ตอนที่ 2

***บทที่ 2: เสียงแห่งเซียนโอสถและมิติลับ***

เสียงกังวานไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับกลไกจากสรวงสวรรค์ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของหลินชิงเหมี่ยว ท่ามกลางอาการวิงเวียนศีรษะที่จู่โจมอย่างกะทันหัน โลกทั้งใบคล้ายหมุนคว้าง แสงสีเขียวมรกตที่แผ่ซ่านออกจากจี้หยกเก่าแก่ของมารดาสว่างวาบขึ้นจนบาดตา มันมิใช่เพียงแสงสว่างธรรมดา ทว่าแฝงเร้นไปด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิตอันบริสุทธิ์และลึกล้ำสุดหยั่งคาด

[ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นสมองที่สอดคล้องกับเจตจำนง... ทำการผสานจิตวิญญาณ... รหัสยืนยัน: ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรม เริ่มต้นการทำงาน!]

หลินชิงเหมี่ยวเบิกตากว้าง สติสัมปชัญญะที่กำลังจะเลือนรางพลันถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงมิติอันลี้ลับ ร่างกายเนื้อของนางทรุดตัวลงบนพื้นฟางในกระท่อมอย่างเงียบเชียบ ทว่าดวงจิตกลับตื่นรู้ขึ้นในสถานที่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง เบื้องหน้าของนางมิใช่ฝาผนังกระท่อมดินเหนียวอันผุพัง ทว่ากลับเป็นดินแดนอันงดงามราวกับสรวงสวรรค์จำลอง ท้องฟ้าในมิติแห่งนี้เป็นสีครามกระจ่างใส ไร้ซึ่งเมฆหมอกบดบัง อากาศอวลไปด้วยกลิ่นหอมของพฤกษาและไอวิญญาณที่เข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้ พื้นที่ทั้งหมดกว้างขวางราวหนึ่งหมู่ ล้อมรอบด้วยม่านหมอกสีขาวพิสุทธิ์ที่กีดกันสายตาจากการมองเห็นสิ่งภายนอกที่ซ่อนเร้น

[ยินดีต้อนรับนายหญิงเข้าสู่ 'มิติลับหยกปราณ'] เสียงกลไกที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้นางสามารถสัมผัสได้ว่ามันดังก้องอยู่ในจิตวิญญาณของนางเอง [ระบบเอไอผู้ช่วยอัจฉริยะเซียนโอสถกสิกรรมได้ผสานรวมกับจิตวิญญาณของท่านและจี้หยกบรรพกาลเสร็จสิ้นแล้ว]

"ระบบเอไอหรือ..." หลินชิงเหมี่ยวพึมพำด้วยความตกตะลึงระคนตื่นเต้น ในฐานะแพทย์หญิงจากยุคปัจจุบัน นางย่อมรู้จักปัญญาประดิษฐ์เป็นอย่างดี ทว่าระบบที่ติดตามนางข้ามภพข้ามชาติมานี้ กลับผสานเข้ากับของวิเศษและพลังปราณแห่งฟ้าดินอย่างน่าอัศจรรย์

นางกวาดสายตามองไปรอบๆ มิติลับหยกปราณแห่งนี้ เบื้องหน้าของนางคือ 'แปลงดินปราณ' สีดำขลับจำนวนหนึ่ง พื้นดินนั้นอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก เปล่งประกายระยิบระยับแผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตออกมาไม่ขาดสาย เพียงแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าหากนำเมล็ดพันธุ์สมุนไพรใดลงปลูก มันจะต้องเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วกว่าปกติหลายสิบเท่า และกลายเป็นพืชปราณที่มีสรรพคุณทางยาล้ำเลิศ ถัดไปไม่ไกลนักคือ 'กระท่อมเก็บของ' ที่สร้างจากไม้วิเศษ ระบบได้ส่งข้อมูลอธิบายว่าพื้นที่ภายในกระท่อมนั้นกระแสเวลาหยุดนิ่ง ไม่ว่าสมุนไพรหายากหรืออาหารใดที่เก็บรักษาไว้ในนั้น จะไม่มีวันเน่าเสียหรือสูญเสียพลังยาไปแม้แต่น้อย

ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของหลินชิงเหมี่ยวมากที่สุด กลับเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใจกลางมิติ มันคือ 'บ่อน้ำพุวิญญาณ' น้ำในบ่อใสกระจ่างราวกับคริสตัล ไอหมอกสีขาวบางเบาลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือน้ำ ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจที่เพียงแค่สูดดมเข้าไป ความเหนื่อยล้าสะสมและอาการปวดหัวรุนแรงของนางก็มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง

[บ่อน้ำพุวิญญาณ: สรรพคุณเร่งการเจริญเติบโตของพืชพรรณ ฟื้นฟูความสมบูรณ์ของผืนดิน หากมนุษย์ดื่มกินจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรก บรรเทาอาการบาดเจ็บ และฟื้นฟูพลังชีวิตขั้นพื้นฐานได้อย่างดีเยี่ยม] ข้อความอธิบายโปร่งแสงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสายตาของนางราวกับภาพมายาที่จับต้องได้

"น้ำพุวิญญาณ... ฟื้นฟูพลังชีวิต!" ดวงตาของหลินชิงเหมี่ยวทอประกายแห่งความหวังอันแรงกล้า ใบหน้าของบิดาที่เจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บที่ขา และมารดาที่นอนซมป่วยหนักใกล้สิ้นลมหายใจผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความสิ้นหวังที่เคยกดทับจิตใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น นางไม่รอช้า รีบตั้งจิตอธิษฐานเพื่อออกจากมิติ

ชั่วพริบตาเดียว สติของนางก็กลับคืนสู่ร่างเนื้อภายในกระท่อมผุพัง หลินชิงเหมี่ยวกะพริบตาถี่ๆ พบว่าตนเองกำลังนอนหนุนตักของหลินต้าซานผู้เป็นบิดา ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าซูบผอมและเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความยากลำบากกำลังมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

"ชิงเหมี่ยว! ลูกฟื้นแล้ว! เมื่อครู่จู่ๆ เจ้าก็ล้มพับไป พ่อ... พ่อตกใจแทบแย่" หลินต้าซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือหยาบกร้านลูบศีรษะบุตรสาวอย่างทะนุถนอม แม้ตนเองจะเจ็บปวดจนแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ ทว่าความห่วงใยที่มีต่อสายเลือดนั้นกลับมีมากกว่าสิ่งใด

"ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" หลินชิงเหมี่ยวรีบยันกายลุกขึ้น นัยน์ตาฉายแววอ่อนโยนและเด็ดเดี่ยว นางลอบใช้สมาธิเชื่อมต่อกับมิติลับหยกปราณ ดึงเอาน้ำพุวิญญาณปริมาณหนึ่งออกมาใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่เก่าๆ ที่วางอยู่ใกล้มืออย่างแนบเนียน ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความผิดปกติในชั่วอึดใจนั้น

"ท่านพ่อ ดื่มน้ำนี่ก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าแอบไปรองน้ำค้างจากยอดเขาสูงมา มันบริสุทธิ์มาก จะช่วยให้ท่านรู้สึกดีขึ้น" นางเอ่ยปดด้วยความหวังดี พร้อมกับประคองกระบอกไม้ไผ่จรดริมฝีปากแห้งผากของบิดา

หลินต้าซานมิได้สงสัยในตัวบุตรสาว เขากลืนน้ำลงคอไปอึกใหญ่ ทันทีที่หยาดน้ำเย็นฉ่ำไหลผ่านลำคอ ความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาดก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กระแสน้ำพุวิญญาณราวกับสายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงผืนดินแห้งแล้ง มันแทรกซึมเข้าไปตามเส้นชีพจร บรรเทาความเจ็บปวดรวดร้าวที่บริเวณขาซึ่งเคยทรมานเขาราวกับถูกเข็มเหล็กทิ่มแทงให้ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ สีหน้าของหลินต้าซานที่เคยซีดเซียวอมทุกข์เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

"นี่มัน... น้ำนี่ช่างเย็นชื่นใจนัก พ่อรู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างแล้ว ความปวดที่ขาก็ลดลงไปมาก..." ชายวัยกลางคนพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ

หลินชิงเหมี่ยวแย้มรอยยิ้มบางๆ ทว่าเวลานี้มิใช่เวลามาอธิบายให้มากความ นางรีบนำกระบอกไม้ไผ่ที่เหลือน้ำพุวิญญาณอยู่อีกครึ่งหนึ่งเดินตรงไปยังเตียงไม้ไผ่เก่าโยกเยกที่มุมห้อง ซูซิ่วอิงมารดาของนางกำลังนอนหลับตาพริ้ม ลมหายใจรวยรินจนแทบสัมผัสไม่ได้ ใบหน้าซูบตอบและผิวพรรณซีดเผือดราวกับกระดาษ

"ท่านแม่..." หัวใจของเด็กสาวกระตุกวูบ ความผูกพันทางสายเลือดที่สืบทอดมาจากเจ้าของร่างเดิมทำให้นางรู้สึกปวดร้าวลึกๆ นางประคองศีรษะของซูซิ่วอิงขึ้นมาอย่างแผ่วเบา และค่อยๆ หยอดน้ำพุวิญญาณลงในปากของมารดาทีละหยดอย่างระมัดระวัง

น้ำพุวิญญาณไหลล่วงสู่กระเพาะ เพียงชั่วครู่ ลมหายใจที่เคยติดขัดและแผ่วเบาของซูซิ่วอิงก็เริ่มสม่ำเสมอขึ้น อาการหอบเหนื่อยที่รบกวนนางมาตลอดหลายวันสงบลง แม้จะยังไม่ฟื้นคืนสติเต็มที่ ทว่ารอยขมวดคิ้วที่แสดงถึงความเจ็บปวดทรมานก็คลายออก สีหน้าของมารดาดูสงบและผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

หลินชิงเหมี่ยวทอดถอนใจด้วยความโล่งอก น้ำพุวิญญาณสามารถยื้อชีวิตและบรรเทาอาการของบิดามารดาได้ชั่วคราว ทว่ามันมิใช่ยาวิเศษที่จะรักษาโรคร้ายและบาดแผลฉกรรจ์ให้หายขาดได้ในทันที หากต้องการให้ครอบครัวนี้กลับมาแข็งแรงและหลุดพ้นจากการถูกข่มเหง นางจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากแปลงดินปราณในมิติลับ และหายาที่แท้จริงมารักษาพวกเขา

ทว่าในขณะที่นางกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ กระท่อมเพื่อหาสิ่งของที่อาจนำไปใช้ประโยชน์ได้นั้นเอง เสียงกลไกของระบบที่เงียบไปพักหนึ่งก็พลันดังขึ้นในโสตประสาทอีกครั้ง พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน

[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรม: ตรวจพบพืชพันธุ์ที่มีศักยภาพในการเพาะปลูกและแฝงเร้นยีนส์กลายพันธุ์ ห่างออกไปสามจั้งทางทิศตะวันตกนอกกระท่อม...]

หลินชิงเหมี่ยวชะงักงัน หน้าต่างระบบปรากฏลูกศรสีเขียวเรืองแสงชี้ตรงไปยังรอยแยกของแผ่นไม้กระดานผุพังที่ผนังกระท่อม เมื่อนางเพ่งสายตามองผ่านช่องโหว่นั้นออกไปเบื้องนอก ท่ามกลางวัชพืชที่แห้งเหี่ยวและลานดินที่รกร้าง นางกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแผ่วเบาบางอย่างที่กำลังรอคอยการค้นพบ...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หญ้าเกล็ดหิมะต้นแรก]**