ตอนที่ 116
## ตอนที่ 172: การประนีประนอม
ยินยินจักตอบได้อย่างไร? นางจักเอ่ยว่าเขาคือบิดาของเจ้าดอกหรือ? เห็นประจักษ์ว่ามิอาจทำได้ ยินยินจึงก้มหน้างุดลง ใช้นิ้วเรียวขูดปลายจมูกน้อยๆ ของเสี่ยวหยาอย่างขุ่นเคือง พลางเอื้อนเอ่ย "คราก่อนที่มาเยือนในเมือง ข้าเคยพานพบพวกนางเพียงคราเดียว เจ้าเด็กน้อย เหตุใดจึงใคร่รู้ใคร่เห็นนัก ดูเรื่องสนุกของเจ้าไปเถิด"
"ท่านแม่..." เสียงลากยาว พลางเสี่ยวหยาก็ซบใบหน้าน้อยๆ ลงบนร่างยินยิน ออดอ้อนเสียงหวาน "ในเมื่อที่นี่มิยินดีต้อนรับพวกเรา เช่นนั้นเราก็กลับไปเถิด ถึงข้าจะมิได้เที่ยวเล่นก็มิเป็นไร"
"อืม..." ยินยินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูคล้ายหมดความสนใจ ใยจึงเป็นเช่นนี้เล่า? คราแรกผู้ที่ปรารถนาเข้าเมืองก็คือนาง ครั้นบัดนี้ผู้ที่ใคร่จากไปก็คือนาง นางไยจึงมิเข้าใจว่าเสี่ยวหยากำลังเล่นกลอันใด
ทว่าโดยพื้นเพแล้วนางย่อมมิปฏิเสธคำขอของดวงใจน้อยๆ ของตนได้ จึงพยักพเยิดศีรษะพลางกล่าว "เช่นนั้นเราก็กลับไปเถิด!"
สามสหายสตรีกำลังซ่อนกายอยู่ด้านข้าง ครั้นได้ยินยินยินเอ่ยว่าจะหวนคืนสู่บ้านนา ก็ร้อนรนจนแทบจะเหยียบเท้าตนเอง "พวกเราจักทำเช่นไรดี หากพวกเราไปหาเสียนเอง จักมิเสียหน้าเกินไปหรือ"
กุ้ยเซียงแม้ใจเสาะ ทว่าเมื่อเอ่ยถึงคุณชาย นางก็อดมิได้ที่จะกล่าว "สิ่งใดสำคัญกว่ากัน หน้าหรือชีวิตคุณชาย? ทั้งท่านหมอยังกล่าวอีกว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าคุณชายจักอยู่ได้อีกมินาน"
"เฮอะ! ล้วนเป็นเพราะอัปมงคลนั่น หากมิใช่เพราะนาง คราก่อนร่างกายคุณชายไยจึงทรุดโทรมถึงเพียงนี้"
"พอเถิด! พวกเจ้าอย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งกันเลย ข้ารู้ว่าพวกเจ้าล้วนสงสารคุณชาย ทว่ามีเพียงสตรีผู้นั้นเท่านั้นที่จักคลี่คลายปมในใจคุณชายได้" ครั้นได้ยินคำของหลันเซียง สองนางที่เหลือก็เงียบงันไป
ดังนั้น สามสหายสตรีจึงมิได้หลบซ่อนอีกต่อไป ทว่าเดินออกมาอย่างเปิดเผยและสง่างาม คราแรกพวกนางใคร่จะสั่งสอนยินยินสักครา ทว่าผู้ใดเล่าจักคาดคิดว่ายินยินจักตัดขาดเยี่ยงนี้ ทำให้พวกนางจำต้องเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อนางไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...
ยามนี้ในเมืองหลินชวนล้วนมีข่าวลือแพร่สะพัด ว่าบุตรของชาวบ้านป่าผู้นี้เกิดจากคุณชาย แม้พวกนางจักมิเชื่อโดยสิ้นเชิง ทว่าก็มิใช่เรื่องเลื่อนลอย ทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือท่าทีของคุณชายที่มีต่อนาง ดังนั้นจึงทำให้สามสหายสตรีแค้นเคืองชาวบ้านป่าผู้นี้มากยิ่งขึ้น
แทบอยากจะฉีกนางเป็นชิ้นๆ ทว่าเมื่อได้เห็นคุณชายในสภาพเช่นนั้น พวกนางจำต้องเชิญสตรีผู้นี้กลับมา เมื่อคิดถึงตรงนี้ สามสหายสตรีก็รู้สึกอัดอั้นตันใจ ทว่าเพื่อคุณชายแล้ว พวกนางจักจำต้องอดกลั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สามสหายสตรีจึงพยายามสงบจิตใจแล้วกล่าว "คุณหนูยินยิน โรคของคุณชายต้องการท่านจริงๆ เพียงท่านยินยอมอยู่ต่อ ไม่ว่าเงื่อนไขใดพวกเราก็ยินยอม"
ยินยินเลิกคิ้วขึ้น นี่สามสหายสตรีถึงกับทุ่มทุนสร้างกระนั้นหรือ ทว่านางกลับส่ายหน้าพลางกล่าว "ข้าได้ให้สัญญากับบุตรสาวของข้าแล้ว ว่าจักหวนคืนสู่บ้านนาในยามนี้ พวกท่านอย่าได้เสียเวลาและเรี่ยวแรงให้กับข้าเลย"
เห็นสีหน้าของยินยินมิได้เสแสร้ง สามสายตาของพวกนางก็ร้อนรนยิ่งขึ้น พวกนางกล่าวอย่างเร่งรีบ "ท่านไปมิได้ แม้จักเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีต ท่านก็ควรอยู่เป็นเพื่อนคุณชาย"
ทันใดนั้น แววตาของยินยินก็เย็นเยียบลง ฟังจากน้ำเสียงของสาวใช้ทั้งสามนี้ พวกนางย่อมรู้ว่าบุตรในครรภ์เป็นของมู่ไป๋ ทว่าสำหรับพวกนางที่ยอมรับเรื่องนี้ ยินยินกลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นางจึงแย้มสรวลพลางกล่าว "คาดมิถึงว่าพวกท่านจักรู้เรื่องราวมากมาย ข้าบอกว่ามิช่วยก็คือมิช่วย"
ในยามนั้นเอง หลันเซียงพลันกล่าวเสียงเข้ม "เตี๋ยเซียง คุกเข่าลง"
เตี๋ยเซียงชะงักไป
หลันเซียงกล่าวต่อ "ไยยังมิรีบขอขมาคุณหนูยินยิน"
"ข้า..." เตี๋ยเซียงเม้มริมฝีปาก นางน้ำตาคลอเบ้าแล้วคุกเข่าลง "เตี๋ยเซียงผิดไปแล้ว ขอคุณหนูยินยินโปรดอภัย อย่าถือสาคนต่ำต้อยเช่นข้าเลย"
"เหอะๆ" ยินยินหัวเราะเยาะออกมา สาวใช้ทั้งสองนี้ช่างแสดงละครได้เก่งกาจ แม้กระทั่งนางยังแทบจะอดใจมิได้ที่จะลุกขึ้นปรบมือให้ ทว่าหากตนเองประนีประนอมง่ายดายเช่นนี้ มิเท่ากับปล่อยให้พวกนางดูถูกตนเองดอกหรือ