ตอนที่ 28
***บทที่ 28: ตอกกลับข่าวลือ***
รอยยิ้มเย็นชาบนมุมปากของหลินชิงเหมี่ยวเปรียบดั่งบุปผาน้ำแข็งที่บานสะพรั่งกลางฤดูเหมันต์ นางก้าวเท้าออกมายืนประจันหน้ากับฝูงชนที่กำลังเดือดดาล ท่วงท่าสง่างามไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สายตาที่กวาดมองผู้คนดุดันและเยือกเย็นจนผู้ที่สบตาต้องเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ท่านป้าใหญ่เช้าตรู่เช่นนี้พาผู้คนมารวมตัวกันถึงหน้าประตูบ้านสายรอง ไม่ทราบว่าลมบ้าหมูหอบใดพัดพาท่านมาหรือเจ้าคะ?” น้ำเสียงของเด็กสาวราบเรียบ ทว่ากังวานใสและแฝงไปด้วยพลังอำนาจประหลาด
หวังเจียวลี่ชะงักไปชั่วครู่เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายกดดันจากหลินชิงเหมี่ยว ทว่าเมื่อหันไปเห็นชาวบ้านนับสิบคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ความเหิมเกริมก็กลับคืนมา สตรีร่างท้วมชี้หน้าด่าทอเสียงแหลม “นังเด็กชั้นต่ำ! ยังมีหน้ามาทำไขสืออีกหรือ! เมื่อวานเจ้าซื้อข้าวสารขาวและเนื้อหมูกลับมาตั้งมากมาย ทั้งยังซี้ซั้วซื้อหยูกยาชูกำลัง คนทั้งหมู่บ้านเขารู้กันหมดแล้วว่าบ้านรองของเจ้ายากจนข้นแค้นจนแทบจะกินดิน หากไม่ได้ไปทำเรื่องบัดสีบัดเถลิง ลักขโมย หรือเอาตัวเข้าแลก เจ้าจะมีเงินตรามากมายปานนั้นได้อย่างไร! วันนี้ข้าในฐานะสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลิน จะต้องชำระความให้กระจ่าง ไม่ให้ชื่อเสียงของตระกูลต้องมาแปดเปื้อนเพราะนังแพศยาเช่นเจ้า!”
คำกล่าวหาที่สาดโคลนอย่างโหดร้ายทำให้ชาวบ้านเริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทา บางคนมองหลินชิงเหมี่ยวด้วยสายตาเหยียดหยาม บางคนก็ส่ายหน้าด้วยความเวทนาที่เด็กสาวหน้าตาสะสวยต้องมาเสียคน ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงตวาดทรงพลังก็ดังขึ้นจากด้านหลังกลุ่มฝูงชน
“หลีกทาง! พวกเจ้าว่างงานกันนักหรืออย่างไรถึงได้มารวมหัวกันรังแกครอบครัวคนป่วยเช่นนี้!”
ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือ โจวต้าไห่ ผู้ใหญ่บ้านชิงสุ่ย ใบหน้ากร้านแดดของเขาดำทะมึนด้วยความกรุ่นโกรธ ชายวัยกลางคนผู้เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมกวาดสายตามองชาวบ้านทีละคนจนพวกเขาสงบปากสงบคำลง ก่อนจะหันมามองหวังเจียวลี่ด้วยสายตาตำหนิ “หวังเจียวลี่! เจ้าเป็นถึงป้าสะใภ้ แทนที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลหลานสาว กลับนำพาผู้คนมาสร้างความวุ่นวายถึงหน้าประตูบ้าน หากเจ้าไม่มีหลักฐานแล้วมาใส่ความผู้อื่น ข้าในฐานะผู้ใหญ่บ้านจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่!”
หวังเจียวลี่ยืดอกขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “ผู้ใหญ่บ้านโจว! ข้าไม่ได้ใส่ความ! เงินทองมากมายปานนั้น หากไม่ได้มาด้วยวิธีสกปรก แล้วมันจะงอกออกมาจากดินได้หรืออย่างไร! ท่านอย่าได้เข้าข้างนังเด็กนี่นักเลย!”
หลินชิงเหมี่ยวหัวเราะแผ่วเบา เสียงหัวเราะนั้นช่างเสียดแทงแก้วหูของผู้ฟัง “เงินงอกออกมาจากดินไม่ได้หรอกเจ้าค่ะท่านป้าใหญ่ แต่หยาดเหงื่อแรงกายและความสุจริตสามารถแลกเป็นเงินทองได้ ในเมื่อท่านป้าใหญ่และท่านลุงท่านป้าในหมู่บ้านอยากรู้แจ้งเห็นจริงถึงเพียงนี้ ข้าหลินชิงเหมี่ยวก็จะไม่ปิดบัง!”
นางหันไปประสานมือคารวะผู้ใหญ่บ้านโจวด้วยท่าทีนอบน้อม “ท่านผู้ใหญ่บ้านมาได้ทันเวลาพอดีเจ้าค่ะ ข้าขอเชิญท่านและผู้อาวุโสทุกท่านเข้ามาเป็นสักขีพยาน เพื่อล้างมลทินที่ถูกคนใจบาปหยาบช้าสาดน้ำสกปรกใส่!”
พูดจบ หลินชิงเหมี่ยวก็ล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ทว่าแท้จริงแล้วนางลอบสั่งการระบบเอไอในใจให้นำกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากมิติลับหยกปราณ กระดาษแผ่นนั้นถูกกางออกเบื้องหน้าสายตาของทุกคน เผยให้เห็นรอยหมึกที่เขียนอย่างบรรจงและตราประทับสีแดงชาดอันโดดเด่นสะดุดตา
“นี่คือใบเสร็จรับเงินจากโรงหมอหุยชุนในตัวอำเภอไป๋หยุน!” หลินชิงเหมี่ยวประกาศก้อง “ท่านผู้ใหญ่บ้านโปรดตรวจสอบด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
โจวต้าไห่รับกระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้ แม้เขาจะอ่านหนังสือไม่ออกทุกตัวอักษร ทว่าในฐานะผู้ใหญ่บ้านที่เคยติดต่อราชการและทำการค้าในอำเภอ เขาย่อมจดจำตราประทับรูปใบไม้ห้าแฉกของโรงหมอหุยชุนได้อย่างแม่นยำ เขาเบิกตากว้างก่อนจะกระแอมไอแล้วอ่านข้อความสำคัญเสียงดังฟังชัด
“ใบเสร็จรับเงิน... โรงหมอหุยชุนรับซื้อผักสมุนไพรคุณภาพสูงจากแม่นางหลินชิงเหมี่ยว... จ่ายเป็นเงินแท้จำนวนหนึ่งก้อน ตราประทับนี้เป็นของเถ้าแก่เถาแห่งโรงหมอหุยชุนของแท้แน่นอน!”
คำประกาศของผู้ใหญ่บ้านโจวเปรียบดั่งอสนีบาตฟาดลงกลางวงสนทนา บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกพื้น ชาวบ้านที่เคยมองหลินชิงเหมี่ยวด้วยสายตาเหยียดหยาม บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงและเบิกตากว้าง โรงหมอหุยชุนคือสถานที่ระดับใด? นั่นคือโรงหมออันดับหนึ่งของอำเภอที่แม้แต่เศรษฐียังต้องไว้หน้า ตราประทับของพวกเขาไม่มีผู้ใดในแถบนี้กล้าปลอมแปลงเป็นอันขาด!
“เป็นไปไม่ได้!” หวังเจียวลี่กรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งบัดนี้ซีดเผือดสลับกับแดงก่ำราวกับตับหมู นางพุ่งพรวดเข้าไปหมายจะคว้าใบเสร็จจากมือผู้ใหญ่บ้าน “ของปลอม! นังเด็กนี่ต้องทำของปลอมขึ้นมาหลอกลวงพวกท่านแน่ๆ! ผักชั้นต่ำที่บ้านมันปลูกจะมีราคาค่างวดถึงเพียงนั้นได้อย่างไร!”
“หยุดกิริยาต่ำทรามของเจ้าเดี๋ยวนี้นะหวังเจียวลี่!” โจวต้าไห่ตวาดลั่นพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบ “ตราประทับของเถ้าแก่เถาข้าเคยเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้ากล้ากล่าวหาว่าข้าตาบอด หรือกล้ากล่าวหาว่าโรงหมอหุยชุนร่วมมือกับเด็กสาวตัวเล็กๆ เพื่อหลอกลวงพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ!”
เสียงตวาดของผู้ใหญ่บ้านทำให้หวังเจียวลี่ชะงักงัน ร่างท้วมสั่นเทาด้วยความอับอายและหวาดกลัว ขณะเดียวกัน ทิศทางลมของฝูงชนก็เปลี่ยนไปในพริบตาเดียว
“ที่แท้ก็เป็นเงินจากการขายผักสมุนไพร ชิงเหมี่ยวช่างเก่งกาจนัก อายุเพียงเท่านี้ก็หาเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้แล้ว”
“ถุย! นังเจียวลี่ช่างจิตใจคับแคบนัก หลานสาวตัวเองหาเงินมาได้อย่างสุจริต ไม่เพียงไม่ยินดี ยังแต่งเรื่องใส่ร้ายป้ายสีจนเกือบทำให้เด็กสาวต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง!”
“นั่นสิ! คงจะอิจฉาตาร้อนที่บ้านรองได้กินข้าวขาวและเนื้อหมูกระมัง ถึงได้ทำตัวเป็นสุนัขบ้าไล่กัดผู้อื่นเช่นนี้ สตรีเช่นนี้นับเป็นตัวกาลกิณีของหมู่บ้านโดยแท้!”
คำด่าทอและสายตาประณามหยามเหยียดที่เคยเล็งมายังหลินชิงเหมี่ยว บัดนี้ได้พุ่งตรงเข้าทิ่มแทงหวังเจียวลี่อย่างไร้ความปรานี หวังเจียวลี่ทนรับความอัปยศอดสูไม่ไหว นางยกมือขึ้นปิดหน้า แผดเสียงร้องกรี๊ดดิ้นรนแหวกวงล้อมของชาวบ้าน วิ่งเตลิดเปิดเปิงกลับไปยังทิศทางของบ้านตระกูลหลินสายหลักราวกับสุนัขที่ถูกตีจนหางจุกตูด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องเยาะเย้ยของชาวบ้านที่ดังไล่หลัง
หลินชิงเหมี่ยวลอบยิ้มเย็นในใจ ระบบเอไอในหัวแจ้งเตือนตัวอักษรสีเขียวสว่างวาบ *[ตรวจสอบพบสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ระดับความน่าเชื่อถือของโฮสต์ในสายตาชาวบ้านเพิ่มสูงขึ้น]*
ทว่านางยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เมื่อหันกลับมามองกระท่อมซอมซ่อของตนเองที่หลังคามีรอยรั่วและผนังไม้ผุพังจนแทบจะกันลมหนาวไม่ได้ หลินชิงเหมี่ยวก็สูดลมหายใจลึก แววตาแปรเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่น นางก้าวเข้าไปหาผู้ใหญ่บ้านโจวและเหล่าบุรุษฉกรรจ์ในหมู่บ้านที่ยังคงยืนรวมตัวกันอยู่
“ท่านผู้ใหญ่บ้านและท่านลุงท่านอาทุกท่านเจ้าคะ” เสียงใสกระจ่างของนางดึงดูดความสนใจของทุกคนอีกครั้ง หลินชิงเหมี่ยวล้วงก้อนเงินแท้สีเงินยวงที่เหลืออยู่ออกมาถือไว้ในมือ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตกกระทบก้อนเงินจนทอประกายบาดตา “ในเมื่อความจริงกระจ่างแล้ว ข้าก็มีเรื่องรบกวนอยากจะขอร้องทุกท่าน วันนี้ข้าต้องการจ้างช่างไม้และผู้มีแรงงานในหมู่บ้าน มาช่วยซ่อมแซมหลังคาและผนังกระท่อมของครอบครัวข้าให้แข็งแรงทนทานต่อลมหนาว ข้ามีเงินจ่ายค่าแรงให้อย่างงามและมีอาหารเลี้ยงดูอย่างดี ผู้ใดสนใจอยากรับงานนี้ โปรดลงชื่อกับท่านผู้ใหญ่บ้านได้เลยเจ้าค่ะ!”
สิ้นคำประกาศ ก้อนเงินในมือของเด็กสาวก็ราวกับมีมนต์ขลัง ดวงตาของชาวบ้านที่เคยมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น บัดนี้เบิกกว้างและลุกวาวด้วยความกระตือรือร้นและหวังในทรัพย์สิน ท่ามกลางเสียงจอแจของการแย่งกันเสนอตัวรับงาน มีสายตาอาฆาตมาดร้ายคู่หนึ่งจากเงามืดหลังต้นไม้ใหญ่กำลังจดจ้องมองเงินก้อนนั้นด้วยความริษยาจนแทบกระอักเลือด!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ซ่อมแซมกระท่อม]**