ตอนที่ 1

***บทที่ 1: ตื่นขึ้นมาในห้องครัวซอมซ่อ***

รสชาติหวานล้ำและกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำแกงเป๋าฮื้อตุ๋นยอดน้ำซุป ยังคงอวลหลอกหลอนอยู่ที่ปลายลิ้น

หลินเหม่ยหลิน หัวหน้าเชฟระดับมิชลินสตาร์ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งวงการอาหารรำลึกได้เพียงว่า ตนเองกำลังชิมผลงานชิ้นเอกที่เพิ่งเคี่ยวกรำมานานกว่าสิบชั่วยาม ทว่าเพียงชั่วพริบตาที่กลืนน้ำแกงลงคอ เศษวัตถุดิบชิ้นหนึ่งกลับติดหลอดลมอย่างไม่คาดฝัน ความทรมานจากการขาดอากาศหายใจพรากสติของเธอไปในความมืดมิด ช่างเป็นจุดจบที่น่าขันยิ่งนักสำหรับสตรีผู้ใช้ทั้งชีวิตอุทิศให้กับการรังสรรค์อาหาร ทว่ากลับต้องมาตายเพราะสำลักน้ำแกงของตนเอง!

"นังสะใภ้ตัวดี! ตะวันโด่งจนจะเผาก้นอยู่แล้ว ยังจะแกล้งตายอยู่อีกหรือ!"

เสียงตวาดแหลมปรี๊ดราวกับเป็ดถูกเชือดดึงสติของหลินเหม่ยหลินให้กระชากกลับมาอย่างรุนแรง หญิงสาวเบิกตาโพลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ทว่าสิ่งที่ปะทะจมูกกลับไม่ใช่กลิ่นเครื่องเทศชั้นเลิศในครัวอันโอ่อ่า แต่เป็นกลิ่นเหม็นอับของควันไฟ ขี้เถ้าเย็นชืด และความชื้นราดมิดที่ชวนให้สะอิดสะเอียน

ความเจ็บปวดแล่นแปลบปลาบไปทั่วขมับ พร้อมกับความทรงจำสายหนึ่งที่ทะลักทลายเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก

หมู่บ้านชิงสุ่ย... ตระกูลหลี่... และเจ้าของร่างนี้ที่มีนามว่า 'หลินเหม่ยหลิน' เช่นเดียวกับเธอ!

หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบกาย พบว่าตนเองกำลังนอนขดอยู่บนกองฟางแห้งๆ มุมหนึ่งในห้องครัวซอมซ่อ ผนังดินแตกร้าวมีลมโกรกลอดเข้ามา เตาไฟตรงหน้าเย็นเฉียบไร้ร่องรอยการใช้งานมาหลายมื้อ ท้องของเธอกำลังส่งเสียงร้องโครกครากอย่างบ้าคลั่ง มันคือความหิวโหยระดับที่เชฟผู้เพียบพร้อมอย่างเธอไม่เคยพานพบมาก่อน เป็นความหิวที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูกดำ

ร่างเดิมนี้คือสะใภ้รองแห่งบ้านตระกูลหลี่ หญิงสาวผู้อาภัพที่ถูกจ้าวกุ้ยเซียนผู้เป็นแม่สามีกดขี่ข่มเหงสารพัด หลี่จงผู้เป็นสามีต้องจากบ้านไปเป็นผู้คุ้มกันขบวนสินค้าในแดนไกลเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ทว่าเงินเบี้ยหวัดทุกอีแปะที่เขาส่งกลับมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย กลับถูกแม่สามีหน้าเลือดฮุบไปบำเรอ 'หลี่ต้าเหอ' บุตรชายคนโตผู้เป็นบัณฑิตสอบตกซ้ำซาก ปล่อยให้สะใภ้รองและหลานชายตัวน้อยต้องอดมื้อกินมื้อ ทำงานหนักเยี่ยงทาสจนร่างเดิมทนความหิวและเหนื่อยล้าไม่ไหว สิ้นใจไปอย่างเงียบงันในห้องครัวแห่งนี้

ปัง!

บานประตูไม้ผุพังถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุดหล่น ร่างของหญิงชราวัยห้าสิบเศษในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มพุ่งพรวดเข้ามา นัยน์ตาขุ่นมัวของจ้าวกุ้ยเซียนถมึงทึง โหนกแก้มสูงปรี๊ดของนางบ่งบอกถึงนิสัยมาดร้ายและตระหนี่ถี่เหนียว

"มัวแต่นอนเบิกตาบื้อใบ้อยู่ทำไม! งานบ้านมีเป็นภูเขาเลากา ฟืนก็ยังไม่ได้ผ่า น้ำก็ยังไม่ได้หาบ นังตัวซวยขี้เกียจสันหลังยาว! ข้าอุตส่าห์เสียเงินสู่ขอเจ้ามาให้ลูกรอง หวังจะให้มาปรนนิบัติรับใช้ ไม่ได้ให้มานอนกินบ้านกินเมืองเยี่ยงนี้!"

จ้าวกุ้ยเซียนชี้หน้าด่าทอ น้ำลายกระเด็นเป็นฝอย นางก้าวฉับๆ หวังจะเงื้อมือหยิกทึ้งสะใภ้รองให้หลาบจำดังเช่นทุกครา ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มือเหี่ยวย่นกำลังจะคว้าจิกเส้นผมของร่างบาง หลินเหม่ยหลินกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไว พร้อมกับตวัดสายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในเหมันตฤดูจ้องมองกลับไป

สายตานั้นดุดันและทรงอำนาจเสียจนจ้าวกุ้ยเซียนถึงกับชะงักงัน มือที่เงื้อขึ้นค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ

"ท่านแม่สามี" น้ำเสียงของหลินเหม่ยหลินแหบพร่าแต่กลับหนักแน่น แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายคุกคามที่ทำให้ผู้ฟังขนลุกซู่ "แหกปากโวยวายตั้งแต่เช้าตรู่ ท่านไม่กลัวชาวบ้านเขาจะแห่มาดูงิ้วโรงใหญ่หรือไร?"

"จ...เจ้า! นังแพศยา! เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับข้าหรือ!" จ้าวกุ้ยเซียนเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ สะใภ้รองที่ปกติเอาแต่ก้มหน้าหน้าสั่นงันงก วันนี้กลับกล้าจ้องตาและยอกย้อนนาง!

"ข้ากล่าวสิ่งใดผิดไปหรือ?" หลินเหม่ยหลินแค่นเสียงหัวเราะหยัน ค่อยๆ ยันกายที่สั่นเทาเพราะความหิวให้ลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่ท่วงท่ากลับสง่าผ่าเผยราวกับนางพญา "ท่านด่าว่าข้าขี้เกียจ? ท่านลองแหกตาดูเถิดว่างานในบ้านตระกูลหลี่ตั้งแต่ไก่โห่จนตะวันตกดิน ผู้ใดเป็นคนทำ! ข้าวสารในครัวนี้แทบไม่เหลือสักเม็ดให้ตกถึงท้องข้ากับลูก แต่ท่านกลับเอาเงินก้อนโตที่หลี่จงเสี่ยงตายคุ้มกันสินค้าส่งมาให้ ไปซื้อเนื้อหมู ซื้อกระดาษพู่กันให้พี่ใหญ่ที่สอบจอหงวนไม่ติดสักทีผลาญเล่น!"

"หุบปากนะ!" จ้าวกุ้ยเซียนหน้าดำหน้าแดง ถูกแทงใจดำจนเต้นผาง "เงินนั่นเป็นของตระกูลหลี่ ข้าเป็นมารดา ย่อมมีสิทธิ์จัดสรร! ต้าเหอเป็นความหวังของตระกูล หากเขาสอบได้เป็นขุนนาง พวกเจ้าก็จะได้เสวยสุขไปด้วย!"

"เสวยสุขหรือ?" หลินเหม่ยหลินเหยียดยิ้มเย็นชา "เกรงว่ากว่าพี่ใหญ่จะสอบได้ ข้ากับหลี่เสี่ยวเป่าคงเหลือแต่กระดูกแห้งคาเรือนกระจอกๆ นี่แล้วกระมัง ท่านกลับไปเสียเถิด หากยังขืนบีบคั้นกันให้ตาย ข้าจะออกไปป่าวประกาศหน้าหมู่บ้าน ให้รู้กันไปเลยว่าครอบครัวหลี่ที่มีว่าที่ขุนนาง รังแกสะใภ้และหลานชายจนอดตาย อกตัญญูต่อเงินหยาดเหงื่อของลูกชายคนรอง ดูสิว่าพี่ใหญ่ของท่านจะยังมีหน้าไปสอบอีกหรือไม่!"

"เจ้า... นังตัวดี! ฝากไว้ก่อนเถิด!"

จ้าวกุ้ยเซียนถูกวาจาคมกริบของสะใภ้รองตอกกลับจนหน้าหงาย อีกทั้งยังหวาดกลัวว่าชื่อเสียงของบุตรชายคนโตจะมัวหมอง นางจึงได้แต่ถ่มน้ำลายลงพื้น กระทืบเท้าปึงปังแล้วสะบัดหน้าเดินฮึดฮัดจากไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังสนั่น

เมื่อพ้นร่างแม่สามี หลินเหม่ยหลินก็ทิ้งตัวลงนั่งบนกองฟางอย่างหมดสภาพ หอบหายใจถี่กระชั้น การปะทะคารมเมื่อครู่ดึงพลังงานเฮือกสุดท้ายของร่างกายนี้ไปจนหมดสิ้น ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงกรอบแกรบแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากหลังกองฟืนซอกเตา

ร่างเล็กจ้อยผอมโซปรากฏขึ้นในกรอบสายตา เด็กชายวัยสี่หนาวที่มีรูปร่างแคระแกร็นราวกับเด็กสองหนาว เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเปรอะเปื้อนคราบเขม่า ใบหน้ามอมแมมนั้นมีดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดหวั่น ทว่าก็แฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง

"เสี่ยวเป่า..." หลินเหม่ยหลินครางเรียกชื่อเด็กน้อยตามสัญชาตญาณของร่างเดิม ความรู้สึกผูกพันและปวดหนึบในอกแล่นพล่านขึ้นมา

เด็กน้อยค่อยๆ คลานเข่าเข้ามาหา มือน้อยๆ ที่สั่นเทายื่นออกมาตรงหน้า ในฝ่ามือที่เปื้อนฝุ่นนั้น มีแผ่นแป้งหยาบๆ สีคล้ำที่แข็งเป็นหินซ่อนอยู่

"ท่านแม่... กิน..." เสียงเล็กๆ สั่นเครือ "ข้าแอบเก็บไว้... ไม่ให้ท่านย่าเห็น... ท่านแม่กินนะขอรับ ท่านจะได้ไม่ปวดท้อง"

หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาของหลินเหม่ยหลินโดยไม่รู้ตัว อดีตเชฟผู้เคยกินแต่อาหารเลิศรสระดับโลก บัดนี้กลับรู้สึกว่าแผ่นแป้งแข็งๆ ดั่งก้อนกรวดในมือเด็กน้อย คือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต เธอรับแผ่นแป้งนั้นมา หักแบ่งครึ่งด้วยความยากลำบาก แล้วยื่นชิ้นที่ใหญ่กว่าคืนให้เด็กชาย

"เรามากินด้วยกันนะ เสี่ยวเป่า"

เด็กน้อยส่ายหน้าแรงๆ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ แม้แววตาจะหิวโหยเพียงใด "ข้าไม่หิว ท่านแม่กินเถิด"

หลินเหม่ยหลินดึงตัวเด็กน้อยเข้ามากอดไว้แน่น กลิ่นอับและฝุ่นผงไม่อาจกลบความอบอุ่นของสายใยนี้ได้ ในใจของเธอพลันจุดประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นขึ้นมาอย่างแรงกล้า

ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้เธอกลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างนี้ เธอจะไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหงได้อีก! ห้องครัวซอมซ่อแห่งนี้ แม้จะไร้ข้าวสารอาหารแห้ง มีเพียงไหเกลือเก่าๆ และพริกป่าแห้งเหี่ยวไม่กี่เม็ด เธอก็จะใช้สองมือของเชฟมิชลินสตาร์ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นขุมทรัพย์ให้จงได้! เริ่มจากของป่าหมักเกลือหรือน้ำพริกสูตรพิเศษสักอย่าง เธอจะต้องหาเงินมาเลี้ยงดูเสี่ยวเป่าให้เติบโตอย่างแข็งแรงและสง่างามที่สุด!

ทว่า... อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่จำต้องพ่ายแพ้ต่อความเป็นจริงของร่างกาย

ความหิวโหยที่สะสมมานานขีดสุดทะลุจุดวิกฤต ภาพตรงหน้าของหลินเหม่ยหลินเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนวน เสียงเรียก 'ท่านแม่' ของเสี่ยวเป่าฟังดูห่างไกลออกไปทุกที ร่างกายบางซูบซีดโงนเงนและร่วงหล่นลงสู่อ้อมกอดของความมืดมิดอีกครั้ง

แต่ในวินาทีที่สติกำลังจะดับวูบ เสียงที่ราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ คล้ายกับเสียงกระดิ่งแก้วที่กังวานก้องมาจากอีกมิติหนึ่ง กลับดังก้องขึ้นในห้วงลึกของสมอง!

*[ตรวจพบวิญญาณผสานร่างเสร็จสมบูรณ์... ระดับความหิวโหยของผู้ใช้งานเข้าขั้นวิกฤต... ระบบครัวสวรรค์และปัญญาประดิษฐ์เสี่ยวชุ่ย... กำลังเริ่มทำงาน!]*

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เสียงเรียกจากระบบครัวสวรรค์]**