ตอนที่ 27

***บทที่ 27: ข่าวลือในหมู่บ้าน***

สองเท้าของหลินชิงเหมี่ยวเหยียบย่ำลงบนพื้นดินที่เริ่มจับตัวแข็งกระด้างจากไอเย็นระลอกใหม่ สายลมเหมันต์ที่พัดผ่านใบหน้ามิอาจเทียบได้กับความเยือกเย็นในแววตาของนาง แม้แผ่นหลังจะแบกสัมภาระทั้งผ้าห่มขนสัตว์และเสบียงกรังจนหนักอึ้ง ทว่าฝีเท้ากลับมั่นคงและรวดเร็ว สัญชาตญาณที่ผ่านการหล่อหลอมบอกนางว่า คลื่นลมระลอกใหญ่กำลังจะพัดโหมเข้าใส่กระท่อมผุพังของครอบครัวในไม่ช้า นางกระชับห่อผ้าให้แน่นขึ้น มุ่งหน้ากลับสู่หมู่บ้านชิงสุ่ยด้วยความระแวดระวัง

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ ลานกว้างใจกลางหมู่บ้านชิงสุ่ยซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของชาวบ้าน บริเวณบ่อน้ำเก่าแก่ที่เหล่าสตรีมักมารวมตัวกันซักผ้าและพูดคุยสัพเพเหระ หวังเจียวลี่เดินนวยนาดเข้ามาด้วยจริตจะก้านที่ถูกปั้นแต่ง ใบหน้าอวบอูมของป้าสะใภ้ใหญ่ประดับด้วยรอยยิ้มหยันที่ซ่อนความริษยาเอาไว้มิดชิด นางแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนท่อนไม้แห้งข้างบ่อน้ำ เรียกความสนใจจากสตรีวัยกลางคนสามสี่คนที่กำลังขยี้ผ้าอยู่

“เฮ้อ... สวรรค์ช่างไร้ตา ฟ้าช่างไร้ใจเสียจริง พวกเจ้าว่าหรือไม่ สมัยนี้คนซื่อสัตย์ทำนาแทบตายกลับไม่มีจะกิน แต่บางคนแค่ออกไปเดินทอดน่องในเมืองหลวง ไม่กี่ชั่วยามกลับมีเงินทองไหลมาเทมาเป็นกอบเป็นกำ” หวังเจียวลี่เปรยขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงดัดจริต ทว่าดังพอที่จะทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นชะงักมือ

“สะใภ้ใหญ่หลิน เจ้าพูดเรื่องอันใดกัน ใครหรือที่รวยชั่วข้ามคืน?” สตรีผู้หนึ่งถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสอดรู้สอดเห็นอันเป็นวิสัยของชาวบ้านว่างงาน

หวังเจียวลี่ตบเข่าฉาดใหญ่ แสร้งทำสีหน้าลำบากใจ “ข้ามิอยากจะพูดเลยจริงๆ มันช่างน่าอับอายขายหน้าบรรพบุรุษตระกูลหลินเสียนี่กระไร! พวกเจ้าก็รู้ว่าครอบครัวของน้องรองหลินต้าซานเพิ่งถูกไล่ออกไป บ้านก็ซอมซ่อ ข้าวก็ไม่มีจะกรอกหม้อ แต่วันนี้... ข้าบังเอิญไปเห็นหลินชิงเหมี่ยว นังหลานสาวตัวดีที่ตลาดอำเภอ มันเดินจับจ่ายใช้สอยซื้อผ้าห่มขนสัตว์เนื้อดี ซื้อผ้าฝ้ายพับใหญ่ราวกับเศรษฐีนี! เงินทองตั้งมากมายขนาดนั้น ลำพังแค่เก็บผักเก็บหญ้าป่าไปขาย จะได้สักกี่อีแปะเชียว!”

คำกล่าวของหวังเจียวลี่เปรียบเสมือนหินก้อนใหญ่ที่ทุ่มลงในสระน้ำนิ่ง บรรดาชาวบ้านต่างเบิกตาตากว้าง เสียงสูดลมหายใจดังระงม ความริษยาและความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของทุกคนอย่างรวดเร็ว

“แล้วเจ้าคิดว่านางเอาเงินมาจากไหนล่ะ?” สตรีอีกคนถามเสียงกระซิบกระซาบ แววตาเต็มไปด้วยความคาดเดาไปในทางอกุศล

หวังเจียวลี่แค่นเสียงเย็นชา มุมปากบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ “นังเด็กนั่นหน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้ แถมยังอายุเข้าวัยสาวเต็มตัว เด็กสาวบ้านนอกที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า จู่ๆ มีเงินก้อนใหญ่กลับมา พวกเจ้าลองใช้สมองคิดดูเถิด... หากมิใช่นางแอบไปทำเรื่องบัดสีบัดเถลิง ขายเรือนร่างให้พวกเศรษฐีตัณหากลับในเมือง หรือไม่ก็ไปขโมยทรัพย์สินผู้อื่นมา แล้วจะมีเงินได้อย่างไร! ช่างเป็นที่เสื่อมเสียเกียรติยศของสตรีในหมู่บ้านเราเสียจริง หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ลูกสาวบ้านอื่นจะออกเรือนได้อย่างไร ในเมื่อมีตัวกาลกิณีมั่วโลกีย์อยู่ร่วมหมู่บ้าน!”

ถ้อยคำใส่ร้ายป้ายสีที่ถูกทักทอด้วยความริษยาของหวังเจียวลี่แพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่ง เพียงไม่ถึงครึ่งค่อนวัน "เรื่องอื้อฉาว" ของหลินชิงเหมี่ยวก็ถูกเล่าปากต่อปาก จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย ข่าวลือถูกใส่สีตีไข่จนกลายเป็นว่านางไปเป็นอนุภรรยาลับของเศรษฐีชราในเมืองบ้าง ไปเป็นนางโลมบ้าง

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อหลินชิงเหมี่ยวเดินออกจากกระท่อมเพื่อไปตักน้ำที่ลำธาร นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความอึดอัด สายตาของชาวบ้านที่เคยมองนางด้วยความเวทนาสงสาร บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสายตาเหยียดหยาม รังเกียจ และจับผิด บางคนถึงขั้นถ่มน้ำลายลงพื้นเมื่อนางเดินผ่าน สตรีบางคนดึงตัวบุตรสาวออกห่างราวกับนางเป็นโรคระบาดร้ายแรง เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาตามสายลม ล้วนแล้วแต่เป็นถ้อยคำบาดหูที่วิจารณ์ถึงความบริสุทธิ์และเกียรติยศของนาง

ชิงเหมี่ยวกำหมัดแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อ ทว่าใบหน้างามกลับเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น นางเพียงปรายตามองกลุ่มคนที่กำลังนินทาด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง นางรู้ดีว่านี่คือฝีมือของผู้ใด วิกฤตชื่อเสียงในยุคโบราณเช่นนี้ หากเป็นสตรีอื่นคงผูกคอตายหนีความอายไปแล้ว แต่สำหรับวิญญาณหมอสาวจากยุคปัจจุบันอย่างนาง ข่าวลือไร้สาระพวกนี้เป็นเพียงแค่แมลงหวี่แมลงวันที่น่ารำคาญเท่านั้น

ขณะที่นางกำลังจะหันหลังกลับกระท่อม ร่างท้วมของสตรีผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหา หลี่ชุนฮวา หรือท่านป้าหลี่ เพื่อนบ้านผู้มีน้ำใจงดงาม ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแม้ในยามอากาศหนาวเย็น แววตาฉายชัดถึงความตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างลึกซึ้ง

“ชิงเหมี่ยว! ชิงเหมี่ยวลูกเอ๊ย! แย่แล้ว!” ท่านป้าหลี่คว้าแขนเด็กสาวไว้แน่น หอบหายใจจนตัวโยน

“ท่านป้าหลี่ ค่อยๆ พูดเถิดเจ้าค่ะ เกิดเรื่องอันใดขึ้น หรือว่ามีใครเป็นอะไร?” ชิงเหมี่ยวรีบประคองเพื่อนบ้านผู้มีพระคุณ น้ำเสียงอ่อนโยนลงหลายส่วน

“จะมิให้ร้อนรนได้อย่างไรกัน!” ท่านป้าหลี่ทุบอกตัวเองด้วยความอึดอัดใจ “เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าตอนนี้ทั้งหมู่บ้านกำลังลือเรื่องเจ้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว! ป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้า นางไปเที่ยวป่าวประกาศว่าเจ้าไปทำเรื่องเสื่อมเสียในเมืองจนได้เงินมาซื้อของใช้แพงๆ ตอนนี้ชาวบ้านพากันเชื่อเป็นตุเป็นตะ บางคนถึงขั้นจะไปร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านให้ขับไล่ครอบครัวเจ้าออกจากหมู่บ้าน โทษฐานทำให้เสื่อมเสียจารีตประเพณี!”

ชิงเหมี่ยวหรี่ตาลง รังสีอำมหิตพาดผ่านนัยน์ตาสีรัตติกาลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาสงบนิ่ง “ท่านป้าหลี่เชื่อข่าวลือพวกนั้นหรือเจ้าคะ?”

“เหลวไหล! ป้าจะไปเชื่อคำพูดมีพิษของหวังเจียวลี่ได้อย่างไร!” ท่านป้าหลี่เอ็ดเสียงเข้ม “ป้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย รู้ดีว่าเจ้าเป็นเด็กกตัญญูและรักเกียรติรักศักดิ์ศรีเพียงใด แต่ชิงเหมี่ยว... ข่าวลือฆ่าคนได้โดยไม่ต้องใช้ดาบนะลูก หากปล่อยไว้เช่นนี้ ชื่อเสียงของเจ้าจะป่นปี้ ต่อไปจะแต่งงานออกเรือนได้อย่างไร แล้วบิดามารดาของเจ้าที่กำลังป่วยไข้ หากมาได้ยินเรื่องพรรค์นี้เข้า อาการจะยิ่งทรุดหนัก ป้าเป็นห่วงเจ้าจริงๆ”

หลินชิงเหมี่ยวยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นทั้งอ่อนโยนต่อผู้ที่หวังดี และแฝงความเหี้ยมเกรียมต่อศัตรูในเวลาเดียวกัน นางกุมมือหยาบกร้านของท่านป้าหลี่ไว้แน่น “ขอบคุณท่านป้าที่เมตตาและเชื่อใจข้าเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าหลินชิงเหมี่ยวไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ย่อมไม่เกรงกลัวผีสางเทวดาหน้าไหน ทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ ในเมื่อมีคนอยากสาดน้ำสกปรกใส่ข้า ข้าก็จะให้พวกมันได้เห็นว่า ผลของการเล่นกับไฟนั้นเป็นเช่นไร”

ท่านป้าหลี่มองแววตามุ่งมั่นของเด็กสาวแล้วก็ให้รู้สึกขนลุกซู่ประหลาด คล้ายกับว่าดรุณีตรงหน้ามิใช่เด็กสาวผู้อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป ทว่าก่อนที่ท่านป้าหลี่จะทันได้กล่าวสิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังกระหึ่มมาจากทางหน้าหมู่บ้าน มุ่งตรงมายังทิศทางของกระท่อมตระกูลหลินสายรอง

เสียงตะโกนด่าทอและเสียงฝีเท้าหนักหน่วงบดขยี้กิ่งไม้แห้งดังระงมเข้าใกล้มาทุกที นำหน้ามาด้วยสตรีร่างท้วมที่เดินเชิดหน้าชูตาอย่างผู้ชนะ หวังเจียวลี่พาชาวบ้านที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและพร้อมจะเหยียบย่ำผู้อื่น มาถึงหน้าประตูกระท่อมซอมซ่อแล้ว!

“หลินชิงเหมี่ยว! นังเด็กไร้ยางอาย! วันนี้แหละที่ข้าจะกระชากหน้ากากของเจ้าให้ทุกคนได้เห็น!” เสียงแหลมปรี๊ดของหวังเจียวลี่แผดลั่น กรีดแทงความเงียบสงบของยามเช้าจนขาดสะบั้น

ชิงเหมี่ยวเบนสายตามองกลุ่มคนที่กำลังล้อมกระท่อมของนางเอาไว้ทีละคน แววตาของนางเยือกเย็นจนถึงขีดสุด ริมฝีปากบางยกยิ้มเย็นชาขึ้นที่มุมปาก

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตอกกลับข่าวลือ]**