ตอนที่ 26

***บทที่ 26: ซื้ออุปกรณ์ทำฟาร์ม***

เมื่อก้าวเท้าออกจากโรงหมอหุยชุนได้ไม่นานนัก หลินชิงเหมี่ยวพลันรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาแต่ไกล ด้วยความคุ้นเคยกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน ประกอบกับสัญชาตญาณอันเฉียบคมที่ถูกหล่อหลอมด้วยน้ำพุวิญญาณ ทำให้นางรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่มุ่งร้ายแผ่ออกมาจากเงามืดในตรอกแคบๆ ใจกลางเมือง นางมิได้ตื่นตระหนก ทว่ากลับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเล็กน้อย พลางใช้สายตาสอดส่องไปรอบกายเพื่อประเมินสถานการณ์

เสียงฝีเท้าที่ตามมาติดๆ ยิ่งยืนยันความรู้สึกของนาง ชิงเหมี่ยวแสร้งทำเป็นเดินชมแผงสินค้าที่ตั้งเรียงรายตามท้องถนน ทว่าในใจกลับคำนวณเส้นทางและหาจังหวะที่จะหลบหลีก นางเบนกายเข้าสู่ตรอกเล็กที่เต็มไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศและเสียงพ่อค้าแม่ขายระงม ก่อนจะเลี้ยวซ้ายขวาอย่างรวดเร็วราวกับปลาไหลในน้ำ มือเรียวหยิบจับผ้าเช็ดหน้าสีสดจากแผงค้าแผงหนึ่งขึ้นมาบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง พลางกลมกลืนไปกับฝูงชนอย่างแนบเนียน

ชายฉกรรจ์หน้าบากทั้งสองเมื่อตามมาถึงก็พบเพียงความว่างเปล่า ภาพของเด็กสาวบอบบางเมื่อครู่ได้หายไปในหมู่มวลผู้คนราวกับไม่เคยปรากฏอยู่ หมอผิงได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความโมโหเมื่อลูกน้องกลับมารายงานความล้มเหลว นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความเคียดแค้น ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ในยามนี้

หลินชิงเหมี่ยวถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อแน่ใจว่าได้สะบัดพวกผู้ไม่หวังดีหลุดไปแล้ว นางเดินลึกเข้าไปในย่านการค้าพลางคิดถึงสิ่งที่จะต้องซื้อต่อไป เงินก้อนงามในถุงผ้ามิได้ทำให้นางหลงระเริง หากแต่กลับเป็นแรงผลักดันให้นางต้องใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดที่สุด

“ถึงคราวที่จะต้องยกระดับเครื่องมือทำกินเสียที” นางรำพึงกับตัวเองเบาๆ นัยน์ตาฉายแววแน่วแน่ นางรู้ดีว่าผืนดินที่แห้งแล้งในหมู่บ้านชิงสุ่ยนั้นยากแก่การเพาะปลูก และจอบเสียมเก่าๆ ที่บิดาใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็ทรุดโทรมเต็มที ถึงเวลาแล้วที่จะลงทุนเพื่ออนาคตของครอบครัว

นางตรงไปยังร้านขายอุปกรณ์การเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลินโจว ร้านแห่งนี้มีชื่อเสียงมายาวนานในด้านคุณภาพและความคงทนของเครื่องมือ “เถ้าแก่ ข้าขอชมจอบและเสียมที่แข็งแรงที่สุดในร้านของท่าน” ชิงเหมี่ยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

เถ้าแก่ร้านมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ด้วยวัยเพียงเท่านี้แต่กลับมีแววตาที่หนักแน่นและคำพูดที่ฉะฉาน เขานึกว่านางมากับผู้ใหญ่ แต่เมื่อเห็นนางมาเพียงลำพังก็อดทึ่งมิได้ “แม่หนู ตาเฒ่าผู้นี้มีจอบและเสียมที่ทำจากเหล็กกล้าชั้นดี ทนทานต่อการใช้งานหนัก ไม่บิ่นไม่หักง่ายๆ อย่างแน่นอน แต่ราคาก็สูงอยู่ไม่น้อย”

ชิงเหมี่ยวพยักหน้า “มิเป็นไร ขอเพียงคุณภาพดีเยี่ยมก็พอ” นางพิจารณาเครื่องมือแต่ละชิ้นอย่างถี่ถ้วน มือเรียวลูบคลำใบจอบและเสียมที่ขึ้นเงาวับ ตรวจสอบรอยเชื่อมและด้ามจับไม้เนื้อแข็งที่ขัดเงาอย่างดี นางเลือกจอบที่มีน้ำหนักพอเหมาะมือ เสียมที่คมกริบ และพลั่วเหล็กกล้าที่แข็งแกร่ง ทั้งหมดล้วนเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดภาระให้บิดาและช่วยให้นางทำงานในไร่นาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นางยังซื้อคราดเหล็กขนาดใหญ่ ขวานสำหรับผ่าฟืน และมีดพร้าสำหรับถางทางอีกหลายเล่ม เครื่องมือเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกที่กว้างใหญ่ขึ้นในอนาคต

"เครื่องมือเหล่านี้เป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนผืนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นสวนสมุนไพรปราณอันอุดม" ชิงเหมี่ยวคิดในใจด้วยความภาคภูมิใจ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างมิอาจปิดบัง การยกระดับเครื่องมือทำกินในครั้งนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายที่นางตั้งไว้

หลังจากได้อุปกรณ์ทำฟาร์มครบถ้วน ชิงเหมี่ยวก็มุ่งหน้าสู่ร้านขายผ้า นางตระหนักดีว่าฤดูหนาวกำลังจะมาเยือน อากาศในหมู่บ้านจะหนาวเหน็บจนถึงกระดูก และกระท่อมหลังน้อยของนางก็มิได้แข็งแรงพอที่จะต้านทานความหนาวเย็นได้ทั้งหมด นางเลือกซื้อผ้าห่มขนสัตว์หนานุ่มหลายผืน รวมถึงผ้าฝ้ายเนื้อดีสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้ากันหนาวให้ครอบครัว เพื่อให้ทุกคนอบอุ่นและปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บในช่วงฤดูหนาวอันโหดร้าย

ทุกย่างก้าวของหลินชิงเหมี่ยวถูกจับจ้องจากเงามืดที่ไม่ห่างไกลนัก หวังเจียวลี่ที่บังเอิญ (หรือจงใจ) มาจับจ่ายในตลาด เห็นหลานสาวตนเองเดินเลือกซื้อของมีค่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางแทบไม่เชื่อสายตาที่เห็นชิงเหมี่ยวใช้เงินราวกับเศษกระดาษ ซื้อทั้งเครื่องมือเหล็กกล้าคุณภาพดีและผ้าห่มขนสัตว์ราคาสูงลิบลิ่ว

“นังเด็กนี่มันไปเอาเงินมาจากไหนนักหนา! เมื่อวานยังยากจนข้นแค้น วันนี้กลับใช้เงินเป็นฟ่อนๆ ราวกับคุณหนูตระกูลใหญ่” หวังเจียวลี่พึมพำกับตัวเองด้วยความริษยา ใบหน้าของนางบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยขุ่นมัวพลันตาลุกวาวราวกับเห็นขุมทรัพย์ นางติดตามชิงเหมี่ยวไปอย่างลับๆ ด้วยความสงสัยและตั้งใจที่จะสืบสาวราวเรื่องให้ได้ว่าเงินก้อนนี้มาจากที่ใด และที่สำคัญ... จะทำอย่างไรให้นางได้ส่วนแบ่งบ้าง!

ชิงเหมี่ยวสัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้อง แม้นางไม่เห็นตัวตนแต่ก็รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา นางมิได้หันกลับไปมอง ทว่าเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อตรงกลับหมู่บ้าน ในใจของนางมีความคิดมากมาย ทั้งความยินดีที่ได้เครื่องมือใหม่และความกังวลถึงภัยอันตรายที่ยังคงคืบคลานเข้าหา นางไม่ล่วงรู้เลยว่าหวังเจียวลี่ได้ปักใจเชื่อไปแล้วว่านางไปทำเรื่องเสื่อมเสีย หรือไม่ก็ขโมยสมบัติมา นางได้แต่กัดฟันกรอด และสาบานในใจว่าเรื่องราวในวันนี้จะต้องถูกนำไปเป็นเชื้อไฟก่อความวุ่นวายในหมู่บ้านอย่างแน่นอน

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ข่าวลือในหมู่บ้าน]**