ตอนที่ 1

***บทที่ 1: ลืมตาตื่นกลางพายุหิมะ***

ความหนาวเหน็บเสียดแทงลึกถึงกระดูกสันหลัง คล้ายมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงไปตามผิวหนังทุกตารางนิ้ว เหมันต์ฤดูของแคว้นเป่ยเหยียนนั้นโหดร้ายเกรี้ยวกราดราวกับสัตว์ร้ายที่จ้องจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง พายุหิมะพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมหวีดหวิวราวกับเสียงคร่ำครวญของภูตผี

"ท่านแม่... ท่านแม่ตื่นเถิดขอรับ เสี่ยวเป่าหนาว... หนาวเหลือเกิน..."

เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยที่แหบพร่าและสั่นเทา ปลุกสติสัมปชัญญะที่กำลังดำดิ่งสู่ความมืดมิดให้กระชากกลับมา เสิ่นลู่พยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะเกาะกรัง ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นสู่สมองราวกับกะโหลกศีรษะกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับกระแสความทรงจำแปลกประหลาดที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่อาจต้านทาน

นางคือเสิ่นลู่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลเสบียงและรักษาผู้บาดเจ็บในสมรภูมิแนวหน้าของยุคสมัยที่ล่มสลาย ทว่าชั่วพริบตาที่ชีวิตสูญสิ้น นางกลับทะลุมิติข้ามกาลเวลามาอยู่ในร่างของสตรีที่มีนามเดียวกัน สตรีผู้อาภัพแห่งแคว้นเป่ยเหยียน!

ความทรงจำของร่างเดิมผสานเข้ากับจิตวิญญาณใหม่อย่างสมบูรณ์ นางรับรู้ได้ทันทีว่าบัดนี้ตนเองกำลังอยู่ในขบวนอพยพหนีตายจากภัยหนาว สามีของร่างนี้ถูกเกณฑ์ไปชายแดนและมีข่าวลือหนาหูว่าได้ตกตายไปแล้วในสนามรบ ตระกูลหลี่ซึ่งเป็นครอบครัวของสามีจึงมองว่านางและ 'หลี่เสี่ยวเป่า' บุตรชายวัยสามหนาว เป็นเพียงตัวไร้ประโยชน์ เป็นกาฝากที่คอยผลาญเสบียงอันน้อยนิดของตระกูล

"นางสิ้นใจไปแล้วก็ทิ้งไว้ตรงนี้แหละ! ขบวนอพยพของเราไม่อาจแบกตัวไร้ประโยชน์กับเด็กเหลือขอไปให้เปลืองเสบียงหรอกนะ!" เสียงแหบพร่าทว่าเย็นชาและเด็ดขาดของ 'หลี่หรงฮวา' หญิงชราผู้เป็นแม่สามีและผู้นำตระกูลหลี่ดังแว่วฝ่าเสียงพายุเข้ามา

"ท่านแม่กล่าวถูกต้องที่สุดเจ้าค่ะ!" 'โจวเหมยลี่' พี่สะใภ้ผู้มีใบหน้าแหลมเสี้ยมและดวงตาเจ้าเล่ห์ รีบส่งเสียงสนับสนุนพลางก้าวเข้ามายืนคร่อมร่างของเสิ่นลู่ที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนกองหิมะ "พี่รองตายไปแล้ว นางก็เป็นแค่คนนอก ในเมื่อนางตายแล้ว ห่อผ้าขี้ริ้วนั่นก็ควรตกเป็นของตระกูลหลี่ ข้าเห็นนางซ่อนแผ่นแป้งแข็งๆ เอาไว้ ข้าจะเอามาแบ่งให้หลานๆ ของท่านแม่เองเจ้าค่ะ!"

เด็กน้อยหลี่เสี่ยวเป่ากางแขนสั้นป้อมที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ พยายามปกป้องมารดาอย่างสุดกำลัง "อย่านะ! อย่าเข้ามา! ของท่านแม่ข้านะ!"

"หลีกไปไอ้เด็กชั้นต่ำ!" โจวเหมยลี่ตวาดเสียงกร้าว พลางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าเด็กน้อยที่ขวางทาง พร้อมกับยื่นมืออีกข้างคว้ากระชากห่อผ้าขี้ริ้วที่เสิ่นลู่กอดเอาไว้แน่นแนบอก

ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือของโจวเหมยลี่กำลังจะสัมผัสตัวเด็กน้อย ดวงตาที่เคยปิดสนิทของเสิ่นลู่ก็เบิกโพลงขึ้น!

นัยน์ตาคู่นั้นปราศจากความอ่อนแอและหวาดกลัวดังเช่นกาลก่อน มันถูกแทนที่ด้วยรังสีอำมหิตและสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของผู้ที่เคยผ่านความเป็นความตายในสมรภูมิรบ!

หมับ!

มือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งของเสิ่นลู่พุ่งทะยานออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของโจวเหมยลี่อย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับอสรพิษฉกเหยื่อ โจวเหมยลี่สะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบของคนที่คิดว่าตายไปแล้ว

"โอ๊ย! นังแพศยา ปล่อยข้านะ!" โจวเหมยลี่แผดเสียงร้องด้วยความตกใจและเจ็บปวด

เสิ่นลู่ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด นางอาศัยไหวพริบและทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่สลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ออกแรงบิดข้อมือของพี่สะใภ้ในมุมที่ฝืนธรรมชาติ พร้อมกับใช้ข้อศอกกระแทกเข้าที่จุดเส้นประสาทบริเวณข้อพับแขนอย่างรุนแรง

กร๊อบ!

"อ๊ากกก!" โจวเหมยลี่กรีดร้องโหยหวน ร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหิมะ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส แขนข้างที่ถูกจับหักพับลงอย่างน่าเวทนา

เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่หลี่หรงฮวาและคนอื่นๆ ในขบวนอพยพตระกูลหลี่ ไม่มีใครคาดคิดว่าสตรีที่อ่อนแอและยอมคนมาตลอดอย่างเสิ่นลู่ จะมีเรี่ยวแรงและทักษะอันโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้

เสิ่นลู่ยันกายลุกขึ้นยืนท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ร่างกายของนางสั่นเทาจากความหนาวเย็น ทว่าแผ่นหลังกลับตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้า นางดึงตัวหลี่เสี่ยวเป่าเข้ามากอดไว้แนบอกข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างกำห่อผ้าขี้ริ้วซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายเอาไว้แน่น เศษเสี้ยวของมีดพกที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อบาดฝ่ามือของนางจนเลือดสีแดงสดหยดลงบนจี้หยกเก่าคร่ำคร่าที่ห้อยคออยู่โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

"สามีของข้าหลั่งเลือดสละชีพเพื่อปกป้องชายแดน ทว่าพวกท่านกลับเนรเทศลูกเมียของเขาให้มาตายอย่างหมาข้างถนนกลางพายุหิมะ!" เสียงของเสิ่นลู่ดังก้องกังวาน แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย "ตระกูลหลี่ช่างไร้หัวใจและเนรคุณยิ่งนัก!"

"นังสะใภ้ตัวดี! เจ้ากล้าทำร้ายคนในครอบครัวและกำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้เชียวรึ!" หลี่หรงฮวาชี้หน้าด่าทอด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น

"ครอบครัวหรือ?" เสิ่นลู่แค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ดวงตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี "ผู้ที่ทิ้งข้ากับลูกให้รอความตาย ไม่คู่ควรจะใช้คำว่าครอบครัว! จงฟังให้ดี! นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้า เสิ่นลู่ และหลี่เสี่ยวเป่า ขอตัดขาดเงื่อนไขแห่งสายเลือดและชื่อแซ่กับตระกูลหลี่อย่างเด็ดขาด! สะพานกลับสู่สะพาน ถนนกลับสู่ถนน หากพบหน้ากันอีกครั้ง ถือเป็นเพียงคนแปลกหน้า!"

กล่าวจบนางก็หมุนตัวหันหลังให้แกะฝูงใหญ่ที่เห็นแก่ตัว อุ้มบุตรชายวัยสามหนาวแนบอกและก้าวเดินฝ่าม่านพายุหิมะที่ขาวโพลนออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว มุ่งหน้าสู่ทิศทางของแนวเขาที่ดูรกร้างและอันตรายที่สุด โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองคนตระกูลหลี่ที่ยืนอ้าปากค้างอยู่เบื้องหลัง

พายุหิมะแคว้นเป่ยเหยียนยิ่งมายิ่งทวีความรุนแรง ร่างกายที่ผอมแห้งจากการขาดอาหารมาหลายวันของร่างเดิมก้าวเดินไปได้เพียงครึ่งลี้ ลมหายใจของเสิ่นลู่ก็เริ่มติดขัด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่ง อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงจนถึงขีดจำกัด ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะจิต

ทว่าในวินาทีที่สติของนางกำลังจะดับวูบลง และขาทั้งสองข้างกำลังจะทรุดพับลงสู่พื้นน้ำแข็งมรณะนั้นเอง ท่ามกลางม่านหิมะที่บดบังวิสัยทัศน์ เงาดำทะมึนขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั้งหุบเขา ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังพุ่งทะยานเข้ามาหาพวกนางสองแม่ลูก!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปาฏิหาริย์มิติไป๋อวี่]**