การกลายพันธุ์ของพืชผักสีสวย
แสงสว่างเรืองรองที่ทาบทอลงบนใบผักเหล่านั้น เปล่งประกายสีสันอันน่าพิศวง ราวกับมีใครนำอัญมณีล้ำค่ามาประดับไว้บนผืนดิน!
ฟางเซวี่ยหนิงกะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับภาพเบื้องหน้า นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้แปลงเพาะปลูกอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าภาพงดงามวิจิตรนี้จะเป็นเพียงภาพลวงตาที่สลายไปเมื่อถูกสัมผัส ทว่าเมื่อนางย่อตัวลงและยื่นมือออกไป ความรู้สึกเย็นสดชื่นและผิวสัมผัสอันเต่งตึงของพืชพรรณก็ยืนยันว่านี่คือความจริงแท้แน่นอน
ตรงจุดที่นางเคยหว่านเมล็ดมะเขือเทศธรรมดา บัดนี้ปรากฏเถาไม้เลื้อยที่อุดมสมบูรณ์ แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างแข็งแรง ทว่าสิ่งที่ทำให้นางต้องเบิกตากว้างคือผลของมัน แทนที่จะเป็นสีแดงสดตามธรรมชาติ มะเขือเทศเหล่านั้นกลับกลายเป็น **'มะเขือเทศสีทอง'** ทรงกลมเกลี้ยงเกลา ผิวของมันโปร่งแสงเล็กน้อยจนมองเห็นความฉ่ำน้ำที่ซ่อนอยู่ภายใน ส่องประกายแวววาวล้อแสงสว่างในมิติราวกับก้อนอำพันบริสุทธิ์ที่ถูกเจียระไนอย่างประณีต
ถัดไปในแปลงข้างเคียง ผักกาดหอมที่ควรจะมีใบสีเขียวอ่อน กลับแปรเปลี่ยนเป็น **'ผักกาดหอมสีม่วง'** เข้มข้นดั่งสีของพลอยอเมทิสต์ ใบแต่ละใบหยิกงอซ้อนทับกันอย่างสวยงามราวกับดอกบัวสวรรค์ที่กำลังเบ่งบาน เปล่งรัศมีแห่งความสดชื่นและมีชีวิตชีวาออกมาอย่างปิดไม่มิด
"นี่มัน... การกลายพันธุ์อย่างนั้นหรือ?" ฟางเซวี่ยหนิงพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้น
ในฐานะนักโภชนาการจากยุคปัจจุบัน นางย่อมรู้ดีว่าสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์เกินขีดจำกัดสามารถกระตุ้นให้พืชดึงเอาศักยภาพแฝงออกมาได้ ดินสีดำขลับที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ผนวกกับพลังวิเศษของน้ำพุวารีพิสุทธิ์ที่นางใช้รดน้ำ ได้หล่อหลอมและยกระดับสายพันธุ์พืชธรรมดาให้กลายเป็นยอดพฤกษาที่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ของธรรมชาติ
ดวงตาโภชนาการของนางทำงานโดยอัตโนมัติ ทันทีที่เพ่งมองไปยังพืชผักสีสวยเหล่านั้น แถบสีที่บ่งบอกถึงคุณภาพก็ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง แถบความสดใหม่พุ่งสูงจนทะลุขีดจำกัด ขณะที่แถบสารอาหารนั้นเปล่งแสงเจิดจ้า บ่งบอกว่าพวกมันอุดมไปด้วยธาตุอาหารและสารบำรุงล้ำลึกที่เทียบเท่ากับยาสมุนไพรชั้นเลิศ
ฟางเซวี่ยหนิงไม่อาจระงับความอยากรู้อยากเห็นได้อีกต่อไป นางเด็ดมะเขือเทศสีทองผลหนึ่งขึ้นมาเช็ดกับแขนเสื้อเบาๆ แล้วกัดลงไปคำโต
"กร้วม!"
ทันทีที่ฟันกระทบผิวบางเฉียบ น้ำต้อยรสเลิศก็แตกกระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก รสชาติหวานล้ำลึกอมเปรี้ยวจางๆ ผสมผสานกันอย่างลงตัว ความหอมหวนที่สดชื่นไหลลื่นลงสู่ลำคอ ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำเมื่อวานมลายหายไปสิ้น ราวกับได้ดื่มด่ำหยาดน้ำค้างจากสวรรค์
จากนั้นนางจึงเด็ดใบผักกาดหอมสีม่วงมาชิม ความกรอบของใบผักส่งเสียงดังกังวานในปาก ไร้ซึ่งรสขมเฝื่อนที่ผักกาดทั่วไปมักจะมี กลับแทนที่ด้วยความหวานละมุนและความชุ่มฉ่ำที่ทำให้รู้สึกสดชื่นจนแทบจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมา
"สวรรค์... รสชาติอร่อยล้ำถึงเพียงนี้เชียวหรือ!" ดวงตาของหญิงสาวทอประกายเจิดจ้า ความคิดอันปราดเปรื่องในหัวเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับฟันเฟืองที่ได้รับการหล่อลื่น
ตระกูลกู้เคยหยามเกียรติและทอดทิ้งนาง แม่ค้าหน้าเลือดในตลาดอำเภอหยุนไหลก็ผูกขาดการค้าและกดขี่ผู้ค้ารายย่อย หากนางนำผักกาดขาวหรือหัวไชเท้าธรรมดาไปวางขาย ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการถูกกลั่นแกล้งหรือถูกกดราคาให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทว่าหากเป็น 'มะเขือเทศสีทอง' และ 'ผักกาดหอมสีม่วง' เหล่านี้ล่ะ?
ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ นี่คือสินค้าผูกขาด! เป็นจุดขายสำคัญที่ไม่มีใครในแผ่นดินนี้สามารถเลียนแบบได้!
ผู้คนในยุคนี้ไม่เคยพานพบพืชผักที่มีสีสันงดงามและรสชาติล้ำเลิศเช่นนี้มาก่อน หากนางนำพวกมันไปแปรรูปเป็นอาหาร หรือวางขายในฐานะวัตถุดิบชั้นสูง บรรดาเศรษฐีนีและคุณชายกระเป๋าหนักในตัวอำเภอย่อมต้องแย่งชิงกันซื้อหาด้วยราคาสูงลิ่ว กฎของการค้าคือผู้ใดครอบครองของหายาก ผู้นั้นคือผู้คุมกฎกระดาน!
"ซุนเจี่ยวอวี้ กู้ฉางเฟิง... พวกเจ้าจงเบิกตาดูให้ดีเถิด ว่าสตรีที่พวกเจ้าเหยียบย่ำ จะใช้สองมือนี้สร้างความมั่งคั่งที่พวกเจ้าไม่อาจเอื้อมถึงได้อย่างไร" ฟางเซวี่ยหนิงประกาศกร้าวในใจด้วยความมุ่งมั่น
ทว่าความตื่นเต้นก็อยู่ได้เพียงไม่นาน สติปัญญาอันเฉียบแหลมของนางดึงนางกลับสู่ความเป็นจริง หากนางจู่ๆ ก็นำผักประหลาดเหล่านี้ออกไปขายโดยไม่มีที่มาที่ไป ชาวบ้านย่อมต้องสงสัยและอาจกล่าวหานางว่าเป็นแม่มดหมอผีที่ใช้มนต์ดำเพาะปลูก เพื่อความปลอดภัยและแนบเนียน นางจำเป็นต้องมี 'ฉากหน้า' ที่สมบูรณ์แบบ
นางต้องจำลองแปลงเพาะปลูกไว้ที่ผืนดินรกร้างหลังเรือนของนาง เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าผักเหล่านี้เติบโตมาจากน้ำพักน้ำแรงของนางอย่างแท้จริง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟางเซวี่ยหนิงจึงรีบจัดการขุดล้อมต้นกล้ามะเขือเทศและผักกาดหอมบางส่วนที่ยังโตไม่เต็มที่ ใส่ลงในตะกร้าไม้ไผ่อย่างระมัดระวังเพื่อเตรียมนำออกไปปลูกภายนอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กำหนดจิตเพื่อออกจากมิติสวนพฤกษาโภชนา
เพียงชั่วพริบตา ร่างของหญิงสาวพร้อมตะกร้าที่เต็มไปด้วยต้นกล้าสีสันประหลาดตาก็กลับมายืนอยู่ในห้องนอนที่สว่างไสวด้วยแสงแดดยามสาย นางผลักบานหน้าต่างออกเพื่อสำรวจพื้นที่ดินสินเดิมหลังเรือน ทว่าเมื่อสายตาปะทะเข้ากับสภาพดินที่แห้งแตกระแหงและจับตัวเป็นก้อนแข็ง คิ้วเรียวก็พลันขมวดเข้าหากันแน่น
ดินภายนอกช่างไร้คุณภาพ หากนำต้นกล้าที่คุ้นชินกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาลงปลูกในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่เช่นนี้ พวกมันย่อมเหี่ยวเฉาตายภายในไม่กี่ชั่วยามเป็นแน่ นางจำเป็นต้องปรุงดินและผสมปุ๋ยหมักขนานใหญ่เสียก่อน!
ในขณะที่ฟางเซวี่ยหนิงกำลังครุ่นคิดถึงสูตรการผสมปุ๋ยตามหลักโภชนาการดินอยู่นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนมากกว่าหนึ่งคนก็ดังขึ้นที่หน้าลานเรือน ตามมาด้วยเสียงทุบประตูรั้วไม้ที่ดังสนั่นจนฝุ่นบนคานร่วงกราว!
"ปัง! ปัง! ปัง!"
"เซวี่ยหนิง! เจ้าตื่นหรือยัง เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
ฟางเซวี่ยหนิงสะดุ้งสุดตัว มือที่จับขอบตะกร้าต้นกล้ากลายพันธุ์เผลอบีบแน่น ดวงตาหรี่ลงอย่างระแวดระวัง ผู้ใดกันที่มาเยือนเรือนร้างท้ายหมู่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยท่าทีเร่งร้อนถึงเพียงนี้!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เตรียมแปลงดินภายนอก]**