ตอนที่ 92
## บทที่ 94: ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์
สวี่เหวินเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่นศีรษะพลางหัวร่อ "เคยเป็นกระมัง! ทว่านั่นก็เนิ่นนานมาแล้ว"
"มิพักต้องสงสัย ว่าเหตุใดท่านจึงล่วงรู้เรื่องราวมากมายเพียงนี้ เช่นนั้นขอท่านจงบอกข้ามา ว่าจตุรทิศนครอยู่ที่ใด" สิ้นเสียงของยินยิน สวี่เหวินเสวียนก็เอ่ยอย่างจนใจ "จงยอมรับความจริงเถิด ข้ากล่าวมามาก เพียงหวังให้เจ้าละทิ้งความคิดนี้เสีย"
"ละทิ้งความคิดน่ะหรือ? เป็นไปมิได้ดอก! ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ที่ว่า ข้าใคร่จะประมือด้วยสักครา" แม้น้ำเสียงของยินยินจะหนักแน่น ทว่าสวี่เหวินเสวียนกลับเห็นเป็นเพียงคำหยอกเย้า "จริงอยู่ ข้ามิอาจช่วยเหลือเจ้าได้ ที่นั่นเป็นสถานพิสดาร หากมิใช่ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ย่อมมิอาจย่างกรายเข้าไปได้ และโดยนัยยะแล้ว ที่นั่นคือคุกทมิฬอันหรูหรา แม้ข้าจะหนีออกมาได้แล้ว ทว่าการที่ข้าบอกกล่าวเจ้ามากมายเพียงนี้ ก็เท่ากับข้าได้ละเมิดข้อห้ามของที่นั่นแล้ว"
ได้ยินดังนั้น ยินยินก็ครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน นางไม่อาจจินตนาการได้ว่าที่นั่นเป็นสถานที่เช่นไร ไม่อาจจินตนาการได้ว่าเสี่ยวหยาที่ถูกนำตัวไปยังที่นั่น จะต้องเคว้งคว้างเพียงใด อดมิได้ ยินยินจึงเค้นถามอีกครา "เป็นเถาเหยาที่นำตัวนางไปใช่หรือไม่? ข้าใคร่ทราบว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องอันใดกับเถาเหยา?"
เมื่อเอ่ยถึงเถาเหยา คิ้วของสวี่เหวินเสวียนก็ขมวดเข้าหากัน ก่อนจะสั่นศีรษะกล่าว "ข้าก็มิรู้ว่าเขาเป็นใคร ฐานะของเขาลึกลับยิ่งนัก วันนั้นข้าประมือกับเขา ข้าแทบมิอาจต้านทานได้ ทว่าในเมื่อเขาสามารถเดินทางระหว่างจตุรทิศนครและโลกมนุษย์ได้อย่างอิสระ มีความเป็นไปได้สูงว่า เขาคือทูตแห่งจตุรทิศนคร นี่จึงอธิบายได้ว่า เหตุใดเขาจึงต้องจับตัวเสี่ยวหยาไป"
คำตอบของเขาลื่นไหลยิ่งนัก ทำให้ยินยินไม่อาจล่วงรู้ความจริงได้ ทว่าสุดท้าย ยินยินก็ยังคงถาม "แล้วเหตุใดท่านจึงหนีออกมาจากที่นั่น?"
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ สวี่เหวินเสวียนก็เงียบงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะกล่าวในที่สุด "เพราะข้ารู้ความลับอันน่าตกตะลึง ความลับนั้นเกี่ยวข้องกับที่มาของจตุรทิศนครทั้งหมด เมื่อหลายพันปีก่อน จู่ๆ ก็ปรากฏอุกกาบาตขนาดมหึมาจากฟากฟ้า ชาวบ้านรู้สึกประหลาดใจ จึงพากันเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ใครเล่าจะรู้ว่ามาพร้อมกับอุกกาบาต ยังมีมนุษย์ผู้หนึ่งที่พิเศษยิ่ง เขาครอบครองพลังอันแข็งแกร่ง เพียงชั่วพริบตา เขาก็กักขังผู้ที่เคยเห็นอุกกาบาตเหล่านั้นไว้ในจตุรทิศนคร สิ่งที่มิอาจคาดคิดได้ก็คือ คนเหล่านั้นได้รับรังสีจากอุกกาบาตนอกโลกเป็นเวลานาน ทำให้แต่ละคนเริ่มกลายพันธุ์ และครอบครองความสามารถที่แตกต่างกันไป นี่มิใช่เรื่องสำคัญที่สุด เหตุผลที่ข้าหนีออกมา ก็เพียงเพราะข้ารู้ว่าชายผู้นั้นเลี้ยงดูผู้ทรงอิทธิฤทธิ์เหล่านี้ เพื่อตามหาผู้ที่มีร่างกายพิเศษ และจุดประสงค์ที่เขาทำเช่นนี้ ก็เพื่อชุบชีวิตคนรักที่ตายไปของเขา"
เมื่อได้ฟังดังนั้น ยินยินก็เงียบงันไปนาน ก่อนจะกล่าวในที่สุด "ข้าขอบคุณท่านยิ่งนัก ที่บอกกล่าวเรื่องราวมากมายเหล่านี้แก่ข้า และให้ความรู้แก่ข้าเกี่ยวกับโลกใบนี้ ทว่าข้าจะไม่ยอมแพ้ จตุรทิศนคร ข้าจะต้องไปให้ถึงไม่ช้าก็เร็ว ฮุนโหยว วั่งชวน พวกเราไปกันเถิด" ก่อนที่จะมีหลักฐานใดๆ แม้เขาจะกล่าวความจริงเพียงใด นางก็จะไม่เชื่ออย่างสนิทใจ เพราะคำพูดของชายผู้นี้กึ่งจริงกึ่งเท็จ ยินยินเองก็มิอาจแยกแยะได้ว่าคำใดเป็นเรื่องจริง
ระหว่างทาง ฮุนโหยวอดมิได้ที่จะถาม "นายท่าน ท่านคิดว่าคำพูดของเขามีความน่าเชื่อถือสักกี่ส่วน?" ยินยินหันกลับไปมอง ก่อนจะกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ "ในเมื่อยังมิได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ข้าก็ทำได้เพียงกล่าวว่ากึ่งจริงกึ่งเท็จเท่านั้น"
เมื่อกลับถึงเรือน ยินยินมองไปยังอาหารเต็มโต๊ะ นางยกตะเกียบขึ้น ทว่าก็วางลงอีกครา ฮุนโหยวทนดูมิได้ จึงเอ่ยเตือน "นายท่าน อาหารเย็นหมดแล้ว ข้าจะไปอุ่นให้ท่านนะ" ยินยินมิได้กล่าวสิ่งใด นางวางตะเกียบลง ก่อนจะกล่าวเสียงอู้อี้ "วั่งชวน นำสิ่งเหล่านี้ไปอุ่นให้ร้อน และห่อส่งไปให้ลุงหนิวที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน"
"นายท่าน..." ฮุนโหยว วั่งชวนเอ่ยอย่างลังเล
ยินยินเก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในสายตา ก่อนจะหัวเราะกล่าว "ส่งไปเถิด ข้ามิรับประทานอาหารอำลา"
"ขอรับ นายท่าน" พวกเขารู้ความหมายแล้ว ในสายตาของนายท่าน นี่มิใช่อาหารเพียงมื้อเดียว ทว่าเป็นการแสดงถึงการจากลา และในตอนนี้ นายท่านมิยอมรับการจากลา เช่นนั้นก็พิสูจน์ได้ว่านางจะต้องนำนายท่านน้อยกลับมาให้ได้
(^-^/ วันนี้ได้รับรางวัลครั้งแรกตั้งแต่เขียนหนังสือมา ม่อเย่ว์มีความสุขมาก! ขอบคุณผู้ใช้ 《不知無畏》 ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของคุณ จุ๊บๆ (^з^) ทุกคนใจดีบริจาคเป็นคนที่สองได้ไหมคะ)