ตอนที่ 3
บทที่ 3: ภารกิจแรกและหยาดเหงื่อ
‘ระบบยมทูตทวงวิญญาณกันแน่!’
เสียงก่นด่าในใจของเฉินอวี้ดังก้องกังวาน ทว่าเสียงสังเคราะห์ของเสี่ยวเถียนกลับตอบสนองด้วยความราบเรียบไร้อารมณ์ใดๆ
[เพื่อความอยู่รอดของเจ้านาย ระบบจำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด เวลาเหลือเพียงหนึ่งชั่วยามก่อนดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า หากไม่เริ่มลงมือ พลังชีวิตของเจ้านายจะถูกหักทอนจนหมดสิ้น ขอให้เจ้านายโชคดี]
เฉินอวี้กัดฟันกรอด นางในฐานะอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกสอนร่างกาย ย่อมรู้ซึ้งถึงคำว่า ‘ขีดจำกัด’ ดีกว่าผู้ใด ทว่าขีดจำกัดนั้นมีไว้ให้ก้าวข้าม! แม้ร่างกายอวบอ้วนในยามนี้จะหนักอึ้งราวกับถูกหินผานับพันชั่งทับถม แต่หากยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ก็นับว่าเสียชาติเกิดที่ได้โอกาสมีชีวิตใหม่อีกครั้ง!
นางลอบสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด ขยับกายอันเทอะทะลุกขึ้นจากพื้นดินเหนียวอย่างทุลักทุเล เมื่อเงี่ยหูฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายนอก พบว่าหลี่ซื่อคงจะกลับเข้าห้องฝั่งตะวันออกไปแล้ว เฉินอวี้จึงค่อยๆ แง้มประตูห้อง แอบย่องออกไปยังเพิงเก็บของเก่าซอมซ่อข้างลานบ้าน
ฝุ่นเขรอะและหยากไย่เกาะเต็มไปหมด นางกวาดสายตามองหาเครื่องมือการเกษตร ก่อนจะหยิบจอบขึ้นสนิมด้ามหนึ่งออกมา แม้ด้ามไม้จะผุกร่อนไปบ้าง แต่ก็พอจะใช้งานชั่วคราวได้
เฉินอวี้ลากสังขารมาถึงแปลงดินรกร้างขนาดเล็กที่ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนแบ่งมรดกอันน้อยนิดของตระกูลเฉิน ดินบริเวณนี้แห้งแล้งและจับตัวแข็งเป็นก้อน แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาอาบไล้ร่างอวบอ้วน หยาดเหงื่อเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้า
"แค่หนึ่งตารางเมตร..." นางพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาทอประกายมุ่งมั่น "ในอดีตข้าเคยผลักดันผู้คนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดมานักต่อนัก วันนี้ข้าจะขอเป็นผู้ฝึกสอนให้ร่างกายนี้เอง!"
สองมืออวบจับด้ามจอบแน่น ยกขึ้นเหนือหัวสุดแขน แล้วฟาดฟันลงบนพื้นดินแข็งกระด้าง!
ตึง!
แรงสะท้อนกลับทำเอาง่ามมือของนางชาหนึบ จอบกินลึกลงไปในดินเพียงไม่กี่ชุ่น ทว่าหอบหายใจกลับรุนแรงราวกับวัวหอบ นางกัดฟันแน่น ยกจอบขึ้นและสับลงไปอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง...
เสียงสับดินที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลอยแว่วข้ามรั้วเตี้ยๆ ไปดึงดูดความสนใจของบุรุษร่างกำยำที่อยู่บ้านติดกัน จางต้าหนิวผู้เพิ่งกลับจากการหาฟืนบนภูเขาโฮ่วอวิ๋น เขายังคงกังวลเรื่องที่เฉินอวี้ถูกถอนหมั้นเมื่อช่วงกลางวัน จึงตั้งใจจะชะโงกหน้ามาดูเผื่อว่านางต้องการความช่วยเหลือ
ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตา ทำเอาชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
สตรีร่างอวบอ้วนที่มักจะหลีกหนีการทำงานหนักทุกชนิด บัดนี้กำลังจับจอบขุดดินอย่างเอาเป็นเอาตาย! เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบของนางเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อจนแนบลู่ไปกับกาย เส้นผมเผ้าหลุดลุ่ยปรกหน้าปรกตา ทว่าแววตาของนางกลับไม่ได้เลื่อนลอยหรือเกียจคร้านเหมือนเช่นกาลก่อน มันดุดัน เด็ดเดี่ยว และสว่างไสวราวกับคบเพลิงท่ามกลางพายุ
"น้องอวี้..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดออกจากลำคอ จางต้าหนิวไม่รอช้า เขากระโดดข้ามรั้วไม้เตี้ยๆ เข้ามาในอาณาเขตบ้านตระกูลเฉินอย่างรวดเร็ว ก้าวยาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านาง "เหตุใดเจ้าจึงมาทำงานหนักเยี่ยงนี้! เจ้าเพิ่งฟื้นจากอาการเป็นลม ซ้ำยัง... เพิ่งผ่านเรื่องสะเทือนใจมา ร่างกายเจ้าจะรับไม่ไหวเอาได้ ส่งจอบมาให้ข้าเถิด ประเดี๋ยวข้าจะจัดการพรวนดินแปลงนี้ให้เจ้าเอง"
ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านหมายจะแย่งจอบจากมือของนาง ด้วยพละกำลังของเขา แปลงดินเล็กๆ เพียงเท่านี้นับว่าจัดการได้ในชั่วจิบชาเดียว
ทว่าเฉินอวี้กลับเบี่ยงตัวหลบ ฝ่ามือของนางจับด้ามจอบแน่นไม่ยอมปล่อย หอบหายใจฮักๆ ขณะเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้หวังดี
"พี่ต้าหนิว ขอบคุณท่านมากสำหรับความมีน้ำใจ" น้ำเสียงของนางแหบแห้ง ทว่าหนักแน่นจนจางต้าหนิวต้องชะงักงัน "แต่งานชิ้นนี้... ข้าต้องเป็นผู้ลงมือทำด้วยสองมือของตนเอง ห้ามผู้ใดสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวเด็ดขาด"
"แต่ว่ามือของเจ้า..." จางต้าหนิวขมวดคิ้วแน่น สายตาของเขาจ้องมองไปยังฝ่ามืออวบที่บัดนี้มีรอยถลอกและเลือดซิบจากการเสียดสีกับด้ามไม้อย่างรุนแรง ความปวดร้าวสายหนึ่งพาดผ่านก้อนเนื้อในอกซ้ายของชายหนุ่มโดยไม่ทราบสาเหตุ "หากฝืนทำต่อไป เจ้าจะล้มพับไปอีกครานะ"
เฉินอวี้ยกยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความขลาดเขลาและประจบประแจงเหมือนดั่งอดีต "ล้มพับแล้วอย่างไรเล่า? หากวันนี้ข้าไม่รู้จักยืนหยัดด้วยสองขานี้ ไม่รู้จักใช้สองมือนี้พลิกฟื้นชะตาชีวิตของตนเอง วันหน้าข้าก็คงเป็นได้เพียงสุกรขุนที่รอวันให้ผู้อื่นเหยียบย่ำดูแคลน! ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาเอาเปรียบและตราหน้าข้าได้อีก ท่านคอยดูเถิด ผืนดินนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ข้า เฉินอวี้ จะประกาศให้ทุกคนในหมู่บ้านชิงซีรู้ว่า ข้าสามารถมีชีวิตที่ดียิ่งกว่าตระกูลหลี่ได้นับร้อยนับพันเท่า!"
คำประกาศกร้าวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและทะนงองอาจของสตรีเบื้องหน้า ทำเอาจางต้าหนิวถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ ดูเหมือนจะยิ่งหยั่งรากลึกลงไปอีก เขาไม่กล้าขัดใจนางอีกต่อไป ทำได้เพียงถอยหลังออกไปสองก้าว ยืนหยัดเป็นปราการอันมั่นคงคอยเฝ้ามองนางอยู่เงียบๆ ไม่ห่างตา แววตาที่ทอดมองเต็มไปด้วยความทึ่งและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
เมื่อปราศจากการขัดขวาง เฉินอวี้ก็หันกลับมาจดจ่อกับแปลงดินเบื้องหน้าอีกครั้ง
ความเจ็บปวดจากการเสียดสีที่ฝ่ามือร้าวลึกไปถึงกระดูก แขนทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบยกไม่ขึ้น ทว่าทุกครั้งที่จอบสับลงไปในดิน นางจะนึกถึงหลักการฝึกฝนร่างกายที่เคยพร่ำสอนศิษย์... ควบคุมลมหายใจ! เกร็งกล้ามเนื้อแกนกลาง! ส่งแรงจากสะโพก! แม้ร่างกายนี้จะอุ้ยอ้าย แต่วิชาความรู้ยังคงสลักลึกอยู่ในวิญญาณ
หยาดเหงื่อหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงสู่ผืนดินแห้งผาก ซึมลึกเป็นดวงกลมราวกับหยาดน้ำค้างแห่งความมุมานะ
พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงทุกขณะ แสงสีทองอมแดงทาบทับขอบฟ้า บ่งบอกว่าเวลาจำกัดกำลังจะหมดลง
"อีกแค่นิดเดียว... ฮึบ!" เฉินอวี้รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เค้นออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ฟาดจอบลงไปบนก้อนดินแข็งก้อนสุดท้ายอย่างสุดแรงเกิด!
กึก! ดินก้อนนั้นแตกกระจายออกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ครบถ้วนหนึ่งตารางเมตรบริบูรณ์!
ร่างอวบอ้วนทิ้งจอบลงพื้น ทรุดกายลงนั่งหอบหายใจอย่างรุนแรงราวกับจะขาดใจ โลกทั้งใบหมุนคว้าง ทว่าในเสี้ยววินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอยนั้นเอง เสียงสวรรค์ที่รอคอยก็ดังกังวานกึกก้องในโสตประสาท!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับเจ้านาย! ภารกิจ 'หยาดเหงื่อแห่งผู้เริ่มต้น' เสร็จสมบูรณ์อย่างงดงาม!]
[ระบบทำการประเมินความพยายาม... มอบรางวัล: คะแนนหยาดเหงื่อ 1 แต้ม!]
พลันบังเกิดแสงสว่างจ้าสีทองเรืองรองอาบไล้ไปทั่วสติสัมปชัญญะของเฉินอวี้ ความเหนื่อยล้าที่เกาะกุมร่างกายถูกชะล้างออกไปกึ่งหนึ่ง พร้อมกันนั้น เสียงของเสี่ยวเถียนก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
[ติ๊ง! เนื่องจากเจ้านายทำภารกิจสำเร็จเป็นครั้งแรก ระบบขอเปิดใช้งานฟังก์ชัน 'ร้านค้าแลกเปลี่ยน' โดยอัตโนมัติ! และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ขอสุ่มมอบรางวัลพิเศษจากมิติสวนสวรรค์... กำลังทำการสุ่ม... ติ๊ง! ได้รับไอเทมระดับหายาก!]
แสงสีทองรวมตัวกันเป็นกล่องไม้โบราณสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ปรากฏขึ้นลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างระบบที่เฉินอวี้มองเห็นเพียงผู้เดียว ฝาครอบกล่องค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่เปล่งประกายระยิบระยับอยู่ภายใน!
[โปรดติดตามตอนต่อไป: เมล็ดพันธุ์จากมิติ]