ตอนที่ 4
***บทที่ 4: เข้าป่าหมอกเร้นลับ***
เสียงหอนคำรามทุ้มต่ำที่ล่องลอยตามสายลมหนาวมาจากส่วนลึกของป่าหมอกเร้นลับ ชวนให้ขนอ่อนบนท้ายทอยลุกชัน หน้าต่างโปร่งแสงของระบบผู้ช่วยกระพริบแสงสีแดงวาบสะท้อนอยู่ในนัยน์ตากระจ่างใสของหลินชิงเหมี่ยว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับจังหวะหัวใจที่เต้นรัว นางเพ่งมองข้อความเตือนภัยที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
[แจ้งเตือน: ตรวจพบคลื่นเสียงของสัตว์ป่าดุร้าย ระยะห่างประเมินอยู่ที่สิบลี้... พื้นที่ชายป่าชั้นนอกสุดยังคงอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่พบภัยคุกคามในรัศมีหนึ่งลี้]
เมื่อเห็นข้อความบรรทัดสุดท้าย ความตึงเครียดบนใบหน้างามก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลินชิงเหมี่ยวหันไปกุมมือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบของหลินเสี่ยวหมิงเอาไว้แน่น นิ้วหัวแม่มือของนางลูบหลังมือของเด็กชายเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและปลอบประโลม
"ไม่ต้องกลัวนะเสี่ยวหมิง นั่นเป็นเพียงเสียงสัตว์ป่าที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา วันนี้เราจะหาของกินกันแค่บริเวณชายป่าชั้นนอกเท่านั้น พี่สัญญาวาจะไม่พาเจ้าเข้าไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด" น้ำเสียงของนางหนักแน่นและอ่อนโยนในคราวเดียวกัน
เด็กชายพยักหน้าหงึกหงัก แม้ดวงตากลมโตจะยังฉายแววหวาดหวั่น แต่ความหิวโหยที่กัดกินกระเพาะและความเชื่อมั่นในตัวพี่สาวทำให้เขาก้าวเท้าเดินตามนางไปอย่างว่าง่าย
สองพี่น้องตระกูลหลินเดินลัดเลาะไปตามทางเดินดินแคบๆ ที่ทอดยาวสู่แนวป่าทึบ อากาศยามเช้าตรู่ในฤดูเหมันต์หนาวเหน็บจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนไม่อาจต้านทานความหนาวเย็นได้มากนัก ทว่าหลินชิงเหมี่ยวยังคงยืดแผ่นหลังตั้งตรง ก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่สงบและมั่นคง
เมื่อเข้าใกล้เขตชายป่าหมอกเร้นลับ พวกเขาได้พบกับกลุ่มชาวบ้านจากหมู่บ้านชิงสุ่ยสามสี่คนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ขุดหาหัวเผือกหัวมันและผักป่าตามซอกหิน เมื่อชาวบ้านเหล่านั้นเงยหน้าขึ้นมาเห็นสองพี่น้องตระกูลหลิน เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่า
"โอ้สวรรค์... ดูนั่นสิ นั่นแม่หนูชิงเหมี่ยวกับน้องชายมิใช่หรือ? บิดาขาเป๋ มารดาก็ล้มหมอนนอนเสื่อ เด็กตัวแค่นี้ต้องระหกระเหินมาหาของป่าประทังชีวิต ช่างน่าเวทนานัก" หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพลางทอดถอนใจ
"เฮ้อ ครอบครัวตระกูลหลินสายรองนี่หมดสิ้นหนทางแล้วจริงๆ บาดแผลของบิดานางก็ไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่ ถึงได้กล้ามาเฉียดป่าหมอกเร้นลับในยามที่หมอกยังไม่จางเช่นนี้ หากหลงทางเข้าไปจะทำเช่นไร" ชายชราอีกคนส่ายหน้าอย่างเวทนา
สายตาหลายคู่ที่มองมาล้วนเต็มไปด้วยความสงสารและสมเพช ทว่าหลินชิงเหมี่ยวกลับทำเพียงปรายตามองอย่างเฉยเมย นัยน์ตาหงส์ของนางไร้ซึ่งความรู้สึกหวั่นไหวใดๆ 'ความเวทนาจากผู้อื่นไม่อาจนำมาต้มกินแทนข้าวได้' หญิงสาวคิดในใจ นางไม่สนใจเสียงนินทาหรือสายตาเหล่านั้น พาหลินเสี่ยวหมิงเดินปลีกตัวออกห่างจากกลุ่มชาวบ้าน มุ่งหน้าไปยังพุ่มไม้รกทึบอีกด้านหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้
เมื่อแน่ใจว่าปลีกตัวออกมาพ้นจากสายตาผู้คนแล้ว หลินชิงเหมี่ยวก็หยุดฝีเท้า นางหลับตาลงเล็กน้อยและส่งกระแสจิตเรียกใช้งานระบบผู้ช่วยเซียนโอสถกสิกรรมทันที
"ระบบ เริ่มต้นโหมดตรวจสอบวิเคราะห์พื้นที่โดยรอบ ค้นหาพืชและเห็ดที่สามารถรับประทานได้"
[รับทราบ... กำลังเปิดใช้งานตาข่ายวิเคราะห์เชิงลึก]
สิ้นเสียงตอบรับในห้วงความคิด ภาพเบื้องหน้าของหลินชิงเหมี่ยวก็แปรเปลี่ยนไป โลกทั้งใบราวกับถูกซ้อนทับด้วยเส้นตารางแสงสีฟ้าจางๆ ที่มีเพียงนางผู้เดียวที่มองเห็น ลำแสงโปร่งแสงกวาดผ่านผิวดิน ขอนไม้ผุพัง และพุ่มไม้เตี้ยๆ อย่างรวดเร็ว เพียงชั่วอึดใจ สัญลักษณ์จุดแสงสีเขียว สีเหลือง และสีแดง ก็ปรากฏขึ้นประปรายทั่วบริเวณ
หลินชิงเหมี่ยวยิ้มกริ่มที่มุมปาก นางจูงมือน้องชายตรงไปยังขอนไม้ใหญ่ที่ล้มพาดอยู่ใต้ร่มเงาไม้ทึบ จุดแสงสีเขียวสว่างวาบอยู่บริเวณนั้น
[ตรวจพบ: เห็ดหูหนูป่า (สถานะ: ปลอดภัย) สรรพคุณ: บำรุงโลหิต เพิ่มพูนพลังงาน สามารถนำมาประกอบอาหารได้]
"เสี่ยวหมิง มาช่วยพี่เก็บเห็ดตรงนี้เร็วเข้า" นางเอ่ยเรียกพลางใช้มีดไม้ไผ่เล่มเล็กค่อยๆ แซะกลุ่มเห็ดสีน้ำตาลเข้มที่อวบอ้วนและดูชุ่มชื้นใส่ลงในตะกร้าสานบนหลัง
หลินเสี่ยวหมิงเบิกตากว้างด้วยความดีใจ เขารีบวิ่งเข้ามาช่วยพี่สาวเก็บเห็ดอย่างกระตือรือร้น "ท่านพี่เก่งจังเลยขอรับ! ขอนไม้นี้ถูกพุ่มไม้บังไว้มิดชิด หากไม่สังเกตให้ดีคงมองไม่เห็นแน่ๆ"
สองพี่น้องช่วยกันเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าอย่างเพลิดเพลิน ด้วยความสามารถของระบบผู้ช่วย หลินชิงเหมี่ยวสามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่ว่างเปล่าและตรงดิ่งไปยังจุดที่มีเสบียงซ่อนอยู่ได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นยอดผักกูดป่าที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ใบไม้แห้ง หรือรากมันภูเขาที่ฝังตัวอยู่ใต้ดินร่วนซุย ตะกร้าสานบนหลังที่เคยว่างเปล่าบัดนี้เริ่มมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าป่าหมอกเร้นลับมิใช่สถานที่ที่จะประมาทได้ ในขณะที่หลินชิงเหมี่ยวกำลังก้มหน้าขุดรากสมุนไพรอยู่นั้น หลินเสี่ยวหมิงที่เดินห่างออกไปเล็กน้อยก็ส่งเสียงร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"ท่านพี่! ดูนี่สิขอรับ เห็ดดอกนี้สีสันงดงามแถมยังอวบอ้วนยิ่งนัก หากนำไปต้มซุปจะต้องอร่อยมากแน่ๆ!"
หลินชิงเหมี่ยวหันขวับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ หลินเสี่ยวหมิงกำลังยื่นมือออกไปหมายจะเด็ดเห็ดดอกใหญ่ที่มีหมวกสีแดงสดและมีจุดแต้มสีม่วงเข้มกระจายอยู่ทั่ว ในเสี้ยววินาทีนั้น หน้าต่างระบบสีแดงฉานก็เด้งพรวดขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยของนาง
[คำเตือนระดับวิกฤต! ตรวจพบ: เห็ดร่มโลหิตม่วง (สถานะ: พิษร้ายแรง) ข้อควรระวัง: หากสัมผัสจะทำให้เกิดผื่นคันรุนแรง หากรับประทานจะทำให้เส้นชีพจรลมปราณปั่นป่วน ลำไส้เน่าเปื่อย และเสียชีวิตภายในสามชั่วยาม!]
"หยุดนะเสี่ยวหมิง! อย่าแตะต้องมัน!"
หลินชิงเหมี่ยวตวาดเสียงหลง ร่างบางพุ่งพรวดเข้าไปปัดมือเล็กๆ ของน้องชายออกอย่างแรงจนเด็กน้อยผงะหงายหลังล้มลงกับพื้นดิน หลินเสี่ยวหมิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ น้ำตาคลอเบ้า ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่สาวที่อ่อนโยนจึงมีท่าทีเกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้
หลินชิงเหมี่ยวรีบดึงตัวน้องชายเข้ามากอดไว้แน่น ถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ห้ามไว้ได้ทันท่วงที นางลูบศีรษะของเขาเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "พี่ขอโทษที่ทำรุนแรง แต่จำไว้นะเสี่ยวหมิง ของที่ดูสวยงามในป่ามักอาบไปด้วยยาพิษ เห็ดดอกนั้นคือ 'เห็ดร่มโลหิตม่วง' หากเจ้ากินเข้าไปเพียงคำเดียว ต่อให้มีหมอเทวดาก็ไม่อาจยื้อชีวิตเจ้าไว้ได้"
เมื่อได้ยินคำอธิบาย หลินเสี่ยวหมิงก็หน้าซีดเผือด เขารีบพยักหน้ารับคำอย่างเอาเป็นเอาตาย "ขะ... ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพี่ ข้าจะไม่เด็ดสิ่งใดสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว"
บทเรียนครั้งนี้ทำให้ทั้งสองระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น ภายใต้การนำทางที่แม่นยำราวกับมีตาเทพของระบบผู้ช่วย ในเวลาเพียงครึ่งชั่วยาม ตะกร้าสานของพวกเขาก็เต็มไปด้วยผักป่า เห็ดที่กินได้ และมันภูเขาจำนวนมากพอที่จะทำอาหารมื้อใหญ่ประทังชีวิตครอบครัวไปได้อีกหลายวัน
"เอาล่ะ เสบียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว วันนี้เรากลับกันก่อนเถิด" หลินชิงเหมี่ยวเอ่ยพร้อมกับช่วยปัดเศษดินออกจากเสื้อผ้าของน้องชาย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า วันนี้นับว่าโชคดีนักที่การหาเสบียงเป็นไปอย่างราบรื่น
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับเดินตามรอยเท้าเดิมเพื่อออกจากชายป่า บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน ลมหนาวที่เคยพัดเอื่อยๆ หยุดชะงักลง ม่านหมอกสีขาวขุ่นที่เคยลอยอ้อยอิ่งอยู่เบื้องหน้าจู่ๆ ก็ก่อตัวหนาทึบขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ หมอกนั้นม้วนตัวราวกับเกลียวคลื่น คืบคลานเข้าปกคลุมเส้นทางกลับหมู่บ้านจนมืดมิด
[ติ๊ง! แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด!]
หน้าต่างระบบเบื้องหน้าหลินชิงเหมี่ยวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีแดงกระพริบถี่รัวพร้อมกับตัวอักษรที่วิ่งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
[ตรวจพบความผันผวนของมวลพลังงานปริศนาอย่างรุนแรง! มีบางสิ่งกำลังพุ่งฝ่าม่านหมอกตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง! ระยะห่างสามร้อยก้าว... สองร้อยก้าว... หนึ่งร้อยก้าว!]
พริบตานั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่เหยียบย่ำกิ่งไม้แห้งจนหักสะบั้นก็ดังสนั่นขึ้นจากในกลุ่มหมอกหนาเบื้องหน้า พร้อมกับเงาดำทะมึนขนาดมหึมาที่พุ่งแหวกม่านหมอกออกมาด้วยกลิ่นอายคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: มื้ออาหารแรกในรอบหลายวัน]**