ตอนที่ 16
***บทที่ 16: แผนการของลุงใหญ่***
เงาดำทะมึนที่คืบคลานเข้ามาใกล้ในยามที่สองพ่อลูกกำลังพักผ่อนนั้น มิใช่ภูตผีปีศาจหรือสัตว์ร้ายจากป่าหมอกเร้นลับ ทว่าคือสายตามาดร้ายของมนุษย์ที่แอบซุ่มซ่อนอยู่หลังดงพุ่มไม้ห่างออกไปไม่ไกลนัก
หวังเจียวลี่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่เบื้องหลังดงหญ้าคาที่สูงท่วมหัว สองมือกำแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ นัยน์ตาของนางวาวโรจน์ไปด้วยความริษยาที่แผดเผาอยู่ในอกราวกับเปลวเพลิง นางแอบลอบตามมาดูให้เห็นกับตา หลังจากเมื่อช่วงเช้าได้ยินสตรีในหมู่บ้านชิงสุ่ยซุบซิบนินทากันริมลำธาร ว่าครอบครัวของหลินต้าซานที่ถูกไล่ออกจากตระกูลหลักไปแล้วนั้น บัดนี้กำลังมีกินมีใช้ มิหนำซ้ำเมื่อวันก่อนยังมีคนเห็นนังเด็กเหลือขอชิงเหมี่ยว ซื้อเนื้อหมูชิ้นโตติดมันมันแผล็บกลับมาที่กระท่อมซอมซ่อของพวกมัน!
‘เนื้อหมูงั้นหรือ! ขนาดตระกูลหลักอย่างพวกเรายังต้องกินแป้งหยาบผสมธัญพืชอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่นังเด็กจองหองกับไอ้เป๋นั่นกลับมีปัญญาซื้อเนื้อมากินอย่างสบายนัยน์ตา!’ หวังเจียวลี่สบถด่าในใจด้วยความเคียดแค้น
ภาพที่นางเห็นอยู่เบื้องหน้าคือแปลงผักที่ถูกถากถางเตรียมดินไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้จะเป็นเพียงที่ดินแห้งแล้ง แต่ท่าทางมีความสุขและรอยยิ้มของหลินต้าซานกับชิงเหมี่ยว กลับกลายเป็นหนามแหลมที่ทิ่มแทงลูกตาของป้าสะใภ้ใหญ่อย่างรุนแรง นางสะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกระทืบเท้าตึงตังกลับไปยังบ้านตระกูลหลักด้วยโทสะที่เดือดดาล
ณ ลานบ้านตระกูลหลินสายหลัก
หลินต้าเจียงผู้เป็นลุงใหญ่กำลังนั่งเอนหลังสูบยาสูบอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ ท่าทางเกียจคร้านและเย่อหยิ่ง ทันใดนั้น หวังเจียวลี่ก็ผลักประตูเรือนเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง นางกระแทกถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะจนน้ำกระฉอกหกเลอะเทอะ
“ท่านพี่ยังมีกะจิตกะใจมานั่งสูบยาสบายใจเฉิบอยู่อีกหรือเจ้าคะ! ท่านรู้หรือไม่ว่าตอนนี้น้องชายตัวดีของท่านกับนังเด็กหัวรั้นนั่นกำลังเสวยสุขกันอยู่!” หวังเจียวลี่เปิดฉากโวยวายทันที
หลินต้าเจียงขมวดคิ้วมุ่น พ่นควันยาสูบสีเทาขุ่นออกจากปาก “เจ้าจะเอะอะโวยวายไปไย หลินต้าซานมันขาเป๋ ส่วนนังชิงเหมี่ยวก็เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน ถูกไล่ไปอยู่กระท่อมผุพังปานนั้น ป่านนี้คงอดตายไปครึ่งค่อนตัวแล้วกระมัง”
“อดตายที่ใดกันเล่า!” หวังเจียวลี่แผดเสียงแหลมปรี๊ด “เมื่อครู่นี้ข้าเพิ่งไปแอบดูพวกมันมา ที่ดินรอบกระท่อมถูกถากถางเสียเตียนโล่ง ซ้ำเมื่อวันก่อนยังมีคนเห็นนังชิงเหมี่ยวหิ้วเนื้อหมูชิ้นเบ้อเริ่มกลับมาที่บ้าน เนื้อหมูเชียวนะท่านพี่! ตั้งแต่ต้นเดือนมานี้ พวกเรายังไม่ได้แตะต้องเนื้อสัตว์เลยสักคำ แต่พวกมันกลับมีเงินไปซื้อเนื้อมากินอย่างหน้าตาเฉย!”
พอได้ยินคำว่า ‘เนื้อหมู’ และ ‘เงิน’ ดวงตาของหลินต้าเจียงที่เคยกึ่งหลับกึ่งตื่นก็เบิกกว้างขึ้นทันที ความโลภโมโทสันฉายชัดขึ้นมาในแววตา “เจ้าว่ากระไรนะ? พวกมันเอาเงินมาจากที่ใด? ตอนที่แยกบ้านออกไป พวกมันมีเพียงเสื้อผ้าติดตัวไปไม่กี่ชุดมิใช่หรือ?”
“ก็ต้องเป็นเงินที่พวกมันแอบยักยอกซุกซ่อนเอาไว้ก่อนหน้านี้แน่ๆ เจ้าค่ะ!” หวังเจียวลี่ใส่ไฟอย่างไม่ลดละ “ท่านลองคิดดูสิ ตอนที่พวกมันยังอาศัยอยู่กับเรา ไอ้เป๋นั่นอาจจะแอบเก็บซ่อนเงินค่าแรงที่ได้จากการรับจ้างไว้ ไม่ยอมส่งเข้ากองกลางตระกูลทั้งหมด พอแยกบ้านปุ๊บก็เอาออกมาใช้จ่ายซื้อเนื้อกินอย่างสำราญใจ นี่มันตบหน้าตระกูลหลินของเราชัดๆ!”
หลินต้าเจียงลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ ใบหน้าถมึงทึงด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง แม้ความจริงแล้วหลินต้าซานจะเป็นฝ่ายทำงานหนักอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อเลี้ยงดูตระกูลหลักมาตลอดหลายปี แต่ในความคิดอันบิดเบี้ยวของหลินต้าเจียง ทรัพย์สินทุกอีแปะที่น้องชายหามาได้ ย่อมต้องตกเป็นของเขาผู้เป็นบุตรชายคนโตและผู้นำครอบครัว
“ช่างกำเริบเสิบสานนัก! กล้ายักยอกเงินของตระกูลไปเสวยสุขกันเอง!” หลินต้าเจียงกัดฟันกรอด “ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันลอยนวลอยู่เช่นนี้แน่ เงินของตระกูลหลิน ก็ต้องเป็นของตระกูลหลิน!”
หวังเจียวลี่เห็นสามีหลงกลตามคำยุยงก็ลอบยิ้มมุมปากอย่างมาดร้าย “แล้วท่านพี่จะจัดการเช่นไรเจ้าคะ? พวกมันแยกบ้านออกไปแล้ว มีหนังสือตัดขาดเป็นลายลักษณ์อักษร หากเราบุกไปแย่งชิงเงินมาดื้อๆ ชาวบ้านคงได้ครหาเอาได้”
“หึ! ใครว่าข้าจะไปปล้นชิงพวกมัน” หลินต้าเจียงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ “ข้าจะไป ‘ทวงหนี้’ ต่างหากเล่า!”
“ทวงหนี้? หนี้อันใดกันเจ้าคะ?”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า ตอนที่พวกมันอาศัยอยู่ใต้ชายคาตระกูลหลิน กินข้าวของตระกูล ดื่มน้ำของตระกูล ข้าในฐานะผู้นำครอบครัวต้องหมดเปลืองข้าวสารอาหารแห้งไปตั้งเท่าใดเพื่อเลี้ยงดูนังเด็กชิงเหมี่ยวจนโตป่านนี้ ซ้ำตอนที่หลินต้าซานขาหัก ข้าก็ต้องเสียเงินค่ายาไปตั้งมากมาย” หลินต้าเจียงบิดเบือนความจริงอย่างหน้าไม่อาย ทั้งที่ค่ายาเหล่านั้นเขาไม่เคยจ่ายแม้แต่อีแปะเดียว และชิงเหมี่ยวก็ต้องทำงานหนักแลกข้าวที่กิน “ในเมื่อตอนนี้พวกมันมีเงินซุกซ่อนไว้ ก็ต้องเอามาจ่ายเป็น ‘ค่าเลี้ยงดู’ ย้อนหลังให้ข้า!”
ดวงตาของหวังเจียวลี่เบิกกว้างเป็นประกาย นางตบเข่าฉาดด้วยความชอบใจ “ท่านพี่ช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก! ใช่แล้ว! หนี้ค่าเลี้ยงดูและบุญคุณที่ให้ที่ซุกหัวนอนมาหลายปี พวกมันต้องชดใช้ให้เรา! แต่หากพวกมันอ้างว่าไม่มีเงินสดมาจ่ายเล่าเจ้าคะ? พวกมันอาจจะเอาเงินไปซื้อเนื้อ ซื้อเมล็ดพันธุ์จนหมดแล้วก็ได้”
ป้าสะใภ้ใหญ่หรี่ตาลง รอยยิ้มอสรพิษปรากฏบนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยข้อเสนอที่เหี้ยมเกรียมที่สุดออกมา “หากพวกมันไม่มีเงินก้อนมาจ่าย เราก็ยึดกระท่อมซอมซ่อหลังนั้นและที่ดินรอบๆ ของพวกมันมาเสีย! แม้จะเป็นเพียงที่ดินแห้งแล้งตีนเขา แต่ก็ยังพอเอามาทำเล้าไก่หรือสร้างเรือนเก็บฟืนได้ ที่สำคัญ... หากพวกมันไม่มีที่ซุกหัวนอน ข้าอยากจะรู้นักว่านังเด็กอวดดีนั่นจะยังมีหน้ามาจองหองกับข้าอยู่อีกหรือไม่!”
แผนการอันชั่วร้ายถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตระกูลหลักที่ละโมบกำลังเคลื่อนไหวเพื่อรีดไถครอบครัวที่เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้ หลินต้าเจียงคำนวณตัวเลขในหัว ก่อนจะตั้งยอดหนี้ที่สูงลิ่วถึง ‘ห้าตำลึงเงิน’ ซึ่งเป็นจำนวนที่ชาวไร่ชาวนาธรรมดาไม่อาจหามาได้ในเวลาอันสั้น เป้าหมายของเขาชัดเจน คือการบีบให้หลินต้าซานและชิงเหมี่ยวต้องสิ้นเนื้อประดาตัวและยอมยกที่ดินให้แต่โดยดี
“ไป! เจียวลี่ ตามข้ามา วันนี้ข้าจะไปทวงความยุติธรรมคืนให้ตระกูลหลินของเรา!” หลินต้าเจียงตะโกนเสียงกร้าว ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกจากเรือน โดยมีหวังเจียวลี่เดินตามก้นไปติดๆ ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสะใจ
...
ย้อนกลับมาที่กระท่อมตีนเขา
แสงตะวันยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าสาดแสงสีส้มแดงอาบไล้ไปทั่วบริเวณ ชิงเหมี่ยวและหลินต้าซานที่พักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้ว กำลังช่วยกันเก็บอุปกรณ์ทำเกษตรเพื่อเตรียมตัวเข้าไปทำอาหารเย็นในกระท่อม บรรยากาศรอบกายสงบสุขและอบอวลไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัว
ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่...
“ปัง!”
เสียงเตะกระแทกบานประตูรั้วไม้ไผ่เก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษไม้หักกระเด็น บานประตูที่เพิ่งซ่อมแซมได้ไม่นานพังครืนลงมากับพื้นดินพร้อมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย ร่างทะมึนของบุรุษและสตรีคู่หนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าลานบ้าน พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาแต่ไกล
“หลินต้าซาน! นังเด็กอกตัญญูชิงเหมี่ยว! มุดหัวออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงตวาดก้องของหลินต้าเจียงดังกังวานไปทั่วบริเวณ ดุจสายฟ้าฟาดที่ทำลายความเงียบสงบยามเย็นจนสิ้นซาก
ชิงเหมี่ยวที่กำลังประคองบิดาหยุดชะงัก นัยน์ตาหงส์ของเด็กสาวหรี่ลงเล็กน้อย แววตาที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในเหมันตฤดู นางรู้ได้ทันทีว่า... ปัญหาใหญ่ได้มาเยือนถึงหน้าประตูบ้านแล้ว!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เผชิญหน้าหลินต้าเจียง]**