ตอนที่ 140
## ตอนที่ 196: คูหาใต้พิภพ
ใต้หล้า...
คิ้วเรียวของยินยินขมวดเข้าหากัน นางร่ำพึงในใจ ปัญหาทั้งหมดนี้ มิใช่ว่าต้นตอจะมาจากใต้พื้นดินกระนั้นหรือ?
ราวกับเทพยดาประทานญาณให้ความคิดของนางเป็นจริง ยินยินพลันเห็นสตรีในชุดดำทะมึนร่างหนึ่ง กำลังก้าวเดินไปยังทิศทางหนึ่ง นางจึงบังเกิดประกายแห่งความหวังขึ้นมาในบัดดล ย่องติดตามไปอย่างเงียบงัน หมายจักค้นหาเบาะแส
ติดตามนางผู้นั้นไปเนิ่นนาน จนกระทั่งถึงยังส่วนลึกของทิวเขาด้านหลัง สตรีชุดดำแลซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าไร้ผู้คน นางจึงค่อยๆ เปิดกลไกลับแห่งหนึ่ง แล้วก้าวเดินเข้าไปอย่างช้าๆ
เห็นประตูกลไกปิดลง ยินยินขมวดคิ้วมุ่น รีบเร่งฝีเท้าเข้าไป นางทำตามท่าทางของสตรีผู้นั้น เปิดกลไกแล้วตามเข้าไปติดๆ ครั้นเมื่อย่างเท้าเข้าไป ยินยินเกรงว่าจักถูกพบเห็น จึงใช้ยานเหาะซ่อนกายลงเบื้องล่าง
เวลาล่วงเลยไปครู่หนึ่ง เสียงของสตรีดังแว่วมาจากเบื้องบน "จนถึงบัดนี้ เจ้าก็ยังมิยอมศิโรราบอีกหรือ? มู่ไป๋! เจ้าสังหารพี่สาวข้าไปถึงสองคน ข้าก็มิได้ว่ากระไร แต่ไฉนเจ้าจึงมิคิดชดเชยให้ข้าบ้างเลยเล่า?"
ได้ยินดังนั้น ยินยินถึงกับตกตะลึงงัน ไฉนจึงต้องมาพานพบเรื่องราวชวนปวดเศียรเวียนเกล้าเช่นนี้? ไฉนเสียงที่นางอุตส่าห์เสาะหามานาน กลับเป็นของกุ้ยเซียงผู้นั้น? สวรรค์! ยินยินแทบมิอาจเชื่อสายตาตนเอง
นางกลั้นหายใจ หวังจักสดับฟังการสนทนาของพวกเขาต่อไป โดยเฉพาะท่าทีของมู่ไป๋ ทว่าเนิ่นนานกลับมิได้ยินสุรเสียงของมู่ไป๋ มีเพียงเสียงเย็นเยียบของกุ้ยเซียงที่ดังขึ้น "เจ้าจงตรึกตรองให้ดี ข้ามิมีขันติอีกแล้ว หากเจ้ามิยอมให้คำตอบที่น่าพอใจ ข้าจักสังหารสตรีผู้นั้นและลูกในท้องของนางเสีย!"
"หึ!" เสียงเย้ยหยันเย็นยะเยือกดังขึ้น ดวงตาของมู่ไป๋ว่างเปล่า ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ "บัดนี้เจ้ารู้สึกเสียใจหรือไม่? หากมิใช่เพราะเจ้าวางยาข้าเมื่อหลายปีก่อน ข้าจะมีบุตรกับนางได้อย่างไร?"
"มู่ไป๋! ข้าขอเตือนเจ้า อย่าบีบคั้นข้า! ข้าให้เวลาเจ้าอีกสามวัน หากเจ้ามิยอมแต่งกับข้า..." กุ้ยเซียงพลันเหลือบมองมู่ไป๋ "ด้วยนิสัยของข้า เจ้าย่อมรู้ว่าผลลัพธ์จักเป็นเช่นไร แต่หากเจ้าแต่งกับข้า เจ้าจักได้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง!"
ยินยินกลั้นหายใจอยู่เบื้องล่าง คิดใคร่ครวญอยู่เนิ่นนาน แม้จักรู้ว่ามู่ไป๋มีสตรีหมายปองมากมาย แต่กลับมิคาดคิดว่าจักมีสตรีใดป่วยการถึงเพียงนี้ นางคิดในใจ หากกุ้ยเซียงเป็นผู้บงการแผนการร้ายทั้งหมด นางผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก น่ากลัวถึงขั้นที่สามารถสละทิ้งแม้กระทั่งพี่น้องของตนเอง เพียงเพื่อได้ชายคนหนึ่งมาครอบครอง
แต่ไม่ว่าอนาคตของมู่ไป๋จักเป็นเช่นไร ยินยินก็ยังคงรู้สึกว่าสิ่งที่เขาต้องการคือสตรีที่รักเขาอย่างหมดหัวใจ มิใช่สตรีที่เอาแต่ข่มขู่เขาอยู่ร่ำไป
เห็นเบื้องบนเงียบงันไปนาน ยินยินจึงรู้ว่ากุ้ยเซียงคงจากไปแล้ว นางจึงควบคุมยานเหาะขึ้นสู่พื้นดิน ทว่าทันทีที่เก็บยานเหาะกลับคืน ยินยินก็บันดาลโทสะ ดวงตาทั้งคู่แทบจะลุกเป็นไฟ ทันใดนั้นสายตาทั้งสองก็ประสานกัน มู่ไป๋ตกตะลึงกับสายตาคู่นั้น
เนิ่นนานกว่าเขาจักเอ่ยถาม "ยินยิน... เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้?" น้ำเสียงสงบราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาแต้มอยู่บนมุมปาก ราวกับสายลมวสันต์พัดโชยมา
ทว่ายินยินกลับรู้สึกจุกในอก น้ำตารื้นขึ้นมา "เหตุใด... จึงเป็นเช่นนี้?"
เผชิญหน้ากับคำถามของยินยิน มู่ไป๋ส่ายหน้าอย่างขมขื่น "ยินยิน... แม้ข้าจักมิรู้ว่าเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร แต่จงไปเสียเถิด หากนางกลับมา มันจักมิใช่เรื่องดี"
"ไม่..." รู้ว่ามู่ไป๋เป็นห่วงตน ยินยินก็ยังคงส่ายหน้าอย่างดื้อรั้น หยาดน้ำตาที่คลอหน่วยสะท้อนร่างของมู่ไป๋ ราวกับบุปผาที่เบ่งบานท่ามกลางกองเลือด
มู่ไป๋... เขาเป็นคนที่รักความสะอาดถึงเพียงนั้น ไฉนจึงต้องมาเผชิญกับเรื่องเช่นนี้...