ตอนที่ 155

## ตอนที่ 211: ลี่ลี่ไหวหวั่น

เมื่อเห็นยินยินแย้มยิ้มพิกล ลี่ลี่จึงก้มหน้างุด นิ้วเรียวบิดไปมา นางรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้ช่างน่าละอายยิ่งนัก แต่ก็มิอาจหักห้ามใจมิให้เอ่ยถามได้ ครั้นเห็นยินยินมิปริปาก นางจึงเงยหน้าขึ้นเป็นระยะ กัดฟันกล่าวในที่สุด "เจ้า... เพียงบอกที่อยู่ของเขาแก่ข้าก็พอแล้ว หากมิได้จริงๆ ข้าจะไปหาเขาเอง"

ยินยินได้ฟังก็ถึงกับพูดไม่ออก แต่ด้วยหวังดีมิอยากให้ลี่ลี่ต้องเสียเวลา จึงเอ่ยอย่างเห็นใจ "เท่าที่ข้ารู้มา ท่านวั่งชวนผู้นั้นมีภรรยาแล้ว ลี่ลี่เอ๋ย... เจ้ามาช้าไปก้าวหนึ่ง"

"อ๊ะ!" ลี่ลี่เงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าซีดเผือดดุจคนไร้วิญญาณ ครู่หนึ่ง น้ำตาก็ค่อยๆ เอ่อล้นจากดวงตา นางเดินโซเซกลับหลัง พลางพึมพำกับตนเองราวคนเสียสติ "เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้... ข้าเพิ่งจะชอบใครสักคน เหตุใดเขาจึงต้องมีภรรยาแล้วด้วยเล่า!"

มองตามร่างลี่ลี่ที่จากไป ยินยินก็ได้แต่ส่ายหน้าหัวเราะขื่น "โธ่เอ๋ย! ความรักนี่ช่างทำร้ายคนเสียจริง หากเป็นเมื่อก่อน ด้วยท่าทีที่ลี่ลี่มีต่อข้า นางคงมิเอื้อนเอ่ยด้วยวาจาดีๆ เช่นนี้เป็นแน่ ดูท่าแล้ว ความถูกผิดทั้งปวงล้วนผันแปรไปตามอารมณ์รัก"

กระนั้น ลี่ลี่ยังเยาว์นัก ยินยินเชื่อมั่นว่านางจะก้าวผ่านมันไปได้ในเร็ววัน ส่วนวั่งชวนนั้น อย่างน้อยก็คงมิปรากฏกายในเร็ววันเป็นแน่ เพราะเรื่องราวของกุ้ยฮวายังมิมีวี่แววคลี่คลาย ส่วนทุกสิ่งในเรือนก็ดูราวกับเป็นปกติสุข

มิคิดมากให้ปวดเศียร ยินยินจึงมุ่งตรงไปยังเรือนของป้าจาง แม้คราก่อนจะได้เห็นภาพอันน่าสยดสยองของการฆ่าหมู แต่ร่างกายของมู่ไป๋ก็จำต้องได้รับการบำรุง การกินเพียงผักหญ้าคงมิเพียงพอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสองเฒ่าแห่งบ้านนั้นกลับจากตลาดพร้อมเนื้อแล้วหรือไม่

เดินลัดเลาะไปได้ครู่หนึ่ง ยินยินก็มาถึงหน้าประตูบ้านป้าจาง เห็นประตูเปิดอ้าอยู่ จึงเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล พลางร้องถาม "ป้าจาง! ป้าจาง ท่านอยู่บ้านหรือไม่?"

"ใครกัน?" สิ้นเสียงยินยิน สตรีร่างกำยำล่ำสันนางหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเรือนอย่างรวดเร็ว ครั้นเห็นว่าเป็นยินยิน แววประหลาดใจก็ฉายวาบขึ้นในดวงตา "แม่ม่ายน้อย มิใช่เจ้าเข้าเมืองไปแล้วหรือ? กลับมาตั้งแต่เมื่อใดกัน?"

ยินยินยิ้มแห้งๆ ให้แก่ป้าจาง ดูท่าทางข่าวสารของป้าจางจะช้าไปเสียหน่อย ยังมิรู้ว่านางกลับมาแล้ว แต่ยินยินกลับมิเอ่ยถึงการมีอยู่ของมู่ไป๋ กลับยิ้มร่ากล่าวว่า "ข้ากลับมาวันนี้เองเจ้าค่ะ เพียงแวะมาดูว่าท่านยังมีเนื้อเหลืออยู่หรือไม่ หากมีก็ขอแบ่งซื้อสักชิ้น"

"เฮอะ! ดูท่าเจ้าจะร่ำรวยขึ้นแล้วสินะ! แต่ก่อนเจ้าแทบจะไม่เคยมาซื้อเนื้อเลย หากข้าหวังพึ่งการค้าขายกับเจ้า ป่านนี้คงอดตายไปแล้ว แต่โชคดีที่เจ้านะ ข้ายังมีเนื้อเหลืออยู่อีกชิ้นเล็กๆ ข้ากะว่าจะขายสักครึ่งชั่ง คิดเจ้าสามสิบอีแปะก็แล้วกัน" ป้าจางหยิบเนื้อออกมาจากห้อง ห่อด้วยกระดาษน้ำมัน ก่อนจะยื่นให้ยินยิน พลางกล่าว "ชีวิตในเมืองเป็นอย่างไรบ้าง? ต่อไปเจ้าจะกลับไปอีกหรือไม่? ท่านโหวแก่ๆ ผู้นั้นดีต่อเจ้าหรือไม่?"

ได้ยินเสียงป้าจางพร่ำเพรื่อ ยินยินก็ถึงกับเหงื่อตกในใจ ชาวบ้านเหล่านี้ช่างกล้าคิดกล้าฝันยิ่งนัก หากพวกเขารู้ว่าแม้แต่คุณชายมู่ไป๋ผู้โด่งดังก็ยังมาอยู่ที่บ้านของนาง มิรู้ว่าธรณีประตูบ้านนางจะถูกเหยียบจนพังหรือไม่

แต่ยินยินคงมิยอมให้พวกเขารู้เรื่องเหล่านี้เป็นอันขาด อีกทั้งที่แห่งนี้ยังห่างไกลจากเมืองหลินชวนเป็นอย่างยิ่ง คาดว่าพวกเขาคงเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง แต่คงมิรู้จักตัวตน ยิ่งไปกว่านั้น ชาวบ้านในชนบทเหล่านี้ส่วนใหญ่มิเคยออกไปไหนไกล นอกจากจะได้ยินข่าวลือมาบ้างเล็กน้อย ก็คงมิกล้าแม้แต่จะจินตนาการ