ตอนที่ 141
**บทที่ 197 : จักต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี**
บุรุษผู้นั้นเพียงยืนตระหง่านอยู่ ณ ที่นั้น ทว่ากระดูกปีกทั้งสองข้างกลับถูกเข็มเกี่ยวลึกเสียดแทงทะลุ เลือดสีชาดสดใสไหลรินหยาดหยดตามกระดูกปีกทีละน้อยๆ ย้อมฉลองพระองค์สีขาวจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ เนื่องด้วยเวลาที่เนิ่นนาน อีกทั้งยังมีโลหิตสดใหม่ไหลซึมออกมาเป็นระยะๆ
เมื่อยินยินเห็นภาพบาดตาบาดใจเหล่านั้น ความคิดสังหารก็พลันบังเกิดขึ้นในใจ ดวงตากลมโตแดงก่ำ น้ำตาที่กล้ำกลืนไว้แทบจะไหลทะลักออกมาอีกครา นางจ้องมองบุรุษผู้ดื้อรั้นเบื้องหน้า เอื้อนเอ่ยทีละคำ "ท่านคิดว่าทำเช่นนี้ ข้าจะวางใจจากไปได้หรือ?"
มู่ไป๋จับจ้องยินยินมิคลาย ดวงตาคู่นั้นที่แฝงไว้ด้วยความเย็นชากลับฉายภาพสตรีผู้กำลังร่ำไห้อยู่เบื้องหน้า เงื้อมมือขึ้น มู่ไป๋ปรารถนาจะลูบไล้ใบหน้านาง ทว่ามือของเขากลับอ่อนแรงจนไม่อาจยกขึ้นได้ พยายามอยู่หลายครา มู่ไป๋จึงจำต้องยอมแพ้ เขาเงยหน้าขึ้น เอ่ยอย่างจริงจัง "พาเสี่ยวหยา* กลับไปยังบ้านเกิดเสีย ยินยิน... จักต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี"
"แล้วท่านเล่า?" ยินยินถามเสียงสั่น
"ข้าหรือ?" มู่ไป๋หัวเราะเยาะตนเอง พยายามเงยหน้าขึ้นสูง มิให้ยินยินเห็นความเศร้าสลดในดวงตา "เจ้าคิดว่าสภาพเช่นข้า... จะมีชีวิตรอดต่อไปได้หรือ?"
"ได้!" ยินยินก้าวเท้าเข้าไปเบื้องหน้า จับมือมู่ไป๋ขึ้นมา เอ่ยด้วยท่าทีแน่วแน่ "ข้าบอกว่าได้ ท่านก็จักต้องได้!"
ราวกับมีพลังบางอย่าง มู่ไป๋พลันยกมือขึ้น ลากผ่านใบหน้าของยินยินอย่างแผ่วเบา เช็ดน้ำตาบนใบหน้านางออกไป ยังคงแย้มสรวลเอ่ย "ร่ำไห้แล้ว... ก็มิงามแล้ว" เสียงนั้นแผ่วเบาและอ่อนแรงยิ่ง
ยินยินรู้สึกได้ว่าสติของเขาเริ่มเลือนราง นางรู้ว่ามู่ไป๋สามารถยืนหยัดมาได้จนถึงบัดนี้ก็เป็นดั่งปาฏิหาริย์แล้ว มองมือของเขาค่อยๆ เลื่อนหลุด น้ำตาก็เอ่อล้นจากดวงตาของยินยินอีกครา โธ่เอ๋ย!
มิอาจปฏิเสธได้ว่านางปวดใจยิ่งนักกับบุรุษผู้นี้ แม้บางคราเขาจะหยิ่งทะนงและดื้อรั้นจนน่าโมโห ทว่าหากมองในอีกมุมหนึ่ง หากมิใช่ความหยิ่งทะนงและความดื้อรั้นเช่นนี้ ยินยินคงมิอาจวางเขาลงได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว บุคคลที่นางคำนึงถึงมากที่สุดก็คือเถาเหยา*
มองมู่ไป๋ที่หมดสติไปแล้ว ยินยินจึงควบคุมระบบเพื่อช่วยเขาออกมา ทันทีที่ช่วยออกมา โลหิตสีชาดก็พวยพุ่งดุจธารน้ำ ตระการตาจนน่าสะพรึงกลัว ยินยินจึงเข้าใจว่าสตรีที่ชื่อกุ้ยเซียง* นั้นโหดเหี้ยมเพียงใด
ครุ่นคิดได้ดังนั้น ยินยินก็รีบเข้าไปประคองเขาไว้ ในชั่วขณะที่ร่างของเขาล้มลงสู่อ้อมกอด นางจึงเข้าใจว่าเขาผ่ายผอมเพียงใด เขาเบาเสียยิ่งกว่าสิ่งใด มิคาดคิดว่าภายใต้ร่างสูงสง่าที่นางเห็นเป็นประจำ จะมีร่างกายที่เบาบางเช่นนี้
โดยสัญชาตญาณ ยินยินเปิดระบบ ทำการรักษาบาดแผลภายนอกให้มู่ไป๋อย่างง่ายๆ ก่อนจะพาเขาเข้าไปในยานบินแล้วหันหลังจากไป แม้ในใจจะปรารถนาที่จะสังหารสตรีนามกุ้ยฮวา* เป็นอย่างยิ่ง ทว่านางกลับรู้สึกว่าการสังหารนางอย่างง่ายๆ เช่นนั้นมันง่ายดายเกินไป
เรื่องราวทั้งหมด จักต้องรอให้ร่างกายของมู่ไป๋ฟื้นคืนเสียก่อน นางจักต้องให้มู่ไป๋ได้เห็นจุดจบของสตรีผู้นี้ด้วยตาตนเอง ด้วยความโกรธเกรี้ยว ยินยินจึงรีบจากไป อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดก็คือร่างกายของมู่ไป๋
เมื่อกลับมาถึงจวนมู่* อย่างเงียบเชียบ ยินยินก็หารองทรงที่สะอาดมาเปลี่ยนให้เขา มองเขาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ความเศร้าสลดก็แล่นริ้วในใจ นางจึงควบคุมระบบเพื่อทำการรักษาบาดแผลภายนอกให้เขา แม้จะได้รับการรักษาอย่างง่ายๆ ไปแล้วก่อนหน้านี้ ทว่าก็ยังมีโลหิตไหลซึมออกมาเป็นระยะๆ
มู่ไป๋เอ๋ย! มู่ไป๋ ท่านทำสิ่งใดโดยมิได้คำนึงถึงผลที่ตามมาเลย ทั้งที่รู้ว่ากุ้ยเซียง* มีปัญหา เหตุใดจึงต้องลำบากเช่นนี้?
ครุ่นคิดถึงตรงนี้ ยินยินก็อดมิได้ที่จะรำพึง การรักษาของระบบดำเนินไปเป็นเวลานาน กระทั่งผ่านไปราวสองชั่วยาม เมื่อยินยินเก็บระบบกลับ มู่ไป๋ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
`