ตอนที่ 2
***บทที่ 2: ปาฏิหาริย์มิติไป๋อวี่***
เงาดำทะมึนขนาดมหึมาที่พุ่งทะยานเข้ามาหาพวกนาง แท้จริงแล้วคือคลื่นหิมะระลอกใหญ่ที่ถล่มลงมาจากยอดผาสูงชัน พร้อมกับซากต้นสนยักษ์ที่หักโค่นเพราะทนรับน้ำหนักน้ำแข็งไม่ไหว เสียงอึกทึกครึกโครมดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย
สติสัมปชัญญะของเสิ่นลู่พร่าเลือนจนถึงขีดสุด ร่างกายที่บอบช้ำและหิวโหยไม่อาจขยับเขยื้อนหลบหนีได้อีกต่อไป ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น สัญชาตญาณแห่งความเป็นแม่ผลักดันให้นางทิ้งตัวลงกับพื้นน้ำแข็ง ใช้แผ่นหลังอันบอบบางของตนเองต่างโล่กำบัง โอบกอดร่างของหลี่เสี่ยวเป่าเอาไว้แนบอกอย่างแน่นหนา
นางหลับตาลง กัดฟันรอรับความตายที่กำลังจะมาเยือน
ทว่าในจังหวะที่ซากต้นไม้ใหญ่และเกลียวคลื่นหิมะมรณะกำลังจะบดขยี้ร่างของพวกนางนั้นเอง ฝ่ามือขวาของเสิ่นลู่ที่มีบาดแผลฉกรรจ์จากการตรากตรำ ได้กดทับลงบนแผ่นอกของตนเองอย่างแรง เลือดสีโลหิตอุ่นวาบหยดหนึ่งซึมผ่านเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น ไหลรินลงไปสัมผัสกับ ‘จี้หยกเก่าคร่ำคร่า’ ที่ห้อยติดตัวนางมาตั้งแต่ข้ามภพ
*วูบ!*
พริบตาที่หยาดโลหิตผสานเข้ากับเนื้อหยก ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติก็บังเกิดขึ้น แสงสีขาวนวลตาที่สว่างเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าแสงตะวันกลางฤดูเหมันต์ระเบิดออกมารอบทิศทาง ก่อเกิดเป็นม่านพลังงานรูปครึ่งวงกลมครอบคลุมร่างของสองแม่ลูกเอาไว้ คลื่นหิมะและท่อนไม้ขนาดยักษ์ที่พุ่งชนม่านพลังนั้นราวกับกระทบเข้ากับปราการไร้สภาพ ก่อนจะถูกดีดกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง!
เสิ่นลู่รู้สึกเพียงว่าร่างกายของตนเองเบาหวิวราวกับขนนก โลกทั้งใบหมุนคว้าง สรรพเสียงแห่งพายุหิมะที่กู่ร้องคำรามเมื่อครู่เงียบสงบลงอย่างฉับพลัน ความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกถึงกระดูกมลายหายไป สัมผัสได้เพียงความอบอุ่นอันอ่อนโยนที่โอบล้อมรอบกาย
เมื่อนางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็ทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
พายุหิมะสีขาวโพลนและหุบเขามรณะอันหนาวเหน็บได้อันตรธานหายไปจนสิ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือดินแดนอันเงียบสงบและร่มรื่น ผืนดินเบื้องล่างเป็นดินร่วนสีดำขลับที่อุดมสมบูรณ์ ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีขาวละมุนละไมไร้เมฆหมอก อากาศในที่แห่งนี้บริสุทธิ์และอบอุ่นราวกับสายลมในฤดูวสันต์
"นี่มัน... ที่ใดกัน?" เสิ่นลู่พึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พยุงร่างที่สั่นเทาของตนเองให้ลุกขึ้นนั่ง โดยที่อ้อมแขนยังคงกอดรัดหลี่เสี่ยวเป่าเอาไว้แน่น
ทันใดนั้นเอง กลุ่มก้อนแสงสีรุ้งขนาดเล็กก็ลอยละล่องลงมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า แสงนั้นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของ ‘ภูติน้อย’ ขนาดเท่าฝ่ามือ มีปีกโปร่งใสคู่เล็กๆ ขยับสั่นไหวไปมา รูปลักษณ์ของมันดูน่ารักน่าเอ็นดู ทว่ากลับแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความเร้นลับออกมาบางเบา
"ติ๊ง! ตรวจพบสายเลือดผู้ครอบครอง... ทำการเชื่อมต่อจิตวิญญาณเสร็จสิ้น! เปิดใช้งานระบบมิติวิเศษไป๋อวี่อย่างเป็นทางการ!"
เสียงใสแจ๋วราวกับกระดิ่งเงินดังออกจากปากของภูติน้อย มันบินวนรอบตัวเสิ่นลู่สามรอบก่อนจะหยุดลอยอยู่ตรงหน้า พร้อมกับค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม "ยินดีต้อนรับนายหญิง ข้าคือ 'เสี่ยวไป๋' ภูติน้อยผู้ดูแลมิติแห่งนี้เจ้าค่ะ!"
เสิ่นลู่ผู้ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์ทะลุมิติมาแล้ว แม้จะตกใจแต่ก็สามารถตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว นางก้มมองจี้หยกที่บัดนี้เปล่งประกายเรืองรองอยู่บนอก ก่อนจะเงยหน้ามองภูติน้อย "มิติวิเศษไป๋อวี่? หมายความว่าจี้หยกเส้นนี้คือของวิเศษ และที่นี่คือพื้นที่มิติลับส่วนตัวของข้างั้นหรือ?"
"ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะนายหญิง!" เสี่ยวไป๋พยักหน้าหงึกหงัก "มิติไป๋อวี่คือดินแดนเอกเทศที่ซ่อนเร้นอยู่ในหยกวิเศษ กฎเกณฑ์พื้นฐานของมิติแห่งนี้ล้วนขึ้นอยู่กับพลังจิตวิญญาณของท่าน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เวลาในที่แห่งนี้สามารถปรับเปลี่ยนให้ไหลช้ากว่าโลกภายนอกได้ตามต้องการ ยามนี้นายหญิงและนายน้อยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แล้วเจ้าค่ะ ไม่ต้องหวาดกลัวพายุหิมะอีกต่อไป"
คำอธิบายของเสี่ยวไป๋ทำให้นางพยาบาลสาวลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าความโล่งใจนั้นอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจ เมื่อนางก้มลงมองร่างของเด็กน้อยในอ้อมแขน
"เสี่ยวเป่า!" เสิ่นลู่ร้องเสียงหลง
ใบหน้าของหลี่เสี่ยวเป่าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากเล็กๆ กลายเป็นสีม่วงคล้ำ ลมหายใจรวยรินจนแทบจะจับสัมผัสไม่ได้ แม้จะเข้ามาอยู่ในมิติที่อบอุ่นแล้ว แต่ความหนาวเย็นและอาการขาดอาหารที่สะสมมานานกำลังพรากเอาชีวิตของเด็กลูกครึ่งวัยสามหนาวไปอย่างช้าๆ
"เสี่ยวไป๋! มีวิธีใดช่วยลูกข้าได้บ้าง! ร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว!" เสิ่นลู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน สัญชาตญาณแพทย์ทหารในชาติก่อนทำให้รู้ดีว่า หากปล่อยไว้อีกเพียงครึ่งเค่อ เด็กคนนี้ต้องหัวใจหยุดเต้นอย่างแน่นอน
ภูติน้อยเสี่ยวไป๋รีบชี้นิ้วไปทางใจกลางของพื้นที่มิติ "นายหญิง! รีบพานายน้อยไปที่นั่นเจ้าค่ะ! ตรงนั้นคือ 'แหล่งน้ำทิพย์ฟื้นฟูกำลัง' หยาดน้ำทิพย์บริสุทธิ์สามารถชำระล้างความหนาวเหน็บและฟื้นฟูปราณชีวิตที่เหือดแห้งได้!"
เสิ่นลู่ไม่รอช้า นางรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่อุ้มบุตรชายวิ่งโซเซไปยังทิศทางที่ภูติน้อยชี้บอก ท่ามกลางผืนดินสีดำ มีบ่อน้ำหินอ่อนขนาดเล็กตั้งอยู่ ภายในบ่อมีน้ำใสแจ๋วปานผลึกแก้ว ส่องประกายระยิบระยับและแผ่กลิ่นอายความหอมหวานบริสุทธิ์ที่เพียงแค่สูดดมก็ทำให้ความเหนื่อยล้าบรรเทาลง
นางรีบใช้มือช้อนน้ำทิพย์ขึ้นมา ประคองศีรษะเล็กๆ ของบุตรชาย แล้วค่อยๆ ป้อนน้ำวิเศษผ่านริมฝีปากที่แห้งผากทีละหยด
ทันทีที่น้ำทิพย์ไหลล่วงสู่ลำคอ ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น ไอเย็นสีขาวขุ่นค่อยๆ ระเหยออกจากร่างของหลี่เสี่ยวเป่า ผิวพรรณที่ซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาดสีชมพูระเรื่อ ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาสม่ำเสมอและทรงพลังอีกครั้ง ทารกน้อยขยับตัวเล็กน้อย ซุกหน้าเข้าหาไออุ่นจากอ้อมอกมารดาแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนสงบ
เมื่อเห็นบุตรชายพ้นขีดอันตราย หยาดน้ำตาแห่งความยินดีก็ไหลรินอาบแก้มของเสิ่นลู่ นางทรุดตัวลงนั่งพิงขอบบ่อหินอ่อนด้วยความอ่อนล้า ก่อนจะตักน้ำทิพย์ขึ้นมาดื่มดับความกระหายของตนเองบ้าง
อึก!
วินาทีที่น้ำทิพย์สัมผัสปลายลิ้น รสชาติหวานล้ำและกลิ่นหอมสดชื่นก็ระเบิดกระจายไปทั่วโพรงปาก กระแสพลังงานอันอบอุ่นและบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะยานลงสู่ช่องท้อง ก่อนจะแตกแขนงไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรทั่วสรรพางค์กาย มันชะล้างความเจ็บปวด สมานรอยแผลที่ฝ่ามือจนหายสนิทราวกับไม่เคยเกิดขึ้น และเติมเต็มเรี่ยวแรงที่สูญเสียไปจนล้นปรี่
ทว่า... พลังงานของน้ำทิพย์นั้นดูเหมือนจะทรงอานุภาพเกินกว่าที่ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาจะรับไหว!
กระแสความร้อนระอุแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่แสนสาหัส คลื่นพลังงานสีเขียวมรกตสายหนึ่งปะทุขึ้นจากส่วนลึกของจุดตันเถียน มันวิ่งพล่านไปทั่วร่างราวกับมังกรคลั่ง ดันอุณหภูมิในร่างกายของเสิ่นลู่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
"อึก... อ๊าก!" เสิ่นลู่กัดฟันกรอด ร่างกายเกร็งกระตุก มือทั้งสองข้างกำแน่นจนจิกเข้าเนื้อ
ในเสี้ยววินาทีที่สติของนางกำลังถูกความเจ็บปวดฉีกกระชาก จิตสัมผัสของนางกลับถูกดึงดูดให้ขยายวงกว้างออกไป ทะลุผ่านมิติไป๋อวี่ออกสู่โลกภายนอก นางมองเห็นเกล็ดหิมะที่กำลังร่วงหล่น สัมผัสได้ถึงรากไม้ที่หลับใหลอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็ง และที่น่าตื่นตะลึงที่สุด... นางสัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบแห่งขุมพลังงานชีวิตอันมหาศาล ที่กำลังเรียกหานางมาจากรอยแยกของหุบเขาลับแห่งหนึ่ง ซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังแนวเขาหลิงซานท่ามกลางพายุหิมะอันบ้าคลั่ง!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สัมผัสแห่งธรรมชาติและหุบเขาลับ]**