ตอนที่ 3

***บทที่ 3: หญ้าเกล็ดหิมะต้นแรก***

นางค่อยๆ ดึงสายตากลับมาจากรอยแยกของแผ่นไม้กระดานผุพัง หญิงสาวไม่รอช้า รีบสาวเท้าผลักบานประตูกระท่อมที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดออกไปสู่เบื้องนอก สายลมเย็นเยียบของฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยมากระทบผิวหน้าจนต้องกระชับเสื้อผ้าที่ปะชุนจนบางเฉียบเข้าหากัน ลานดินหน้ากระท่อมเต็มไปด้วยวัชพืชที่เหี่ยวแห้งตายเพราะความแห้งแล้งของผืนดิน ทว่าดวงตาของหลินชิงเหมี่ยวกลับจับจ้องไปยังทิศตะวันตกตามที่ลูกศรสีเขียวเรืองแสงของระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมชี้ทางไว้

เมื่อก้าวเดินไปถึงระยะสามจั้ง ใกล้กับแนวกำแพงดินที่ทรุดโทรม นางย่อกายลงและแหวกกอหญ้าคาแห้งกรอบออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือต้นพืชขนาดเล็กจิ๋วที่ลำต้นลีบแบนและใบสีเหลืองซีดจวนเจียนจะยืนต้นตาย หากเป็นสายตาของชาวบ้านธรรมดาย่อมมองข้ามมันไปอย่างแน่นอน ทว่าในหน้าต่างโปร่งแสงของระบบกลับปรากฏตัวอักษรสีทองสว่างไสวขึ้นมาอธิบาย

[ติ๊ง! ทำการสแกนเสร็จสิ้น: พบพืชสมุนไพร 'หญ้าเกล็ดหิมะ' (สภาพอ่อนแอใกล้ตาย)

สรรพคุณพื้นฐาน: สมุนไพรฤทธิ์เย็น ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดทั่วไป

ศักยภาพแฝง: มีร่องรอยของยีนส์กลายพันธุ์ หากได้รับการบำรุงด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ จะสามารถยกระดับเป็นพืชวิญญาณชั้นเลิศได้]

หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัว หญ้าเกล็ดหิมะนี้แม้จะเป็นเพียงสมุนไพรพื้นบ้านธรรมดา ทว่าหากมันสามารถกลายพันธุ์เป็นพืชปราณได้ตามที่ระบบแจ้งเตือน มันย่อมมีสรรพคุณทางยาสูงล้ำจนสามารถนำไปขายแลกเงินตรามาจุนเจือครอบครัวได้ นางค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วมือขุดคุ้ยดินที่แข็งกระด้างอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้รากฝอยของมันได้รับความกระทบกระเทือน

"ท่านพี่..."

เสียงแหบพร่าและเล็กแหลมดังขึ้นจากทางด้านหลัง หลินชิงเหมี่ยวชะงักมือและหันกลับไปมอง พบร่างเล็กๆ ของหลินเสี่ยวหมิงยืนเกาะขอบประตูอยู่ เด็กน้อยวัยเจ็ดขวบมีรูปร่างซูบผอมจนเห็นโหนกแก้มชัดเจน สวมเสื้อผ้าที่หลวมโครกและเต็มไปด้วยรอยปะชุน ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสบัดนี้หม่นหมองลงด้วยความอ่อนล้า มือเล็กๆ ของเขายกขึ้นลูบท้องที่แบนราบ ก่อนที่เสียงจ๊อกๆ ของกระเพาะอาหารจะดังลอดออกมา

"ท่านพี่ ข้าหิวเหลือเกิน... พวกเราไม่มีอะไรกินมาสองวันแล้ว ท่านแม่ก็ป่วย..." หลินเสี่ยวหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาใสๆ เอ่อคลอเบ้าตา ทว่าเด็กน้อยกลับพยายามกลั้นมันไว้อย่างเข้มแข็ง

ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของหลินชิงเหมี่ยวราวกับถูกเข็มทิ่มแทง ความผูกพันทางสายเลือดทำให้วิญญาณของนางเจ็บปวดแทนเจ้าของร่างเดิม นางรีบนำหญ้าเกล็ดหิมะที่ขุดขึ้นมาเก็บซ่อนไว้ในอ้อมอก แล้วเดินเข้าไปสวมกอดน้องชายอย่างแผ่วเบา ฝ่ามือบางลูบคลำศีรษะที่เส้นผมแห้งกระด้างของเขาด้วยความรักใคร่

"เสี่ยวหมิง เด็กดีของพี่" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทว่าหนักแน่นดุจหินผา "พี่สาวสัญญา ว่าก่อนตะวันจะตกดินในวันนี้ พี่จะหาอาหารอร่อยๆ มาให้เจ้ากินจนอิ่มท้องให้จงได้ เจ้าเข้าไปดูแลท่านแม่ในกระท่อมก่อนเถิด อย่าเพิ่งออกมาตากลมหนาวข้างนอกเลยนะ"

หลินเสี่ยวหมิงพยักหน้าอย่างว่าง่าย แม้จะหิวโหยเพียงใด ทว่าคำพูดของพี่สาวก็เป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ เด็กน้อยหมุนตัวกลับเข้าไปในกระท่อมเพื่อเฝ้าดูอาการของมารดาตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง

เมื่อแผ่นหลังเล็กๆ ลับสายตาไป หลินชิงเหมี่ยวก็สูดลมหายใจเข้าลึก นางเดินหลบมุมไปยังหลังกำแพงดินที่ปลอดสายตาผู้คน กำหนดจิตนึกคิดเพียงชั่ววูบ สติสัมปชัญญะและร่างกายของนางก็ถูกดึงดูดหายวับเข้าไปใน 'มิติลับหยกปราณ' ที่ซ่อนอยู่ในจี้หยกเก่าแก่ของมารดาทันที

บรรยากาศภายในมิติลับแตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง อากาศที่นี่บริสุทธิ์ผุดผ่องและอวลไปด้วยกลิ่นอายของพลังปราณที่ทำให้ผู้สูดดมรู้สึกกระปรี้กระเปร่า พื้นที่ขนาดหนึ่งหมู่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน ตรงกลางคือบ่อน้ำพุวิญญาณที่ใสกระจ่างดุจผลึกแก้ว และถัดไปคือแปลงดินปราณสีดำขลับที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก

นี่คือการเพาะปลูกสมุนไพรปราณครั้งแรกของนาง!

หลินชิงเหมี่ยวก้าวเดินไปยังแปลงดินปราณ นางใช้มือเปล่าขุดคุ้ยดินที่ร่วนซุยและเต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหาร สัมผัสของดินปราณนั้นชุ่มชื้นและอบอุ่น นางค่อยๆ วางรากของต้นหญ้าเกล็ดหิมะที่เหี่ยวเฉาลงในหลุมอย่างทะนุถนอม ก่อนจะกลบดินปิดทับอย่างระมัดระวัง ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยความใส่ใจประดุจกำลังดูแลสมบัติล้ำค่า

จากนั้น หญิงสาวเดินไปกอบน้ำจากบ่อน้ำพุวิญญาณด้วยสองมือ หยาดน้ำใสกระจ่างทอประกายเรืองรองระยิบระยับ นางนำมันมารดรินลงบนผืนดินรอบๆ โคนต้นหญ้าเกล็ดหิมะ

วินาทีที่หยดน้ำพุวิญญาณสัมผัสกับผิวดินปราณ ปรากฏการณ์อัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น!

ดินสีดำขลับดูดซับน้ำพุวิญญาณเข้าไปในชั่วพริบตา พลังปราณอันบริสุทธิ์และเข้มข้นไหลเวียนจากผืนดินเข้าสู่รากฝอยที่แห้งกรอบ ลำต้นที่เคยลีบแบนและงองุ้มเริ่มยืดตัวตั้งตรงขึ้นอย่างช้าๆ ราวกับได้รับชีวิตใหม่ ใบไม้สีเหลืองซีดที่จวนเจียนจะร่วงหล่นพลันผลัดเปลี่ยนสีสัน กลายเป็นสีเขียวมรกตที่สดใสและเปล่งปลั่ง ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณขอบใบยังปรากฏเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ สีขาวพิสุทธิ์เกาะตัวอยู่ แผ่ซ่านไอเย็นอันสดชื่นออกมาจางๆ

[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรม: พืชสมุนไพร 'หญ้าเกล็ดหิมะ' ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยน้ำพุวิญญาณและดินปราณบริสุทธิ์ กระบวนการกลายพันธุ์ถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์!]

[สถานะปัจจุบัน: กำลังวิวัฒนาการเป็น 'หญ้าเกล็ดหิมะปราณ' ระยะเวลาเก็บเกี่ยวโดยประมาณ: สิบสองชั่วยาม]

ริมฝีปากบางของหลินชิงเหมี่ยวคลี่รอยยิ้มกว้าง ดวงตาหงส์ทอประกายแห่งความหวัง นี่คือจุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นชะตาชีวิตของครอบครัว! หากหญ้าเกล็ดหิมะนี้เติบโตเต็มที่ มันจะมิใช่เพียงยารักษาไข้หวัดธรรมดา แต่จะเป็นสมุนไพรปราณล้ำค่าที่รักษาอาการไข้ป่าเรื้อรังและโรคภัยอื่นๆ ได้อย่างชะงัดนัก

ทว่าความหิวโหยของน้องชายและปากท้องของครอบครัวในวันนี้ยังคงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รอการแก้ไข

หลินชิงเหมี่ยวถอนจิตออกจากมิติลับหยกปราณ ร่างของนางปรากฏขึ้นที่เดิมหลังกำแพงดิน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของขุนเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังหมู่บ้านชิงสุ่ย สถานที่แห่งนั้นคือ 'ป่าหมอกเร้นลับ' ดินแดนที่อุดมไปด้วยพืชป่าและสัตว์ป่า ทว่าก็แฝงไว้ด้วยอันตรายนานัปการจากหมอกปริศนาที่มักทำให้ผู้คนหลงทาง

เพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับหลินเสี่ยวหมิง นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าไปหาเสบียงในป่านั้น หญิงสาวกระชับเสื้อผ้าให้แน่นขึ้น นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยว ทว่าในขณะที่นางกำลังจะก้าวเท้าออกเดินทางมุ่งหน้าสู่แนวป่าทึบเบื้องหน้า หน้าต่างโปร่งแสงของระบบผู้ช่วยก็พลันกระพริบแสงสีแดงวาบเตือนภัยฉุกเฉิน พร้อมกับเสียงหอนคำรามทุ้มต่ำที่ล่องลอยตามสายลมหนาวมาจากส่วนลึกของป่าหมอกเร้นลับ...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เข้าป่าหมอกเร้นลับ]**