ตอนที่ 20

บทที่ 20: รู้แจ้ง

วันรุ่งขึ้น เซวียมี่ยวอิ๋นตื่นแต่เช้าตรู่เช่นเคย นางทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันไปส่งให้แก่สหายยฺหวีเซียวหัว ครั้นทานอาหารกลางวันเสร็จ เวลาพลันล่วงเลยไปมากแล้ว เซวียมี่ยวอิ๋นจึงเตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ

"สหายเซวีย"

"พี่เหยียนน้อย?" เซวียมี่ยวอิ๋นเห็นผู้มาเยือนก็ประหลาดใจ "ท่านมาได้อย่างไร?"

"ท่านนายอำเภอสั่งให้ข้ามาส่งท่านไปยังสถานีรถไฟ"

"มิต้องลำบากถึงเพียงนี้" เซวียมี่ยวอิ๋นปฏิเสธ ใช่แล้ว มิต้องเลย หากมีรถยนต์ก็ว่าไปอย่าง แต่การส่งในยุคสมัยนี้ มิใช่ว่านางกับพี่เหยียนน้อยต้องเดินเท้าไปด้วยกันหรือ นางมิได้มีสัมภาระมากมาย ถึงขั้นต้องใช้จักรยานเสียเมื่อไร

มันไม่จำเป็นจริงๆ นางเดินเท้าได้โดยมิต้องมีผู้ใดมาเป็นเพื่อน

ทว่าพี่เหยียนน้อยเป็นคนดื้อรั้น ท่านนายอำเภอสั่งให้เขามาส่ง เขาก็ต้องมาส่งให้จงได้

เซวียมี่ยวอิ๋นจนปัญญา ได้แต่ตอบตกลง

โชคดีที่จวนสกุลยฺหวีมิได้อยู่ไกลจากสถานีรถไฟนัก เดินเท้าเพียงยี่สิบกว่านาทีก็ถึง

พี่เหยียนน้อยสำเหนียกตนเป็นอย่างดี เขาถือหีบห่อเพียงหนึ่งเดียวของเซวียมี่ยวอิ๋นไว้ในมือ เซวียมี่ยวอิ๋นเพื่อมิให้เกิดความกระอักกระอ่วน จึงสั่งเสียเขาเบาๆ ให้ดูแลเรื่องราวต่างๆ ของยฺหวีเซียวหัว พี่เหยียนน้อยรับปากทุกประการ ในใจรำพึงว่าสหายเมี่ยวอิ๋นผู้นี้ กตัญญูยิ่งกว่าบุตรชายแท้ๆ ทั้งสองของท่านนายอำเภอเสียอีก

"มีคนตกน้ำ! ตรงนั้น ตรงนั้น..."

"มีทหารปลดแอกกระโดดลงไปช่วยแล้ว ช่วยเด็กๆ ขึ้นมาได้หลายคน"

"ที่ไหน ที่ไหน..."

เซวียมี่ยวอิ๋นได้ยินคำว่า "ทหารปลดแอก" ก็ใจหายวาบ รู้สึกว่าเรื่องราวคงมิใคร่ดีนัก

นางรีบสาวเท้าไปยังที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน มองไปยังสะพานหินที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ บนสะพานมีผู้คนยืนอยู่มากมาย

เซวียมี่ยวอิ๋นรีบตรงเข้าไป จับราวสะพานแล้วชะโงกหน้าลงไปมอง กระแสน้ำในแม่น้ำสายนี้เชี่ยวกรากยิ่งนัก

"ช่วยขึ้นมาได้สามคนแล้ว ยังเหลืออีกคน เหตุใดจึงเงียบหายไปนานถึงเพียงนี้ หรือว่าจักเกิดเรื่องร้ายขึ้นแล้ว"

"ทหารปลดแอกผู้นั้นลงไปในน้ำนานถึงเพียงนี้แล้ว มิใช่ว่าหมดแรงไปแล้วหรือ"

"เวรกรรมแท้ๆ..."

"ทหารปลดแอกผู้นั้นรูปงามยิ่งนัก สูงใหญ่เสียด้วย น่าเสียดาย..."

"...น้ำเชี่ยวกรากถึงเพียงนี้ ผู้ใดกล้าลงไปกันเล่า"

"ต้นน้ำมีฝนตกหนักหลายครา น้ำจึงเชี่ยวกรากเป็นธรรมดา..."

"นานถึงเพียงนี้แล้ว คงต้องจบสิ้นแล้วกระมัง"

เซวียมี่ยวอิ๋นมิรู้เหตุผล แต่รู้สึกว่าทหารที่ลงไปช่วยคนผู้นั้นคงเป็นชางหลิงเป็นแน่ สีหน้านางซีดเผือดไปเล็กน้อย สมองตึงเครียดจนพร่ามัว มองไปยังผิวน้ำที่ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ ก็มิอาจทนทานได้อีกต่อไป

นางวิ่งตรงไปยังริมน้ำ แล้วกระโจนลงไปในแม่น้ำ

"สหายเซวีย!" พี่เหยียนน้อยเห็นภาพนั้นก็ตกใจแทบสิ้นสติ

"ผู้นี้เป็นใคร ลงไปแล้ว..."

"ยังเป็นสตรีอีกด้วย..."

"โธ่เอ๋ย นี่มิใช่ไปตายเอาดาบหน้าหรอกหรือ"

"บางทีนางอาจว่ายน้ำเก่งก็ได้"

"คนที่จมน้ำตายส่วนใหญ่ก็ว่ายน้ำเก่งทั้งนั้น..."

"ต้องสังเวยไปอีกคนแล้ว..."

พี่เหยียนน้อยร้อนรนอยู่บนฝั่ง แต่เขาว่ายน้ำไม่เป็น ได้แต่ร้อนใจ

ส่วนเซวียมี่ยวอิ๋นที่ลงไปในน้ำกลับคล่องแคล่วราวกับปลา แม้น้ำในแม่น้ำขุ่นมัว ทัศนวิสัยแทบเป็นศูนย์ แต่เซวียมี่ยวอิ๋นก็สามารถใช้กลิ่นอายของชางหลิงนำทางได้

รู้ว่ากระแสน้ำเชี่ยวกรากถึงเพียงนี้ คนส่วนใหญ่คงจะอยู่บริเวณปลายน้ำ

เซวียมี่ยวอิ๋นจึงมุ่งหน้าไปยังปลายน้ำ เพื่อมิให้ผู้คนรู้สึกว่านางแปลกประหลาด ช่วงแรกๆ นางยังคงโผล่ศีรษะขึ้นมาเหนือน้ำเป็นระยะๆ แต่พอถึงปลายน้ำ ห่างไกลจากผู้คนบนฝั่ง เซวียมี่ยวอิ๋นก็ดำผุดดำว่ายอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา

พลังวิเศษของนางทำงานอย่างเต็มกำลัง เซวียมี่ยวอิ๋นพบเป้าหมายในบริเวณกอหญ้าใต้น้ำได้อย่างรวดเร็ว เป็นชางหลิงจริงๆ เขาหมดสติไปแล้ว แต่ยังคงใช้มือข้างหนึ่งจับเด็กคนหนึ่งไว้ ส่วนมืออีกข้างพันอยู่กับหญ้าใต้น้ำ

เซวียมี่ยวอิ๋นรีบว่ายเข้าไป มิกล้าเสียเวลา รีบดึงหญ้าใต้น้ำที่พันมือของชางหลิงอยู่ออก แต่การต้องดึงทั้งคนตัวใหญ่และคนตัวเล็กขึ้นมาเหนือน้ำ...

ทว่ามิรู้ว่าเป็นเพราะหมดแรงหรือไม่ จู่ๆ มือของชางหลิงก็คลายออก เด็กคนนั้นก็ลอยห่างออกไปในทันที

เซวียมี่ยวอิ๋นตกใจแทบสิ้นสติ รีบว่ายเข้าไปดึงเด็กคนนั้นไว้ รู้สึกว่าสัญญาณชีพของเด็กคนนี้กำลังจะดับลง เซวียมี่ยวอิ๋นรีบป้อนหยดสีน้ำเงินแห่งชีวิตเข้าไปสองสามหยด จึงรู้สึกว่าอาการดีขึ้นเล็กน้อย

######################

ว่ายกลับไปยังข้างกายชางหลิง พบว่าเท้าของเขาถูกหญ้าใต้น้ำพันไว้มากมาย นางดึงเขาขึ้นมามิได้

เซวียมี่ยวอิ๋นจนปัญญา หยดสีน้ำเงินแห่งชีวิตก็หมดแล้ว

สัมผัสได้ว่าลมหายใจของชางหลิงเริ่มแผ่วเบาลง เซวียมี่ยวอิ๋นกัดฟัน ก้มหน้าลงแนบริมฝีปากของชางหลิง

นางจะได้รับการบำรุงจากหยดสีน้ำเงินแห่งชีวิตในทะเล การดูดซับโดยตรงนั้นง่ายกว่าการกลั่นออกมามากนัก

ลมปราณแห่งชีวิตที่อุดมด้วยพลังชีวิตถูกส่งต่อไปยังอีกฝ่าย เซวียมี่ยวอิ๋นรีบผละออก

ผลปรากฏว่าชางหลิงยังคงหมดสติอยู่ เกิดอะไรขึ้น หรือว่ายังไม่พอ

เซวียมี่ยวอิ๋นมองเด็กที่อยู่ในมือ นางกลัวว่าจะส่งเด็กขึ้นไปแล้วจะช่วยชางหลิงไม่ทัน

นางหลับตาลง ครู่หนึ่ง เซวียมี่ยวอิ๋นก็โน้มตัวลงไปอีกครั้ง

ริมฝีปากเพิ่งจะสัมผัสกัน เซวียมี่ยวอิ๋นก็รู้สึกถึงความผิดปกติ นางลืมตาขึ้นโดยสัญชาตญาณ ก็สบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ดำขลับและร้อนแรง

เซวียมี่ยวอิ๋นเกือบสำลักน้ำในแม่น้ำ

นางรีบถอยหนี

ทว่าเอวกลับถูกรัดแน่น ร่างกายทั้งร่างถูกดึงเข้าไปในอ้อมอกของบุรุษผู้นั้น จากนั้นก็มีแรงดันขึ้นด้านบน

"แค่กๆ" เซวียมี่ยวอิ๋นโผล่พ้นน้ำ รู้ความหมายของชางหลิง นางมิได้เสแสร้ง รีบพาเด็กว่ายไปยังริมฝั่ง

โชคดีที่นางมีพละกำลังมาก การลากเด็กอายุหกเจ็ดขวบคนหนึ่งจึงมิได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด พยุงคนขึ้นฝั่งแล้วก็เริ่มปฐมพยาบาลทันที หยดสีน้ำเงินแห่งชีวิตสองสามหยดมิได้สูญเปล่า ทำการผายปอดอยู่ครู่หนึ่ง เด็กก็เริ่มไอออกมาเป็นน้ำ

เซวียมี่ยวอิ๋นเห็นว่าเด็กฟื้นแล้ว ก็รีบมองไปยังผิวน้ำ ยังมิเห็นวี่แววผู้ใด นางร้อนใจยิ่งนัก กำลังคิดว่าจะต้องลงไปอีกรอบหรือไม่

"โครม"

"ทางนี้" เซวียมี่ยวอิ๋นเห็นคนที่โผล่ขึ้นมาก็ถอนหายใจออกมา

ชางหลิงเห็นผู้คนบนฝั่ง ก็รีบว่ายไปยังทางนั้น

เซวียมี่ยวอิ๋นกลัวว่าเขาจะหมดแรงเพราะอยู่ในน้ำนานเกินไป รีบเข้าไปช่วยดึง

ชางหลิงเห็นมือที่ยื่นมาของเด็กสาว ก็มิได้ปฏิเสธ เอามือของตนเองวางลงไป เซวียมี่ยวอิ๋นคิดว่าเขาคงไม่มีแรงแล้วจริงๆ รีบออกแรงดึงอย่างเต็มกำลัง หมายจะดึงเขาขึ้นมา

ส่วนชางหลิงใช้มืออีกข้างยันไว้ มิได้คิดจะยืมแรงจากเซวียมี่ยวอิ๋นมากนัก ผลก็คือทั้งสองคนออกแรงมากเกินไป ชางหลิงพรวดพราดขึ้นจากน้ำ แล้วถูกแรงมหาศาลดึงให้ล้มไปข้างหน้า

ส่วนเซวียมี่ยวอิ๋นก็ล้มหงายหลังไป

"อ๊ะ!" เซวียมี่ยวอิ๋นคิดถึงหญ้าคาและก้อนหินด้านหลัง ก็แทบร่ำไห้

ชางหลิงเองก็ตกตะลึงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเขามีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วอย่างยิ่ง ในชั่วพริบตาเดียว ก็ใช้ความว่องไวคว้าเอวบางของเด็กสาวไว้ ออกแรงหมุนตัว ให้ตนเองเป็นเบาะรอง

โครม

ทั้งสองล้มลงพร้อมกัน

เซวียมี่ยวอิ๋นมิได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ร่างกายทั้งร่างได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี

เซวียมี่ยวอิ๋นสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและแรงสั่นสะเทือนของทรวงอกที่อยู่ใต้ร่าง ก็งุนงงไปชั่วขณะ จากนั้นก็รีบร้อนลุกขึ้น

"อืม"

"ท่านบาดเจ็บหรือ?" เซวียมี่ยวอิ๋นคุกเข่าอยู่ข้างกายชางหลิง ยื่นมือออกไปจับชีพจรให้เขา

ชางหลิงจับข้อมือนางไว้ "ข้ามิเป็นไร"

"เด็กเป็นอย่างไรบ้าง?" ชางหลิงลุกขึ้นนั่ง มองไปยังเด็กที่อยู่ข้างๆ

"ช่วยกลับมาได้แล้ว แต่ต้องรีบส่งโรงพยาบาลโดยด่วน แช่อยู่ในน้ำนานเกินไป สำลักน้ำอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้" ที่จริงเซวียมี่ยวอิ๋นคิดว่าเด็กคนนี้คงมิเป็นไร หลังจากกินหยดสีน้ำเงินแห่งชีวิตของนางไปมากถึงเพียงนี้ แต่ก็มิอาจประมาทได้