ตอนที่ 2

บทที่ 2: ระบบผู้ช่วยเกษตรอัจฉริยะ

เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเฉินอวี้ นางชะงักงันไปชั่วขณะ ความมึนงงและอาการหน้ามืดคล้ายจะทุเลาลงเล็กน้อยเมื่อถูกแทนที่ด้วยความตื่นตะลึง ทว่าสตรีหน้าเสี้ยมที่ยืนขวางประตูรั้วอยู่นั้นหาได้ล่วงรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในจิตวิญญาณของนางไม่

หลี่ซื่อเห็นน้องสามียืนนิ่งงันราวกับคนตะลึงลาน ก็นึกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดหาวิธีซุกซ่อนเงินก้อนโต ดวงตาที่ตี่เล็กของนางฉายแววละโมบอย่างปิดไม่มิด มือหยาบกร้านยื่นออกไปหมายจะกระชากคอเสื้อของเฉินอวี้ "นังเด็กเหลือขอ! หูหนวกไปแล้วหรืออย่างไร ข้าถามว่าเงินค่าสินไหมอยู่ที่ใด! รีบเอาออกมาให้หมด หากเจ้ากล้าซ่อนเงินไว้แม้แต่อีแปะเดียว ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!"

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความประหม่าดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ‘เฉินต้าซาน’ ที่พุ่งพรวดออกมาจากลานบ้านฝั่งตะวันตก ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าซื่อสัตย์รีบเอาตัวเข้ามาขวางระหว่างภรรยาจอมตระหนี่และน้องสาวของตน เขากางแขนออกปกป้องเฉินอวี้ แม้ว่าแผ่นหลังจะค้อมลงเล็กน้อยด้วยความเกรงกลัวหลี่ซื่อที่ฝังรากลึกมานาน

"ภรรยา... เจ้าใจเย็นลงก่อนเถิด" เฉินต้าซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "น้องอวี้เพิ่งถูกคนตระกูลหลี่ฉีกหน้ากลางหมู่บ้าน ทั้งยังถูกถอนหมั้น ร่างกายและจิตใจของนางบอบช้ำยิ่งนัก เจ้าอย่าเพิ่งคาดคั้นข่มเหงนางในเวลานี้เลย ให้นางได้พักผ่อนเสียก่อนเถิด"

"ถุย! พี่ชายหน้าโง่!" หลี่ซื่อถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเกรี้ยวกราด ชี้หน้าด่าทอสามีฉอดๆ "บอบช้ำอันใดกัน! ร่างกายอ้วนเป็นหมูตอนเช่นนี้ หนังหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก! ถูกถอนหมั้นแล้วอย่างไรเล่า อย่างน้อยสุนัขตระกูลหลี่พวกนั้นก็ยังรู้จักทิ้งเงินไว้ให้ ข้าเป็นคนดูแลปากท้องในบ้านหลังนี้ หากไม่มีเงินก้อนนั้นมาจุนเจือ พวกเราจะเอาอันใดกิน! ถอยไปให้พ้นทางข้า!"

เฉินต้าซานถูกด่าจนหน้าแดงก่ำ แต่ขาทั้งสองข้างยังคงปักหลักแน่นหนาไม่ยอมหลีกทาง เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้ภรรยาลงมือ น้องสาวที่อ่อนแอในสายตาเขาต้องแย่เป็นแน่

เฉินอวี้มองแผ่นหลังกว้างของพี่ชายที่แม้จะหวาดกลัวภรรยาจับใจแต่ก็ยังออกโรงปกป้องนาง ความอบอุ่นสายหนึ่งวาบผ่านเข้ามาในอก ในโลกก่อนนางโดดเดี่ยวไร้ญาติมิตร การมีสายเลือดที่พร้อมปกป้องเช่นนี้ถือเป็นเรื่องดี ทว่านางไม่ใช่เฉินอวี้คนเดิมที่เอาแต่หลบอยู่หลังผู้อื่นอีกต่อไป

"พี่ใหญ่ ท่านหลีกทางเถิด" น้ำเสียงแหบพร่าทว่าหนักแน่นของเฉินอวี้ดังขึ้น นางขยับตัวก้าวออกมาเผชิญหน้ากับหลี่ซื่อโดยตรง ดวงตาที่เคยหลุบต่ำบัดนี้จ้องเขม็งไปยังสตรีหน้าเสี้ยมอย่างไม่ลดละ รังสีอำมหิตจางๆ ที่แผ่ออกมาจากอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกสอนร่างกายทำให้หลี่ซื่อเผลอกลืนน้ำลายลงคอและก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

"เงินค่าสินไหมอันใดกัน ข้าไม่มีให้ท่านหรอก" เฉินอวี้แค่นยิ้มเย็นชา "เงินก้อนนั้น ข้าโยนใส่หน้าอดีตคู่หมั้นจอมเนรคุณไปหมดแล้ว หากพี่สะใภ้อยากได้นัก ก็จงบากหน้าไปคลานเข่าเก็บเศษเงินเหล่านั้นที่หน้าบ้านตระกูลหลี่เอาเองเถิด! แต่จงจำไว้ว่า ตระกูลเฉินของเราไม่ขอรับเศษทานจากสุนัข!"

"จ... เจ้า! เจ้าว่ากระไรนะ!" หลี่ซื่อเบิกตากว้างราวกับไข่ห่าน เสียงแหลมปรี๊ดกรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ "เจ้าโยนเงินทิ้งไปแล้ว! นังตัวผลาญสมบัติ! นังคนโง่เขลา! ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!"

หลี่ซื่อทำท่าจะพุ่งเข้ามาข่วนหน้าเฉินอวี้ แต่เฉินต้าซานรีบคว้าเอวภรรยาไว้แน่น "ภรรยา! พอได้แล้ว! หากเจ้าทำร้ายนาง ข้า... ข้าจะไม่ทนอีกต่อไป!" คำขู่ที่นานปีหนจะหลุดออกจากปากสามีผู้ซื่อบื้อ ทำให้หลี่ซื่อชะงักงันไปเล็กน้อย

เฉินอวี้อาศัยจังหวะนั้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ร่างกายนี้มาถึงขีดจำกัดแล้ว นางไม่อาจเสียเวลากับสตรีไร้เหตุผลผู้นี้ได้อีก "พี่ใหญ่ ข้าปวดหัวยิ่งนัก ขอตัวเข้าห้องก่อน" สิ้นคำ นางก็หมุนตัวเดินโซเซเข้าสู่ห้องพักซอมซ่อของตน แล้วลงกลอนประตูไม้ผุๆ ทันที ปล่อยให้เสียงก่นด่าของหลี่ซื่อและเสียงห้ามปรามของพี่ชายดังแว่วอยู่ภายนอก

เมื่อแผ่นหลังพิงกับบานประตู ร่างอันหนักอึ้งก็ทรุดฮวบลงกับพื้นดินเหนียว หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ราวกับปลาที่เกยตื้นขาดน้ำ

ในห้วงความมืดมิดของสติสัมปชัญญะที่กำลังจะหลุดลอย เสียงสังเคราะห์ใสแจ๋วก็ดังกังวานขึ้นอีกครั้ง

[ติ๊ง! ระบบทำการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณเสร็จสมบูรณ์ ขออภัยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้านาย ข้าน้อยเสี่ยวเถียน จิตวิญญาณผู้ช่วยแห่งระบบ พร้อมรับใช้แล้วขอรับ]

‘เสี่ยวเถียน? ระบบผู้ช่วยเกษตรอัจฉริยะ?’ เฉินอวี้คิดในใจ นางคุ้นเคยกับตำนานปาฏิหาริย์ข้ามมิติมาไม่น้อย ไม่นึกเลยว่าสิ่งลี้ลับที่เรียกว่า ‘นิ้วทองคำ’ จะหล่นทับตัวนางจริงๆ!

[ถูกต้องแล้วขอรับเจ้านาย!] เสียงของเสี่ยวเถียนตอบรับความคิดของนางอย่างรวดเร็ว [ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ครอบครองในการก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์ด้านการเกษตรและโภชนาการอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า ภายในระบบมี ‘มิติสวนสวรรค์’ ขนาดหนึ่งหมู่ พร้อมดินดำบริสุทธิ์และบ่อน้ำพุวิญญาณที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชพรรณ เวลาในมิติเร็วกว่าภายนอกถึงสิบเท่า! ทั้งยังมีฟังก์ชันสแกนวิเคราะห์ คลังความรู้มหาศาล และร้านค้าแลกเปลี่ยนสิ่งของล้ำค่าอีกมากมาย!]

เฉินอวี้เบิกตากว้าง แม้จะเหนื่อยล้าเพียงใด แต่ความตื่นเต้นกลับตีตื้นขึ้นมาในอก หากมีมิติและพลังวิเศษนี้ นางย่อมสามารถนำความรู้จากโลกก่อนมาใช้พลิกฟื้นผืนดิน ปลูกพืชสมุนไพรหายาก และสร้างสรรค์อาหารเพื่อสุขภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดได้! การจะหลุดพ้นจากความยากจนและล้างอายให้สบถคำดูถูกในหมู่บ้านชิงซีนี้ ย่อมไม่ใช่เพียงแค่ความฝันกลางวันอีกต่อไป!

นางแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเข้าไปสำรวจมิติสวนสวรรค์ที่เสี่ยวเถียนกล่าวถึง ทว่าก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากจะทันได้เอื้อนเอ่ยคำสั่งใดๆ แสงสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า!

[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติร้ายแรง! ทำการสแกนร่างกายของเจ้านาย...]

[คำเตือน! สภาพร่างกายของเจ้านายเข้าขั้นวิกฤต! ภาวะทุพโภชนาการเรื้อรัง ไขมันสะสมหนาแน่น พลังชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างรุนแรง เสี่ยงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน!]

เฉินอวี้หน้าถอดสี ‘หัวใจหยุดเต้น? ร่างกายนี้เพิ่งอายุสิบหกปีแท้ๆ!’

[เพื่อรักษาชีวิตของเจ้านาย ระบบขอบังคับใช้กฎเกณฑ์ฉุกเฉิน มอบหมายภารกิจเริ่มต้นเพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจและฟื้นฟูพลังชีวิตโดยด่วน!]

หน้าต่างข้อความเรืองแสงสีทองสว่างจ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินอวี้ ท่ามกลางความมืดมิดในห้อง

[ภารกิจฉุกเฉิน: หยาดเหงื่อแห่งผู้เริ่มต้น]

[รายละเอียด: จงก้าวเท้าออกไปสู่แปลงดินท้ายหมู่บ้าน และทำการ ‘ไถพรวนดินด้วยตนเองเป็นจำนวนหนึ่งตารางเมตร’ เพื่อรับคะแนนหยาดเหงื่อแต้มแรก]

[บทลงโทษหากล้มเหลว: หักทอนพลังชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมด]

[ระยะเวลาจำกัด: ก่อนพระอาทิตย์ตกดินในวันนี้!]

เฉินอวี้เบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายหนักอึ้งราวกับภูเขาทับ แค่เดินเข้าห้องก็แทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ระบบเฮงซวยนี่กลับสั่งให้นางลากสังขารไปขุดดินตอนนี้นะหรือ?! สวรรค์! นี่มันระบบผู้ช่วยเกษตร หรือระบบยมทูตทวงวิญญาณกันแน่!

[โปรดติดตามตอนต่อไป: ภารกิจแรกและหยาดเหงื่อ]