่งหลี่มู่หยางกำลังรออยู่แล้วด้วยจอบในมือ

“วันนี้ข้าจะเก็บหัวไชเท้า” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังแปลงดินที่บัดนี้มีใบสีเขียวชอุ่มขึ้นปกคลุมแน่นขนัด

หลี่มู่หยางพยักหน้ารับคำโดยไม่ซักถาม เขาวางจอบลงแล้วเดินตามนางไปยังแปลงหัวไชเท้าหยกขาวซึ่งนางลงมือปลูกด้วยตนเองทั้งหมด แม้จะเป็นเพียงพรานป่า แต่เขาก็พอจะมองออกว่าพืชผลในแปลงนี้งอกงามผิดธรรมดา ใบของมันใหญ่และสดกว่าหัวไชเท้าที่เคยเห็นในหมู่บ้านนัก

หลินหวั่นชิวคุกเข่าลงข้างแปลงดิน นางเลือกกอที่ดูสมบูรณ์ที่สุด สองมือจับโคนใบที่อวบใหญ่แล้วออกแรงดึงอย่างนุ่มนวล

พรึ่บ!

ดินร่วนซุยที่ได้รับการดูแลอย่างดีแยกออกจากกันอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง หลี่มู่หยางที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ถึงกับเบิกตากว้างอย่างลืมตัว

สิ่งที่อยู่ในมือของหลินหวั่นชิวมิใช่หัวไชเท้าธรรมดา มันคือหัวไชเท้าสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหยกเนื้อดี ผิวของมันเรียบเนียนเกลี้ยงเกลาไร้ร่องรอยของแมลงหรือโรคพืชใดๆ ขนาดของมันใหญ่กว่าหัวไชเท้าทั่วไปเกือบสองเท่า ทั้งยังส่งกลิ่นหอมสดชื่นจางๆ ออกมาอย่างน่าประหลาด

“นี่มัน…” พรานหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่เคยเห็นหัวไชเท้าที่สมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้มาก่อนในชีวิต

หลินหวั่นชิวแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ นางใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก “นี่คือ ‘หัวไชเท้าหยกขาว’ ที่ข้าตั้งใจปลูก”

นางวางหัวไชเท้าหัวแรกลงในตะกร้าอย่างเบามือแล้วหันไปลงมือถอนหัวต่อไป แต่ละหัวที่ถูกดึงขึ้นมาจากดินล้วนมีขนาดใหญ่ ขาวอวบ และงดงามไม่ต่างจากหัวแรก ราวกับเป็นผลงานแกะสลักจากช่างฝีมือชั้นครูมากกว่าจะเป็นพืชผลที่เติบโตจากผืนดิน

ขณะที่ทั้งสองกำลังง่วนอยู่กับการเก็บเกี่ยว เสียงทักทายที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากริมรั้ว

“อาหวั่น! กำลังทำอะไรอยู่รึ แต่เช้าเชียว”

ป้าหวังเพื่อนบ้านคนสนิทเดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าในมือ นางคงกำลังจะเข้าป่าไปเก็บฟืนเช่นเคย แต่แล้วสายตาของนางก็พลันหยุดชะงักลงที่กองหัวไชเท้าสีขาวสว่างในตะกร้าของหลินหวั่นชิว

“สวรรค์! นั่นมัน… นั่นมันหัวไชเท้าหรือ” ป้าหวังอุทานเสียงหลง นางรีบก้าวเข้ามาใกล้ๆ จ้องมองผลผลิตด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง “เหตุใดหัวไชเท้าของเจ้าจึงได้ใหญ่และขาวราวกับหิมะเช่นนี้เล่า ข้าอยู่หมู่บ้านชิงซีมาค่อนชีวิต ยังไม่เคยพบเคยเห็นหัวไชเท้าที่งดงามปานนี้มาก่อนเลย!”

หลินหวั่นชิวยิ้มรับ “ท่านป้าหวังชมเกินไปแล้ว ข้าก็แค่ลองปลูกดูเท่านั้นเอง”

“ลองปลูกรึ?” ป้าหวังยังคงจ้องตาไม่กะพริบ “นี่มิใช่แค่ลองปลูกแล้ว นี่มันฝีมือเทวดาชัดๆ! ดูสิ ไม่มีรอยแมลงเจาะสักนิด ผิวก็เกลี้ยงเกลาเป็นมันวาว ของดีเช่นนี้ หากนำไปขายในอำเภอคงได้ราคาดีน่าดู”

คำพูดของป้าหวังทำให้หลินหวั่นชิวเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา นางหยิบหัวไชเท้าที่อวบอ้วนที่สุดหัวหนึ่งขึ้นมาแล้วยื่นให้ป้าหวัง

“ท่านป้า ถ้าเช่นนั้นข้าขอมอบหัวนี้ให้ท่านนำไปลองทำอาหารดูนะเจ้าคะ ถือเป็นการขอบคุณที่ท่านคอยช่วยเหลือข้ามาตลอด”

ป้าหวังตกใจรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ได้ๆ ของดีมีราคาเช่นนี้ข้าจะรับไว้ได้อย่างไร เจ้าเก็บไว้เอาไปขายเถิด”

“รับไปเถอะเจ้าค่ะท่านป้า” หลินหวั่นชิวคะยั้นคะยอ “ข้าปลูกไว้ตั้งเยอะแยะ แค่หัวเดียวจะเป็นไรไป ถือว่าช่วยข้าชิมก็แล้วกัน ข้าเองก็อยากรู้ว่ารสชาติของมันจะเป็นอย่างไร”

เมื่อเห็นความจริงใจในแววตาของหญิงสาว ในที่สุดป้าหวังก็ยอมรับหัวไชเท้ามาถือไว้ในมืออย่างลังเลใจ น้ำหนักของมันที่ถ่วงอยู่ในมือทำให้นางยิ่งประหลาดใจ “เอาเถิดๆ ในเมื่อเจ้ามีน้ำใจถึงเพียงนี้ ข้าก็จะรับไว้ เดี๋ยวข้าจะรีบกลับไปทำซุปกระดูกหมูให้ตาเฒ่าที่บ้านชิมดูเสียหน่อย”

หลังจากป้าหวังเดินจากไปพร้อมกับหัวไชเท้าหยกขาวแล้ว หลินหวั่นชิวก็หันกลับมาทำงานต่อ หลี่มู่หยางมองนางด้วยสายตาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การกระทำเมื่อครู่ของนางไม่ใช่แค่ความใจกว้าง แต่เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด

เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตจนเต็มตะกร้าใหญ่และนำไปเก็บไว้ในที่ร่มร้อยแล้ว หลินหวั่นชิวก็หาโอกาสปลีกตัวออกมาอยู่ตามลำพัง นางแสร้งทำเป็นเดินตรวจดูแปลงผักอื่นๆ ก่อนจะแอบหยิบหัวไชเท้าขนาดพอดีมือขึ้นมา แล้วเรียกใช้ระบบในใจอย่างเงียบเชียบ

‘เอไอ ตรวจสอบคุณภาพและสารอาหารของวัตถุนี้’

[ติ๊ง! กำลังดำเนินการสแกนและวิเคราะห์ ‘หัวไชเท้าหยกขาว’...]

เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของนางเพียงผู้เดียว หน้าต่างข้อมูลโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

[ผลการวิเคราะห์: หัวไชเท้าหยกขาว]

[คุณภาพ: ระดับสูงสุด]

[สารอาหาร: อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสูงกว่าหัวไชเท้าทั่วไป 300%]

[คุณสมบัติพิเศษ: มีสรรพคุณทางยาอย่างอ่อน ช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ขับความชื้น บำรุงปอดและม้าม รสชาติหวานกรอบ สามารถรับประทานสดได้]

หลินหวั่นชิวอ่านข้อมูลด้วยหัวใจที่เต้นระรัว สรรพคุณทางยาอ่อนๆ! นี่มันเกินความคาดหมายของนางไปมากนัก ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดมันจึงดูแตกต่างจากหัวไชเท้าทั่วไปถึงเพียงนี้

ยังไม่ทันที่นางจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้มิด เสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงเรียกอันดังของป้าหวัง!

“อาหวั่น! อาหวั่น!”

ป้าหวังวิ่งหน้าตาตื่นกลับมาที่กระท่อมของนางอีกครั้ง ในมือไม่ได้ถือตะกร้า แต่กลับถือถ้วยกระเบื้องใบเล็กที่ยังมีไออุ่นลอยกรุ่นอยู่

“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะท่านป้า” หลินหวั่นชิวถามด้วยความประหลาดใจ

“สุดยอด! มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!” ป้าหวังพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนแทบไม่เป็นภาษา “หัวไชเท้าของเจ้า! ข้าแค่ฝานบางๆ ให้ตาเฒ่าลองชิมสดๆ เขากินเข้าไปคำเดียวถึงกับตาโต บอกว่าชีวิตนี้ไม่เคยกินอะไรอร่อยเท่านี้มาก่อน!”

นางยื่นถ้วยในมือส่งให้หลินหวั่นชิว “นี่ข้าลองเอาไปตุ๋นกับน้ำเปล่าเฉยๆ ไม่ได้ใส่เครื่องปรุงอะไรเลย เจ้าลองชิมดูสิ!”

หลินหวั่นชิวรับถ้วยมาอย่างงุนงง ในถ้วยมีเพียงน้ำซุปใสๆ กับชิ้นหัวไชเท้าที่สุกจนเป็นสีขาวขุ่น นางลองยกขึ้นจิบช้าๆ

ทันทีที่น้ำซุปร้อนๆ สัมผัสลิ้น ดวงตาของหลินหวั่นชิวก็เบิกกว้างขึ้นทันที!

รสหวานละมุนตามธรรมชาติแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก ความหวานที่บริสุทธิ์และสดชื่นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มันไม่ใช่รสชาติของผัก แต่เป็นรสชาติที่หอมหวานเทียบเท่ากับผลไม้ชั้นเลิศ เมื่อเคี้ยวชิ้นหัวไชเท้าเข้าไป เนื้อของมันก็นุ่มละมุนแทบจะละลายในปาก แต่ยังคงความกรอบเล็กน้อยเอาไว้ เป็นรสสัมผัสที่ยากจะบรรยาย

“เป็นอย่างไรเล่า!” ป้าหวังกล่าวอย่างกระตือรือร้น “ข้าบอกแล้วว่ามันไม่ธรรมดา! นี่ไม่ใช่หัวไชเท้าแล้ว นี่มันคือผลไม้สวรรค์ชัดๆ!”

หลี่มู่หยางที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ก้าวเข้ามาชิมด้วยอีกคน สีหน้าเรียบเฉยของเขาเปลี่ยนเป็นความทึ่งอย่างไม่อาจปิดบังได้ในที่สุด

ดวงตาของหลินหวั่นชิวทอประกายวาบขึ้นมาทันที นางมองกองหัวไชเท้าหยกขาวที่วางเรียงรายอยู่ราวกับเห็นกองเงินกองทองกองมหึมา

ป้าหวังยังคงพรรณนาถึงความมหัศจรรย์ของหัวไชเท้าไม่หยุด “อาหวั่นเอ๊ย ของดีขนาดนี้ หากเจ้าเอาไปขายที่ตลาดในอำเภอ พวกเถ้าแก่ร้านอาหารใหญ่ๆ ต้องแย่งกันซื้อจนหัวแตกแน่ๆ!”

คำพูดของป้าหวังจุดประกายความคิดของหลินหวั่นชิวให้สว่างวาบ นางหันไปสบตากับหลี่มู่หยาง แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความคาดหวัง

ตลาดการค้าจินฟาง… ถึงเวลาแล้วที่ชื่อของหลินหวั่นชิวจะไม่ได้เป็นแค่เด็กสาวอาภัพท้ายหมู่บ้านอีกต่อไป