ตอนที่ 1

บทที่ 1: ทะลุมิติวันถูกถอนหมั้น

สิ้นสุดประโยคอันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด แสงแดดยามอู่สาดส่องลงมาแผดเผาลานกว้างกลางหมู่บ้านชิงซี ท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้านที่ยืนเบียดเสียดซุบซิบนินทา ร่างอวบอ้วนเทอะทะของดรุณีวัยสิบหกหนาวนาม ‘เฉินอวี้’ ล้มพับกองอยู่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง ศีรษะของนางปวดหนึบราวกับถูกค้อนเหล็กทุบตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าสิ่งที่กรีดแทงลึกลงไปยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือถ้อยคำเหยียดหยามที่ดังก้องอยู่เหนือหัว

"นังอัปลักษณ์! เจ้าลองชะโงกหน้าส่องดูเงาตัวเองในลำธารชิงซีเสียบ้างเถิด รูปร่างอ้วนฉุราวกับสุกรขุน ไร้ซึ่งความงดงามและกิริยามารยาท ซ้ำยังยากจนข้นแค้น มีส่วนใดที่คู่ควรกับ ‘เหวินปิน’ บุตรชายผู้เป็นถึงบัณฑิตอนาคตไกลของข้า! วันนี้ตระกูลหลี่ขอประกาศถอนหมั้นให้สิ้นเรื่องสิ้นราว สัญญาหมั้นหมายแต่หนหลังถือเป็นโมฆะ!" สวีซื่อ มารดาของอดีตคู่หมั้นเชิดหน้าขึ้นสูง แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ พลางปาหนังสือถอนหมั้นและถุงเงินกระแทกใส่หน้าร่างที่สั่นเทาบนพื้นดิน

ข้างกายสวีซื่อคือ หลี่เหวินปิน บุรุษผู้สวมชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดตา เขายืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทีสูงส่ง มองร่างอวบอ้วนด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง "น้องอวี้ เจ้าจงยอมรับความจริงเถิด วาสนาของเราสองสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ข้าหวังดีจึงมอบเงินชดเชยให้ก้อนหนึ่ง หวังว่าเจ้าจะนำไปตั้งตัวและเลิกตอแยข้าเสียที"

ในชั่วขณะที่ทุกเสียงเยาะเย้ยพุ่งเป้ามาที่ร่างบนพื้น ดวงตาที่เคยขลาดเขลาและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาพลันเบิกโพลง นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นคมกริบและเยือกเย็น จิตวิญญาณดวงเดิมได้แตกสลายไปแล้ว บัดนี้ผู้ที่ครอบครองร่างคือ ‘เฉินอวี้’ สุดยอดเทรนเนอร์ฟิตเนสผู้เจนจบด้านโภชนาการจากยุคอนาคต!

ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามาประดังประเด เฉินอวี้แค่นเสียงหัวเราะในใจ 'ในอดีตข้าหมั่นศึกษาธรรมะ หวังฝึกฝนการปล่อยวางโทสะและกิเลสทั้งปวง ทว่าสวรรค์กลับส่งข้ามาอยู่ในร่างนี้เพื่อพบเจอกับพวกเดรัจฉานในคราบมนุษย์ บาปบุญคุณโทษมีจริง และดูเหมือนเวรกรรมของพวกมันจะมาในรูปแบบของข้านี่แหละ!'

นางจะไม่ยอมปล่อยให้ความโกรธครอบงำจนเสียสติ แต่จะใช้สติปัญญาฟาดฟันคนพวกนี้ให้จมดิน เฉินอวี้ค่อยๆ พยุงร่างอันหนักอึ้งและอุ้ยอ้ายของตนลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะเทอะทะ ทว่าท่วงท่ากลับมั่นคงแฝงไปด้วยกลิ่นอายกดดันมหาศาลที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องเผลอก้าวถอยหลัง นางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ ก่อนจะจ้องมองสองแม่ลูกตระกูลหลี่ด้วยสายตาสมเพช

"ถอนหมั้นหรือ?" น้ำเสียงของดรุณีร่างอวบดังกังวานใส ไร้ซึ่งร่องรอยความฟูมฟายดั่งที่ผู้คนคาดคิด "ประเสริฐยิ่ง! ข้ากำลังกังวลอยู่พอดีว่าหากต้องแต่งเข้าตระกูลหลี่ ที่มีแม่สามีปากคอเราะร้ายด่าทอผู้คนเยี่ยงสุนัขตัวเมียไร้สกุล และมีสามีที่อกตัญญูเนรคุณ ข้าคงต้องอายุสั้นลงไปหลายสิบปีเป็นแน่!"

"เจ้า! นังเด็กผีสาง! เจ้ากล้าด่าข้าหรือ!" สวีซื่อเบิกตากว้าง ชี้นิ้วสั่นเทิ้มมาที่หน้าของเฉินอวี้ ใบหน้าอูมเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ

เฉินอวี้ยิ้มหยัน ก้าวเท้าเข้าหาหลี่เหวินปินอย่างคุกคาม "หลี่เหวินปิน บัณฑิตผู้สูงส่ง... ท่านลืมไปแล้วหรือว่ายามที่บิดาท่านล่วงลับ ตระกูลหลี่ตกต่ำแทบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ เป็นผู้ใดที่เจียดเสบียงอาหารของตระกูลเฉินไปต่อลมหายใจพวกท่าน? เป็นผู้ใดที่ยอมทำงานหนักหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินเพื่อส่งเสียให้ท่านได้มีกระดาษและพู่กันเล่าเรียน? อ้อ... พอตอนนี้ท่านสอบผ่านเป็นบัณฑิต มีหน้ามีตา ก็รีบถีบหัวส่งผู้มีพระคุณทันที ช่างเป็นคุณธรรมของปัญญาชนที่น่ายกย่องเสียจริง! บัณฑิตที่เนรคุณต่อผู้มีพระคุณเยี่ยงท่าน ต่อให้ได้เป็นเศรษฐีใหญ่โต ก็คงเป็นได้แค่เศรษฐีกังฉินที่ถูกผู้คนถ่มน้ำลายรดก่นด่าไปเจ็ดชั่วโคตร!"

คำพูดของเฉินอวี้ฉะฉาน ชัดเจน และแทงทะลุจุดดำมืดในใจของสองแม่ลูกตระกูลหลี่อย่างแม่นยำ ทุกถ้อยคำล้วนเป็นความจริงที่ชาวบ้านเก่าแก่ในหมู่บ้านต่างรู้ดี เสียงซุบซิบนินทาที่เคยมุ่งเป้ามาที่เฉินอวี้ บัดนี้กลับพุ่งตรงไปยังตระกูลหลี่ราวกับห่าธนู

หลี่เหวินปินหน้าดำสลับแดง ความอับอายและโทสะแล่นริ้วขึ้นสุมอก เขาไม่คิดว่าสตรีที่เคยโง่งมและเอาแต่ตามตื๊อเขา จะมีฝีปากกล้าแข็งและพลิกลิ้นจนเขาตกเป็นรองได้ถึงเพียงนี้ "เฉินอวี้! เจ้าอย่ามาใส่ความข้า! เงินนี่ข้าก็ชดใช้ให้แล้ว ถือว่าเลิกรากันไป!"

เฉินอวี้ก้มลงหยิบถุงเงินชดเชยขึ้นมาโยนเล่นในมือ ก่อนจะปาใส่อกของหลี่เหวินปินอย่างแรงจนเขาสะดุ้ง "เก็บเศษเงินสกปรกของพวกท่านกลับไปเสีย! สัญญาหมั้นนี้ ข้า เฉินอวี้ ขอเป็นผู้ฉีกมันทิ้งเอง! นับตั้งแต่นี้ไป ตระกูลเฉินและตระกูลหลี่ขาดสะบั้นราวกับเส้นผมบนพื้นดิน หากวันหน้าท่านตกต่ำตกระกำลำบาก ก็อย่าได้คลานเข่ามากราบกรานข้าก็แล้วกัน! ไสหัวไป!"

สวีซื่อและหลี่เหวินปินโกรธจนหน้าชา ร่างกายสั่นเทิ้ม ทว่าเมื่อเผชิญกับสายตากดดันของชาวบ้านและท่าทีแข็งกร้าวของเฉินอวี้ พวกเขาทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อเดินหนีไปอย่างอัปยศอดสู

ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังตกตะลึง ที่มุมหนึ่งของลานกว้าง ปรากฏร่างสูงใหญ่กำยำของชายหนุ่มผิวคร้ามแดด ‘จางต้าหนิว’ เขายืนกำหมัดแน่นอยู่ที่เดิมมาตั้งแต่ต้น เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปปกป้องเฉินอวี้หากนางถูกทำร้าย ทว่าบัดนี้ หมัดที่กำแน่นค่อยๆ คลายออก นัยน์ตาดำขลับของเขาสะท้อนภาพดรุณีร่างอวบที่ยืนหยัดอย่างสง่าผ่าเผย จางต้าหนิวจ้องมองนางด้วยความตื่นตะลึงระคนชื่นชม เขาไม่เคยเห็นเฉินอวี้ที่งดงาม มั่นใจ และกล้าหาญถึงเพียงนี้มาก่อน หัวใจที่เคยสงบนิ่งพลันกระตุกวูบและเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม ความประทับใจลึกซึ้งได้หยั่งรากลงในใจของชายหนุ่มอย่างเงียบงัน

เมื่อเรื่องราวสงบลงและชาวบ้านแยกย้าย เฉินอวี้สูดลมหายใจลึก พยายามประคองสติที่เริ่มเลือนราง ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป การระเบิดอารมณ์เมื่อครู่สูบพลังงานไปจนแทบสิ้น นางลากสองขาอันหนักอึ้งกลับมายังบ้านดินซอมซ่อที่ท้ายหมู่บ้าน

ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูรั้วไม้ผุพัง ร่างของสตรีผู้มีใบหน้าแหลมเสี้ยมก็พุ่งพรวดเข้ามาขวางทาง

"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะนังตัวดี! ไหนล่ะเงินค่าสินไหมทดแทนที่ตระกูลหลี่ให้มา? เอามาให้ข้าเดี๋ยวนี้!" หลี่ซื่อ พี่สะใภ้หน้าเลือดแห่งตระกูลเฉิน แบมือทวงเงินด้วยสายตาละโมบ

เฉินอวี้รู้สึกหน้ามืดทะมึน โลกหมุนคว้าง ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงโอนเอนจวนเจียนจะล้มพับลงกับพื้นดิน นางไม่มีแม้แต่แรงจะขยับริมฝีปากโต้ตอบ ในวินาทีที่สติกำลังจะดับวูบลงนั้นเอง...

[ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นสมองที่เข้ากันได้... ทำการเชื่อมต่อจิตวิญญาณ...]

เสียงสังเคราะห์ที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ทว่ากลับดังกังวานชัดเจนก้องในโสตประสาท

[สวัสดีเจ้านาย ยินดีต้อนรับสู่ระบบผู้ช่วยเกษตรอัจฉริยะ ข้าคือผู้ช่วยส่วนตัว นามของข้าคือ 'เสี่ยวเถียน'...]

[โปรดติดตามตอนต่อไป: ระบบผู้ช่วยเกษตรอัจฉริยะ]