ตอนที่ 20
บทที่ 20: การตอบโต้ที่เหนือชั้น
แสงอรุณเบิกฟ้า ขับไล่ความมืดมิดของยามราตรีให้มลายสิ้น ตลาดเช้าเมืองชิงเฟิงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย เสียงจอแจดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ ทว่าที่แผงขายเต้าหู้ของเถ้าแก่เนี้ยอู๋ วันนี้นางกลับไม่มีกะจิตกะใจจะเรียกลูกค้าดั่งเช่นทุกวัน นัยน์ตาเรียวเล็กชะเง้อมองไปทางปากทางเข้าตลาดอย่างใจจดใจจ่อ ริมฝีปากแต้มชาดสีแดงสดเหยียดยิ้มร้ายกาจ นางรอคอยที่จะได้เห็นใบหน้าอาบน้ำตาของนังเด็กเมื่อวานซืนสกุลเฉิน ที่ป่านนี้คงกำลังนั่งกอดกอผักเน่าๆ ร้องไห้ฟูมฟายอยู่เป็นแน่
ทว่ารอยยิ้มของนางพลันแข็งค้าง เมื่อปรากฏร่างสูงใหญ่ของจางต้าหนิวเข็นรถเข็นไม้เข้ามา โดยมีเฉินอวี้เดินเคียงข้างมาด้วยท่วงท่าสงบเสงี่ยม บนรถเข็นเต็มไปด้วยตะกร้าสานที่บรรจุผักกาดเขียวสดกรอบอวบน้ำ ใบผักยังคงมีหยาดน้ำค้างเกาะพราวสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ไร้ซึ่งร่องรอยของการถูกเหยียบย่ำทำลายแม้แต่น้อย
"ปะ... เป็นไปได้อย่างไร!" เถ้าแก่เนี้ยอู๋เบิกตากว้างจนแทบถลน สองมือขยำผ้ากันเปื้อนแน่นจนข้อขาว อาเปียวกับพรรคพวกรับเงินนางไปแล้วมิใช่หรือ เหตุใดผักพวกนี้จึงยังอยู่รอดปลอดภัย!
เฉินอวี้เหลือบมองเถ้าแก่เนี้ยอู๋ด้วยหางตา แววตาของนางทอประกายรู้ทันก่อนจะถูกซ่อนเร้นไว้อย่างรวดเร็ว นางจัดแจงวางตะกร้าผักลงบนแผง ทว่ากิริยาท่าทางในวันนี้กลับต่างไปจากปกติ นางจงใจปล่อยผมให้หลุดลุ่ยเล็กน้อย ใต้ดวงตามีรอยคล้ำจางๆ พร้อมกับทอดถอนใจออกมาเป็นระลอก
ไม่นานนัก เหล่าฮูหยินและแม่บ้านขาประจำก็พากันแห่แหนเข้ามาล้อมแผง
"แม่หนูอวี้ วันนี้ผักของเจ้าก็ยังงามเช่นเคย ข้าเอาสองชั่ง!" ป้าหวัง แม่บ้านจากจวนเศรษฐีเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
ทว่าเฉินอวี้กลับช้อนสายตาที่แดงระเรื่อขึ้นมองผู้พูด น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยราวกับพยายามกลั้นความชอกช้ำ "ท่านป้าหวัง ข้าต้องขออภัยด้วย วันนี้ข้าคงขายให้ท่านได้เพียงชั่งเดียวเจ้าค่ะ... ผักของข้าวันนี้มีจำนวนจำกัดนัก"
"อ้าว เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเล่า ทุกทีเห็นเจ้าขนมาเต็มคันรถ" ลูกค้าอีกคนเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
เฉินอวี้หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหางตา แสร้งทำเป็นโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง "เมื่อคืนนี้... มีกลุ่มอันธพาลใจทรามลอบเข้าไปในสวนของข้ายามวิกาล พวกมันถือจอบถือไม้หมายจะถอนรากถอนโคนทำลายแปลงผักที่ข้าฟูมฟักมาด้วยน้ำพักน้ำแรง โชคดีที่พี่ต้าหนิวและชาวบ้านผ่านมาเห็นเข้า พวกมันจึงหนีเตลิดไป ทว่าผักส่วนหนึ่งก็ถูกเหยียบย่ำเสียหายไปไม่น้อย..."
"สวรรค์! มีเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นด้วยรึ!" เหล่าลูกค้าต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและโกรธเคืองแทน "เมืองชิงเฟิงมีกฎหมาย ผู้ใดช่างกล้ากระทำการอุกอาจปานนี้!"
"ข้าก็เป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆ ไร้บิดามารดาคอยคุ้มหัว หาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต" เฉินอวี้เอ่ยเสียงสะอื้น "ข้าไม่เคยคิดคดโกงหรือแย่งชิงลูกค้าผู้ใด ทว่า... ผักของข้าอาจจะขายดีเกินไป จนไปขัดหูขัดตา 'พ่อค้าแม่ค้าบางคน' ในละแวกนี้เข้า เขาจึงได้ใช้วิธีสกปรกต่ำช้า จ้างวานอันธพาลมาทุบหม้อข้าวของข้าเช่นนี้"
คำพูดของเฉินอวี้ราวกับหินก้อนใหญ่ที่โยนลงไปในทะเลสาบ บรรดาลูกค้าต่างหันมองหน้ากัน ก่อนที่สายตานับสิบสิบคู่จะเบนเข็มพุ่งตรงไปยังแผงขายเต้าหู้ของเถ้าแก่เนี้ยอู๋ที่อยู่ไม่ไกล ใครบ้างในตลาดที่ไม่รู้ว่าเถ้าแก่เนี้ยอู๋ขี้อิจฉาและมักจะค่อนขอดเฉินอวี้อยู่เป็นประจำ!
"มิน่าเล่า! เมื่อวันก่อนข้าเห็นเถ้าแก่เนี้ยอู๋แอบด้อมๆ มองๆ แผงของแม่หนูอวี้ ซ้ำยังเคยบ่นว่าผักของนางทำเต้าหู้ขายไม่ออก"
"ช่างจิตใจคับแคบอำมหิตนัก แข่งขันด้วยฝีมือไม่ได้ก็ลอบกัดลับหลัง!"
เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่ เถ้าแก่เนี้ยอู๋ใบหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง นางอ้าปากหมายจะด่าทอแก้ต่าง ทว่าเมื่อสบเข้ากับสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของชาวตลาด นางก็ถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความอับอายและเคียดแค้น
"โถ... แม่หนูช่างน่าสงสารนัก" ป้าหวังเอ่ยด้วยความเห็นใจ "ในเมื่อผักของเจ้าเหลือรอดมาเพียงเท่านี้ ข้าขอเหมาหมดตะกร้านี้เลยก็แล้วกัน ข้าจะเอาไปทำแกงจืดบำรุงสุขภาพให้ฮูหยิน!"
"ข้าด้วย! ข้าเอาสามชั่ง! ผักดีๆ เช่นนี้ ปล่อยให้พวกใจบาปทำลายไปคงเสียดายแย่!"
"ข้าเอาด้วย! ห่อให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
ด้วยความเห็นใจผสมผสานกับความกลัวที่ว่าพรุ่งนี้อาจจะไม่มีผักวิเศษนี้ให้กินอีกแล้ว ลูกค้าต่างพากันยื้อแย่งซื้อผักของเฉินอวี้ประดุจฝูงปลาแย่งเหยื่อ เพียงไม่ถึงก้านธูป ผักสดกว่ายี่สิบชั่งบนรถเข็นก็ถูกกวาดซื้อไปจนเกลี้ยงแผง เงินอีแปะและก้อนตำลึงเงินไหลมาเทมาจนล้นถุงผ้า ในขณะที่แผงของเถ้าแก่เนี้ยอู๋กลับเงียบเหงาราวกับป่าช้า ไม่มีผู้ใดเฉียดกรายเข้าไปใกล้แม้แต่คนเดียว ซ้ำยังถูกถ่มน้ำลายใส่หน้าร้านด้วยความรังเกียจ
เฉินอวี้ลอบส่งยิ้มบางๆ ให้จางต้าหนิวที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่ง ชายหนุ่มเพิ่งประจักษ์แก่ใจเดี๋ยวนี้เองว่า 'การตอบโต้ที่เหนือชั้น' ของหญิงสาวนั้นหมายความว่าอย่างไร นางไม่ต้องออกแรงลงไม้ลงมือให้เปื้อนเลือด เพียงใช้กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนและสร้างสถานการณ์สินค้าขาดแคลน ก็สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นกำไรมหาศาล พร้อมทั้งเหยียบย่ำชื่อเสียงของศัตรูให้จมดินได้อย่างหมดจด!
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเก็บกวาดแผงเตรียมตัวกลับ รถม้าคันหรูของโรงเตี๊ยมฟู่หลินก็มาจอดเทียบ เถ้าแก่จ้าวก้าวลงมาด้วยสีหน้าถมึงทึง เขารีบเดินตรงดิ่งมาหาเฉินอวี้
"แม่นางเฉิน! ข้าเพิ่งได้ยินข่าวลือในตลาดเมื่อครู่ เรื่องที่แปลงผักของเจ้าถูกลอบทำลาย เป็นความจริงหรือ!" เถ้าแก่จ้าวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ผักของเฉินอวี้คือหัวใจสำคัญของเมนูใหม่ที่กำลังทำกำไรให้โรงเตี๊ยมของเขา หากแหล่งวัตถุดิบถูกทำลาย ย่อมส่งผลกระทบใหญ่หลวง
"เป็นความจริงเจ้าค่ะเถ้าแก่จ้าว ทว่าโชคดีที่พวกเราไหวตัวทัน ผักที่เตรียมไว้ส่งให้ท่านจึงไม่ได้รับความเสียหาย" เฉินอวี้ตอบอย่างนอบน้อม
เถ้าแก่จ้าวถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะตบะแตกด่าทอผู้บงการ "ช่างบังอาจนัก! กล้ามาแตะต้องเส้นทางค้าขายของข้า จ้าวฟู่หลินผู้นี้! แม่นางเฉิน เจ้าไม่ต้องกังวลไป ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าจะส่งยอดฝีมือคุ้มกันภัยสองคนพร้อมรถม้าของโรงเตี๊ยม ไปรับผักจากสวนของเจ้าถึงหน้าหมู่บ้านชิงซีทุกเช้า ข้าอยากจะรู้นักว่าหน้าไหนมันจะกล้ามาลอบกัดอีก!"
เฉินอวี้ยิ้มกว้างประสานมือคารวะ "เป็นพระคุณของเถ้าแก่จ้าวที่เมตตาเจ้าค่ะ" แผนการของนางนับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว ไม่เพียงได้ล้างแค้น แต่ยังได้ระบบขนส่งที่ปลอดภัยไร้กังวลมาโดยไม่ต้องเสียเงินจ้างแม้แต่อีแปะเดียว
เมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำ เฉินอวี้และจางต้าหนิวก็เดินทางกลับถึงหมู่บ้านชิงซี หญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามแนวชายป่าบนเนินเขาหลังเรือนเพื่อสำรวจพื้นที่เตรียมขยายแปลงผักตามที่ตกลงกับเถ้าแก่จ้าวไว้ ลมเย็นพัดโชยมาปะทะใบหน้า ทว่าในจังหวะที่นางกำลังกวาดสายตามองผืนดินรกร้างอยู่นั้นเอง...
[ติ๊ง!]
เสียงใสกระจ่างของ 'เสี่ยวเถียน' ระบบผู้ช่วยเกษตรอัจฉริยะในจิตวิญญาณของนางพลันดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[แจ้งเตือน! ระบบฟังก์ชันวิเคราะห์สแกนพบ 'พืชสมุนไพรปราณวิญญาณ' บริเวณรัศมีสิบจั้งทางทิศอุดร!]
[ชื่อพันธุ์พืช: รากดินเหลือง (ระดับความบริสุทธิ์: สูงมาก)]
[สรรพคุณ: บำรุงลมปราณ ฟื้นฟูกำลัง เป็นตัวยาหายากที่ตลาดสมุนไพรต้องการตัวสูงสุด!]
เฉินอวี้เบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัว นางหันขวับไปตามทิศทางที่ระบบนำทาง แสงสว่างจางๆ สีทองอร่ามเรืองรองลอดออกมาจากซอกหินใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แห้งตาย ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ พุ่มไม้เบื้องหน้าพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังมุ่งตรงมาหานาง!
[โปรดติดตามตอนต่อไป: หมอเทวดาหลิว]