ตอนที่ 139

## ตอนที่ 195 : พิสดาร

มู่มู่ยังคงขุ่นเคืองใจ เหตุใดเสี่ยวหยาจึงปักใจเชื่อมั่นในตัวพี่สาวเพียงนั้น ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมของเสี่ยวหยา นางก็จำต้องกลืนคำลงคอ

ยินยินเงยหน้ามองท้องฟ้า พลางคำนวณเวลา นางมั่นใจยิ่งนักว่ามู่ไป๋อยู่ที่นั่น เพียงแต่จะลักพาตัวเขาไปได้อย่างไร โดยไร้ร่องรอย ราวกับภูตผีปีศาจ คงต้องไปถึงที่นั่นเสียก่อน จึงจะกระจ่างแจ้ง

เมื่อก้าวพ้นจากจวนสกุลมู่ ยินยินทอดสายตาไปยังฟ้าที่เริ่มมืดมิดลง นางตั้งปณิธานไว้ว่า วันนี้จักต้องคลี่คลายปริศนานี้ให้จงได้ เพราะนางเชื่อมั่นว่ามู่ไป๋ถูกกักขังอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ดูท่าทีคนเหล่านั้นคงมิใช่ย่อย มิฉะนั้นคงมิอาจลักพาตัวคุณชายมู่ไปจากจวนใหญ่ ที่มีบ่าวไพร่มากมายเช่นนั้นได้

มองดูฟ้าที่ยังมิได้มืดสนิท ยินยินค่อยๆ เดินทอดน่องไปเบื้องหน้า มิรีบร้อนอันใด ด้วยรู้ดีว่ายามราตรีนั้นสะดวกแก่การลงมือยิ่งนัก ที่นางทำเช่นนี้ ก็เพื่อป้องกันมิให้มู่มู่ส่งคนตามมา แม้นางผู้น้องจะมีจิตใจเยี่ยงเด็ก ทว่าบางเรื่องราวก็มิควรให้นางล่วงรู้มากเกินไป

ยามที่ยินยินไปถึงจุดหมาย ฟ้าก็เริ่มมืดมิดลงแล้ว นางเงยหน้าขึ้นมอง เห็นประตูจวนหลังใหม่เอี่ยมอ่องติดตั้งอยู่ ณ ที่นั้น บัดนี้ ยินยินมั่นใจเกือบเต็มร้อยว่า ที่นี่มีเงื่อนงำ

ครั้นแล้ว นางจึงเปิดระบบ นำยานเหาะออกมา จากนั้นก็ขึ้นไปยังยานเหาะโดยพลัน ดำเนินการในโหมดใต้ดิน แทรกซึมเข้าไปในจวนหลังนั้นอย่างเงียบเชียบ

หากสามพี่น้องตระกูลนั้นสิ้นชีพไปแล้ว เหตุใดจึงมีโลงศพเปล่าใบหนึ่งเล่า? หากพวกนางยังมีชีวิตอยู่ ผู้ใดกันจะสาปแช่งลูกหลานตนเองด้วยการตั้งโลงศพเปล่า? นี่คือความขัดแย้งในตัวเองอย่างยิ่ง!

เมื่อลงจากยานเหาะ ยินยินก็ย่องไปยังศาลเพียงตาอย่างเงียบเชียบ เวลานี้ ทั่วทั้งศาลเพียงตาเงียบสงัด ผ้าขาวปลิวไสวไปตามสายลมเย็นยะเยือก เมื่อแน่ใจว่าไร้ผู้คน นางจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไป

โลงศพสามใบวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ตรงกลางมีตะเกียงน้ำมันตั้งอยู่ พร้อมทั้งกระถางใส่กระดาษเงินกระดาษทองที่เผาไหม้จนเป็นเถ้าถ่าน ภายใต้ลมหนาวที่พัดกระหน่ำ ตะเกียงน้ำมันหน้าโลงศพสั่นไหววูบวาบ ดูน่าขนลุกยิ่งนัก

ตามหลักการแล้ว แม้ครอบครัวนี้จะมีคนไม่มาก แต่เมื่อมีคนตาย เหตุใดจึงไม่มีคนเฝ้าศพเล่า? โดยสัญชาตญาณ ยินยินก้าวไปข้างหน้า พบว่าโลงศพทั้งสามใบถูกปิดฝาไว้หมดแล้ว

เมื่อเห็นเช่นนั้น คิ้วของยินยินก็ขมวดมุ่น เวลานี้ยังไม่พ้นเจ็ดวัน และยังไม่ถึงวันเคลื่อนศพ เหตุใดจึงปิดฝาโลงศพล่วงหน้าเล่า? เมื่อเผชิญหน้ากับข้อสงสัยมากมาย ยินยินคิดว่าคงต้องค้นหาความจริงเสียก่อน จึงจะคลี่คลายได้

ขณะที่คิดอยู่นั้น ยินยินก็ตรวจสอบด้วยระบบอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้นางประหลาดใจเล็กน้อย นั่นคือ คราวนี้ในโลงศพมีคนอยู่สามคน นี่…

ยินยินมิมีทางเชื่อว่าตนเองมองผิดไปเมื่อคราวก่อน และเป็นไปไม่ได้เลยที่กุ้ยฮวาจะตายหลังจากนั้น นี่ทำให้นางบังเกิดความปรารถนาที่จะเปิดโลงศพขึ้นมา ทว่าอย่างไรเสียคนตายก็คือคนตาย ยินยินยังอยากจะสร้างบุญกุศลให้ตนเองอยู่บ้าง

ดูท่าคงต้องหาจุดสำคัญจากที่อื่นเสียแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น ยินยินจึงใช้ระบบสแกนทั่วทั้งจวนอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงเดิม คือนอกจากคนน้อยแล้ว ทุกอย่างดูเป็นปกติ

เอ่อ…

เมื่อเห็นคำตอบที่ระบบให้มา ยินยินก็อดมิได้ที่จะหน้าดำคล้ำลง การที่คนน้อยก็เป็นช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดแล้วมิใช่หรือ? ครอบครัวใหญ่ที่ปกติสักหน่อย คงมิถึงกับจ้างคนรับใช้ไม่ได้ มิพักต้องกล่าวถึงว่าก่อนหน้านี้ ที่นี่ยังเป็นครอบครัวใหญ่ที่ใครๆ ก็รู้จักอีกด้วย

ทันใดนั้นเอง ระบบก็ส่งเสียงเตือนดังขึ้น “สถานที่แห่งนี้ ปรากฏหมุดหมายที่ไม่สามารถตรวจจับได้ โปรดระวังสังเกต”