ตอนที่ 1
***บทที่ 1: ลืมตาตื่นในกระท่อมร้าง***
ความเจ็บปวดแล่นริ้วราวกับศีรษะถูกแยกออกเป็นสองซีก หลินชิงเหมี่ยวค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้น กลิ่นอับชื้นของฟางแห้งและเชื้อราเตะจมูกเป็นสิ่งแรก ภาพเบื้องหน้าคือหลังคามุงแฝกที่เป็นรูโหว่จนแสงแดดลอดผ่านเข้ามาได้
นางกะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับโฟกัส ความทรงจำสองสายไหลหลอมรวมกันอย่างบ้าคลั่ง นางคือหลินชิงเหมี่ยว หมอยาสาวผู้เชี่ยวชาญจากยุคปัจจุบัน ทว่าบัดนี้กลับทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาววัยสิบห้าปีที่มีชื่อเดียวกัน!
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ครอบครัวสายรองของนางเพิ่งถูกขับไล่ออกจากตระกูลหลักอย่างอยุติธรรม ต้องมาระเหเร่ร่อนอาศัยอยู่ในกระท่อมร้างผุพังท้ายหมู่บ้านชิงสุ่ย ในสภาวะที่อดอยากแทบไม่มีข้าวกตกถึงท้อง
"ชิงเหมี่ยว... ลูกฟื้นแล้ว" เสียงแหบพร่าดังขึ้นข้างเตียง หลินต้าซานผู้เป็นบิดาขยับกายเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาซูบผอมและเต็มไปด้วยรอยยับย่นแห่งความเหนื่อยล้า ในมือประคองชามกระเบื้องบิ่นๆ ที่มีน้ำข้าวใสแจ๋วอยู่ก้นชาม ถัดไปไม่ไกลนัก ซูซิ่วอิงผู้เป็นมารดานอนหลับตาไม่ได้สติอยู่บนกองฟางแห้ง ร่างกายผ่ายผอมราวกับกิ่งไม้แห้ง ลมหายใจรวยรินบ่งบอกถึงอาการป่วยหนักที่ไร้การรักษา
"ท่านพ่อ..." หลินชิงเหมี่ยวเอ่ยปาก เสียงของนางแห้งผากราวกับกระดาษทราย
ปัง!
ยังไม่ทันที่สองพ่อลูกจะได้พูดคุยกัน บานประตูไม้ที่ผุพังก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง ร่างท้วมของหวังเจียวลี่ ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลัก ก้าวอาดๆ เข้ามาในกระท่อม แววตาของนางเต็มไปด้วยความละโมบและเย่อหยิ่ง
"เอาชามข้าวนั่นมาให้ข้า! พวกตัวไร้ค่ายังจะกินข้าวดีๆ ไปทำไม เอาไปให้ต้าเจียงของข้าบำรุงร่างกายเสียยังจะดีกว่า!" หวังเจียวลี่ตวาดลั่น พลางพุ่งตัวเข้ามายื้อแย่งชามข้าวใบสุดท้ายของครอบครัว
"พี่สะใภ้ใหญ่! ไม่ได้นะขอรับ นี่เป็นอาหารมื้อเดียวที่เหลืออยู่ ซิ่วอิงกับชิงเหมี่ยวป่วยหนัก หากไม่ได้กินพวกนางจะตายเอาได้!" หลินต้าซานพยายามใช้ร่างของตนขวางทางไว้ ทว่าด้วยขาที่เป๋ข้างหนึ่งจากการตรากตรำทำงานหนักให้ตระกูลหลัก ทำให้เขาสูญเสียการทรงตัว ร่างของชายวัยกลางคนล้มกลิ้งลงไปกับพื้นดินแข็งกระด้างอย่างน่าเวทนา
"ท่านพ่อ!" หลินชิงเหมี่ยวเบิกตากว้าง ความโกรธเกรี้ยวปะทุขึ้นในอก
"ถอยไปไอ้คนพิการ!" หวังเจียวลี่แค่นเสียงหยัน เอื้อมมืออวบอูมหมายจะคว้าชามข้าวที่หล่นอยู่บนพื้น
ทว่าในชั่วพริบตานั้น ร่างผ่ายผอมของเด็กสาวที่ควรจะนอนซมกลับพุ่งพรวดขึ้นมา หลินชิงเหมี่ยวอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์จากยุคปัจจุบัน ผนวกกับสัญชาตญาณความแม่นยำของแพทย์ นางใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางสกัดจุดกระแทกเข้าที่เส้นประสาทบริเวณข้อศอกและข้อมือของหวังเจียวลี่อย่างรวดเร็วและรุนแรง
"โอ๊ย!"
หวังเจียวลี่กรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แขนขวาของนางชาหนึบและไร้ความรู้สึกไปในฉับพลันราวกับถูกสายฟ้าฟาด ชามข้าวที่เกือบจะคว้าไว้ได้ร่วงหลุดจากมือ
"นังเด็กผี! เจ้า... เจ้าทำอะไรกับแขนข้า!" ป้าสะใภ้ใหญ่ถอยกรูดไปหลายก้าว มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาหวาดหวั่นราวกับเห็นปีศาจ แววตาของหลินชิงเหมี่ยวในยามนี้เย็นเยียบและลึกล้ำจนน่าขนลุก ไม่เหลือเค้าโครงของเด็กสาวหัวอ่อนคนเดิมแม้แต่น้อย
"หากท่านยังไม่ไสหัวไป จุดต่อไปที่ข้าจะกดคือเส้นประสาทคอ ซึ่งจะทำให้ท่านเป็นอัมพาตไปครึ่งซีกตลอดชีวิต" หลินชิงเหมี่ยวกดเสียงต่ำตวาด
หวังเจียวลี่หน้าซีดเผือด ความประหวั่นพรั่นพรึงเกาะกุมจิตใจ นางกุมแขนที่ห้อยต่องแต่งของตนก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีออกจากกระท่อมไปอย่างทุลักทุเล ปากก็สบถด่าทอไม่หยุดหย่อน
เมื่อผู้บุกรุกจากไป หลินชิงเหมี่ยวจึงรีบเข้าไปประคองหลินต้าซานให้ลุกขึ้น ทว่าทันใดนั้นเอง อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงก็จู่โจมร่างของนาง จี้หยกเก่าแก่ที่ห้อยอยู่บนคอซึ่งเป็นของดูต่างหน้ามารดาเปล่งแสงสีเขียวจางๆ ออกมา พร้อมกับเสียงกลไกประหลาดที่ดังก้องขึ้นในโสตประสาท!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เสียงแห่งเซียนโอสถและมิติลับ]**