ตอนที่ 7
***บทที่ 7: ลึกเข้าไปในภูเขาหมอกคราม***
สองเท้าของหลินเหม่ยหลินเหยียบย่ำลงบนผืนหญ้าที่ชุ่มชื้นไปด้วยน้ำค้างยามรุ่งสาง ยิ่งนางก้าวลึกเข้าไปในอาณาเขตของภูเขาหมอกครามมากเท่าใด ม่านหมอกสีขาวขุ่นที่ลอยระเรี่ยอยู่ตามพื้นดินก็ยิ่งหนาทึบขึ้นเท่านั้น อากาศรอบกายเย็นเยียบจนบาดผิว ทว่าไม่อาจดับไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของอดีตแม่ครัวยอดฝีมือได้
"เสี่ยวชุ่ย ทิศทางใด?" หลินเหม่ยหลินเอ่ยถามในใจ ขณะที่มือหนึ่งกระชับด้ามมีดทำครัวเล่มเก่าไว้แน่นราวกับเป็นเครื่องรางคุ้มภัย
"ตรงไปทางทิศอุดรอีกราวครึ่งลี้เจ้าค่ะนายหญิง คลื่นพลังงานพืชระดับวิเศษกำลังเต้นเร่าอยู่ตรงนั้น แต่ระวังด้วยนะเจ้าคะ คลื่นพลังชีวิตที่ดุร้ายก็กำลังเข้าใกล้จุดหมายเช่นเดียวกัน!" เสียงของปัญญาประดิษฐ์สาวดังขึ้นในโสตประสาทอย่างแม่นยำ
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก นางเรียกใช้ความสามารถ 'เนตรวิเคราะห์' ในทันที ฉับพลันนั้น โลกทัศน์เบื้องหน้าของนางก็พลันแปรเปลี่ยนไป ท่ามกลางความมืดมิดและม่านหมอก เส้นสายสีทองและสีเขียวเรืองรองปรากฏขึ้นตามต้นไม้ใบหญ้า บ่งบอกถึงระดับคุณภาพของพืชพรรณต่างๆ ทว่านางมิได้สนใจสมุนไพรระดับทั่วไปที่กระจายอยู่ตามรายทาง เป้าหมายของนางมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เมื่อแหวกพุ่มหนามที่พันเกี่ยวกันอย่างซับซ้อนออกไป เบื้องหน้าของหลินเหม่ยหลินก็ปรากฏลานดินแคบๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ดึกดำบรรพ์ ณ ใจกลางลานดินแห่งนั้น แสงสีม่วงอมแดงเรืองรองจางๆ แผ่ซ่านออกมาจากกอพืชประหลาดกลุ่มหนึ่ง
"นี่มัน..." หลินเหม่ยหลินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณและวิญญาณแห่งสุดยอดแม่ครัวในตัวนางร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง
เบื้องหน้าของนางคือดง 'กระเทียมป่า' ทว่ามิใช่กระเทียมป่าธรรมดา ใบของมันอวบหนาสีเขียวเข้ม หัวกระเทียมที่โผล่พ้นดินมีสีม่วงระเรื่อดุจอัญมณี แผ่กลิ่นหอมฉุนอมหวานที่กระตุ้นต่อมน้ำลายให้หลั่งไหล ยิ่งไปกว่านั้น ถัดไปไม่ไกลยังมีเถาวัลย์ที่ออกผลสีแดงสดขนาดเท่าปลายนิ้ว มันคือ 'เครื่องเทศเพลิงบรรพกาล' เครื่องเทศป่าหายากที่ให้รสเผ็ดร้อนล้ำลึกและกลิ่นหอมหวนทะลวงทรวงอก!
"วัตถุดิบชั้นยอด! หากนำกระเทียมป่าระดับวิเศษนี้ไปโขลกผสานกับเครื่องเทศหายาก ย่อมสามารถรังสรรค์น้ำพริกที่รสชาติสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งปฐพีได้อย่างแน่นอน!"
หลินเหม่ยหลินไม่รอช้า นางรีบปราดเข้าไปใช้มีดทำครัวขุดแซะดินอย่างระมัดระวังแต่ว่องไวที่สุด หัวกระเทียมป่าและพวงเครื่องเทศสีแดงสดถูกเก็บเกี่ยวลงในตะกร้าสะพายหลังอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบทั้งสองชนิดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังเอื้อมมือไปเก็บเครื่องเทศพวงสุดท้ายนั้นเอง...
กรรจ์!
เสียงขู่คำรามต่ำลึกดังก้องมาจากหลังพุ่มไม้ใหญ่ด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักทึบที่เหยียบย่ำกิ่งไม้แห้งจนหักสะบั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลินเหม่ยหลินสั่นสะเทือนเบาๆ
"นายหญิง! มันมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุ่ยกรีดร้องเตือน
หลินเหม่ยหลินตวัดสายตาหันขวับไปมอง เงาดำทะมึนพุ่งพรวดพ้นแนวม่านหมอกออกมา มันคือหมูป่าตัวเขื่อง แม้จะดูเหมือนยังไม่โตเต็มวัย แต่น้ำหนักตัวของมันย่อมไม่ต่ำกว่าร้อยชั่ง ขนสีดำสนิทของมันแข็งชันดุจเข็ม เขี้ยวคู่หน้าแม้จะยังสั้นแต่ก็แหลมคมวาววับ ดวงตาเล็กๆ ของมันแดงก่ำจ้องเขม็งมาที่ตะกร้าสมุนไพรบนหลังของนางด้วยความโกรธเกรี้ยวและหิวโหย
สัตว์ป่ามีสัญชาตญาณในการตามหาของวิเศษเพื่อบำรุงกำลัง เมื่อเห็นมนุษย์ตัวจ้อยแย่งชิงอาหารอันโอชะไปต่อหน้าต่อตา หมูป่าตัวน้อยที่ดุร้ายเกินวัยจึงพ่นลมหายใจฟืดฟาดออกทางจมูก ก่อนจะตะกุยเท้าหน้าลงกับพื้นดินและพุ่งทะยานเข้าใส่หลินเหม่ยหลินราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง!
"บ้าเอ๊ย!" หลินเหม่ยหลินสบถในใจ ร่างกายของนางในยามนี้แม้จะฟื้นฟูขึ้นมากแล้วจากน้ำอมฤต แต่ก็ยังบอบบางเกินกว่าจะปะทะกับสัตว์ป่าโดยตรง หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด กรามของหมูป่าเฉียดชายเสื้อของนางไปเพียงเส้นหางอึ่ง มันพุ่งชนต้นไม้ใหญ่จนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะสะบัดหัวอย่างมึนงงแล้วหันขวับกลับมาเตรียมพุ่งชนอีกรอบ
เวลานี้เองที่หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมเต็มแผ่นหลังของหลินเหม่ยหลิน เหตุการณ์เอาชีวิตรอดเฉียดตายครั้งนี้ทำให้นางตระหนักรู้แจ้งขึ้นมาในใจอย่างลึกซึ้ง *'ข้าประมาทเกินไป! ความโลภและสัญชาตญาณแม่ครัวทำให้ข้ามองข้ามความตายที่ซุกซ่อนอยู่ในป่าลึก ภูเขาหมอกครามแห่งนี้มิใช่สวนหลังบ้าน หากข้าต้องการหาของป่าในครั้งหน้า ข้าจำต้องเตรียมตัวและระมัดระวังให้มากกว่านี้เป็นร้อยเท่า!'*
หมูป่ากระทืบเท้าพร้อมพุ่งทะยานเข้าใส่นางอีกครั้ง คราวนี้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นจนหลินเหม่ยหลินรู้ดีว่าไม่อาจหลบพ้น ปลายเขี้ยวแหลมคมกำลังจะทะลวงเข้าที่หน้าขาของนาง!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย หลินเหม่ยหลินหลับตาลงพร้อมกับตั้งจิตสั่งการอย่างเฉียบขาด
"เข้าไป!"
วูบ!
ร่างของหลินเหม่ยหลินเลือนหายไปจากลานดินอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหมอกควันที่ถูกสายลมพัดกระเจิง หมูป่าที่พุ่งเข้าใส่อย่างสุดแรงถลำล้มกลิ้งคลุกฝุ่นไปหลายตลบ มันลุกขึ้นมายืนงงงวย มองซ้ายมองขวาหาเหยื่อที่อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตาก่อนจะส่งเสียงร้องคำรามด้วยความหงุดหงิด
ตัดกลับมาที่ภายในมิติลับสวนวิเศษ
"แฮ่ก... แฮ่ก..." หลินเหม่ยหลินทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วงบนพื้นหญ้าสีเขียวมรกตข้างบ่อน้ำทิพย์ หัวใจของนางเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกเฉียดตายเมื่อครู่ยังคงสลักลึกอยู่ในความทรงจำ นางยกมือขึ้นลูบหน้าอกเพื่อปลอบประโลมตนเอง
"เกือบไปแล้ว... หากช้าไปเพียงกระพริบตา ข้าคงได้กลายเป็นผีเฝ้าภูเขาหมอกครามไปจริงๆ" หญิงสาวพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยว "ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะทำให้ข้าและลูกอยู่รอด ข้าต้องใช้ประโยชน์จากมิตินี้ให้ถึงที่สุด"
เมื่อสติเริ่มกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง หลินเหม่ยหลินก็ปลดตะกร้าสะพายหลังลงมาวางตรงหน้า สายตาของนางจดจ้องไปยังกระเทียมป่าสีม่วงเรืองรองและเครื่องเทศเพลิงบรรพกาลที่เพิ่งเสี่ยงตายแย่งชิงมาได้
กลิ่นหอมลึกล้ำของวัตถุดิบชั้นเลิศเตะจมูกนางอีกครั้ง เปลวไฟแห่งความหลงใหลในศิลปะการทำอาหารที่ดับมอดไปชั่วครู่เพราะความกลัว บัดนี้ได้ลุกโชนขึ้นมาใหม่อย่างเจิดจ้ากว่าเดิม ในเมื่อนางหลบหนีเข้ามาอยู่ในมิติลับที่มีเวลาเดินเร็วกว่าโลกภายนอกถึงห้าเท่า อีกทั้งข้างนอกนั่นยังมีหมูป่าป้วนเปี้ยนอยู่ นางจึงไม่อาจออกไปได้ในเวลานี้
"ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบเจ้าค่ะ!" เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นขัดจังหวะความคิด "นายหญิง วัตถุดิบระดับวิเศษที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมานี้อยู่ในจุดที่สดใหม่และเปี่ยมด้วยพลังปราณพืชสูงสุด หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป รสชาติและสรรพคุณจะลดทอนลง ระบบขอแนะนำให้นำไปแปรรูปในทันทีเจ้าค่ะ!"
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินเหม่ยหลิน นางค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปหยิบมีดทำครัวเล่มเก่าที่บัดนี้ดูราวกับเป็นกระบี่คู่กายของยอดจอมยุทธ์ สายตาของนางทอดมองไปยังมุมหนึ่งของมิติลับ ซึ่งระบบได้เตรียมพื้นที่เครื่องครัวหินและเตาไฟขนาดย่อมเอาไว้ให้
"ได้... ในเมื่อสวรรค์ประทานวัตถุดิบชั้นเลิศมาให้ถึงมือ ข้าก็จะใช้เวลาในมิตินี้ รังสรรค์สิ่งที่จะพลิกชะตาชีวิตของข้าและเสี่ยวเป่า!"
ทันใดนั้นเอง หน้าต่างโปร่งแสงของระบบก็เด้งพรวดขึ้นมาเบื้องหน้านาง พร้อมกับตัวอักษรสีทองอร่ามที่กะพริบถี่รัวราวกับกำลังเรียกร้องให้นางปลดล็อกความลับแห่งรสชาติที่หลับใหลมาเนิ่นนาน!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: คิดค้นสูตรน้ำพริก]**