ตอนที่ 47

## ตอนที่ 48: เถาเยา...วิญญาณร้ายไม่จางหาย

ยามเมื่อสุริยาคล้อยต่ำ แสงสุดท้ายสาดส่องแผ่นดิน ยินยินเงยหน้ามอง ดวงตะวันค่อยๆ ลับเหลี่ยมเขา ตามมาด้วยลมหนาวที่พัดโชยมาเป็นระลอก นางถอนหายใจแผ่วเบา วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเสียจริง โธ่เอ๋ย! นางพ่นลมหายใจอุ่นๆ ลงบนมือที่แข็งทื่อ แล้วขยี้มันอย่างแรง หวังให้ความอบอุ่นกลับคืนมาบ้าง

ยินยินรวบเสื้อคลุมให้กระชับขึ้น ต้านทานลมหนาวที่พัดปะทะกาย ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังกระท่อมหลังน้อยของตน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นควันสีเทาจางๆ ลอยขึ้นจากปล่องไฟบนหลังคา อดใจมิได้ นางจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อใกล้ถึงเรือน ก็พลันได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแตะจมูก

ฝีเท้าของยินยินชะงักงัน นางรู้สึกถึงความอบอุ่นและความห่วงใยที่ถาโถมเข้ามาอย่างท่วมท้น นี่กระมัง...คือไออุ่นแห่งครอบครัว?

น้ำตาเม็ดใสไหลรินจากหางตาของยินยิน การเดินทางในห้วงอวกาศอันยาวนานดุจดั่งผักตบชวาไร้ราก นางไม่เคยมีที่พักพิงถาวร เรื่องราวเหล่านั้นทำให้นางลืมเลือนไปเสียสิ้นว่าครอบครัวคืออะไร ราวกับว่านางไม่เคยมีมันมาก่อน

ยินยินปาดน้ำตา แล้วแย้มยิ้มออกมา นางลูบหัวเสือใหญ่ที่เดินตามหลังมา แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่อิ่มท้อง มิอบอุ่นกาย แต่ข้าก็มีความสุขที่มีพวกเจ้า ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้ข้า...มิใช่แค่นักเดินทางผู้เดียวดายอีกต่อไป" เสือใหญ่กระพริบตาปริบๆ ราวกับเข้าใจความรู้สึกของนาง แล้วเดินวนเวียนอยู่หน้าประตู ยินยินมองดูทุกสิ่งด้วยความเอ็นดู "เอาล่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ" ว่าแล้วยินยินก็เดินนำเสือใหญ่เข้าไปในบ้าน ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นหอมก็ยิ่งอบอวลไปทั่ว เรือน บนโต๊ะมีอาหารวางเรียงรายเต็มไปหมด เห็นดังนั้น ยินยินก็ยิ้มกว้างด้วยความยินดี

เสี่ยวหยายามเมื่อเห็นยินยินกลับมา ก็รีบวิ่งเข้ามากอดด้วยรอยยิ้ม "ท่านแม่! มาชิมอาหารที่เสี่ยวหยาทำสิเจ้าคะ ดูสิว่าอร่อยหรือไม่" ความกระตือรือร้นของเสี่ยวหยา ทำให้ยินยินถึงกับตะลึงงัน ครู่หนึ่ง นางก็หยิกแก้มเสี่ยวหยาอย่างหยอกล้อ "เจ้าเด็กน้อย เก่งกล้าสามารถขึ้นทุกวันแล้วนะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่บอกกล่าวท่านแม่เสียหน่อย ว่ามาสิ ท่านแม่ควรจะลงโทษเจ้าอย่างไรดี?" เสี่ยวหยาได้ยินดังนั้น รู้สึกว่ายินยินไม่พอใจ จึงแสดงสีหน้าหวาดกลัว แล้วกล่าวเสียงแผ่วเบา "ข้าเห็นท่านแม่ยุ่งทุกวัน ตัวข้าเองก็ทำอะไรไม่ได้ จึงอยากจะช่วยท่านแม่บ้าง" อนิจจา! คำพูดเหล่านั้นมิอาจทำให้ยินยินมิรู้สึกซาบซึ้งใจได้ ลูกสาวบุญธรรมผู้นี้ยังเล็กนัก แต่กลับมีความกตัญญูสูงยิ่ง เพียงแต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ คิ้วของยินยินก็ขมวดเข้าหากันทันที

นั่นคือ...อาหารที่เจ้าหนูน้อยนี่ทำจะกินได้จริงหรือ? แล้วอาหารมากมายเหล่านี้มาจากที่ใดกัน?

ถึงแม้ว่ายินยินจะสงสัยในเรื่องนี้ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง นางก็รู้สึกว่า ต่อให้เป็นยาพิษร้ายแรง นางก็จะดื่มมันลงไป

ยินยินหยิบชามตะเกียบขึ้นมา ตักข้าวสองชาม แล้วหาที่นั่งลง แท้จริงแล้ว ยินยินมิได้คาดหวังอะไรมากนัก นางมิเชื่อว่าเด็กสาวตัวเล็กๆ จะสามารถทำอาหารเก่งกาจได้

ยินยินคีบผักให้เสี่ยวหยา แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสายตาของเสี่ยวหยาที่จ้องมองขึ้นไปข้างบน ยินยินจึงมองตามสายตานั้น แต่ก็พบว่าบนหลังคามิมีสิ่งใดอยู่เลย หรือว่าเด็กคนนี้ตาเข?

ในขณะที่ยินยินกำลังคิดฟุ้งซ่าน เสี่ยวหยาก็กล่าวขึ้นว่า "ท่านแม่ ยังขาดชามตะเกียบอีกคู่นะเจ้าคะ" ยินยินเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง ก็พบว่าเถาเยานั่งอยู่บนหลังคาด้วยท่าทางยั่วยวน เห็นดังนั้น ใบหน้าของยินยินก็มืดครึ้มลง นางลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวกับเถาเยาว่า "เจ้ามันวิญญาณร้ายตามติดไม่เลิกราจริงๆ!"

`