ตอนที่ 11
## บทที่ 11 หากเป็นไปได้ รีบสร้างห้องนิรภัยของจริงให้เสร็จสิ้น
"หา?" ซ่งเสี่ยวซิงมิคาดว่านางจะเอ่ยเช่นนี้ นางยำเกรงว่าเขาจะปฏิเสธ ซินหลี่จึงเสริมว่า "ข้าออกให้หนึ่งล้านตำลึง"
"หาาา?"
"หรือจะสองล้านตำลึงดี?" ซินหลี่เริ่มกลัดกลุ้ม บัดนี้เงินสดในบัญชีของนางรวมกับค่าเช่าบ้านที่ได้รับคืนมา หวุดหวิดจะเกินสองล้านตำลึง
"หากยังไม่พอ ข้าจะ..." ไปร้านทองจำลองทองคำแท่งมาอีกสักสองสามแท่ง
"พอ พอแล้ว! พอแน่นอน!" สีหน้าของซ่งเสี่ยวซิงเหม่อลอย ราวกับร่างเบาหวิว ถูกเงินฟาดจนมึนงง สองล้านตำลึง! มิใช่แค่ได้ทุนคืน ยังได้กำไรอีกไม่น้อย!
นับแต่ซ่งเสี่ยวซิงเริ่มสร้างแบบจำลองห้องนิรภัยนี้ นางมิได้รับกำลังใจเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นหรืออาจารย์ ล้วนเห็นว่าห้องที่นางทำนั้นเกินความจำเป็น ผู้เดียวที่สนับสนุนนางคือบิดา แต่เขาเองก็รู้ดีว่าการใช้เงินมากมายสร้างแบบจำลองที่แม้แต่เด็กก็อยู่มิได้ มิอาจกล่าวได้ว่ามัวเมาในของเล่นจนเสียการงาน ก็ถือว่ามิเอาการเอางาน
การมาเข้าร่วมงานแสดงมิใช่หวังจะเปลี่ยนมันเป็นเงินทอง แต่หวังจะพบบุคคลที่สามารถเข้าใจแนวคิดการออกแบบของนาง
ซินหลี่แตกต่างจากเพื่อนร่วมชั้น อาจารย์ หรือแม้แต่บิดาของนาง ยามที่ฟังนางอธิบาย สีหน้าตั้งใจจริง มิรู้สึกเลยว่านี่คือของเล่น ทั้งยังเสนอแนะจุดที่บกพร่องอย่างเหมาะเจาะ ทำให้นางบังเกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ
บัดนี้ มีผู้ที่มิเพียงแสดงความเห็นพ้องต่อการออกแบบของนาง ทั้งยังยินดีจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อมัน ช่างหายากยิ่งนัก เมื่อมีเงินทุนเหล่านี้ นางก็สามารถสร้างห้องนิรภัยของจริงได้แล้ว
ซินหลี่เองก็พึงพอใจยิ่ง นางสามารถจำลองแบบจำลองห้องนิรภัยนี้ได้ก็จริง แต่สิ่งที่นางปรารถนามากกว่าคือการผูกมิตรกับซ่งเสี่ยวซิง
สามารถเอาตัวรอดในวันโลกาวินาศ ทั้งยังยืนกรานความคิดเห็นของตนจนกลายเป็นหัวหน้านักออกแบบ "โครงการประกายดาวหมายเลขหนึ่ง" ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ศักยภาพของนางมิอาจมองข้ามได้
ในชาติก่อน ขณะที่รัฐบาลเสนอให้สร้างเมืองใต้ดินอัจฉริยะ ก็ประกาศเงื่อนไขการเข้าพักพร้อมกัน ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับสูงและครอบครัวของพวกเขาได้รับสิทธิ์เข้าพักก่อน ผู้ตื่นรู้จะชำระค่าธรรมเนียมการจัดสรรตามระดับของวัตถุที่ใช้ได้จริง แต่เมืองใต้ดินมีจำนวนจำกัด เมื่อเป็นเช่นนี้ ตำแหน่งที่เหลือให้คนทั่วไปจึงมีน้อย
ดังนั้น สามัญชนที่ต้องการเข้าพักในเมืองใต้ดิน ประการแรกต้องมี 100,000 คะแนนจึงจะได้รับสิทธิ์เข้าพัก และหลังจากเข้าเมืองแล้ว จะต้องชำระคะแนนจำนวนหนึ่งเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการทุกเดือน
หนึ่งแสนคะแนน โดยปกติแล้ว หากคนทั่วไปสามารถออกไปกำจัดซอมบี้ได้ทุกวัน อย่างมากที่สุดก็สามารถกำจัดได้ 30 ตัว ซึ่งก็คือ 30 คะแนน หากมิส่งมอบวัตถุอื่นเพื่อแลกคะแนน มิได้กินมิได้ดื่ม ก็ต้องใช้เวลาเกือบสิบปีจึงจะสามารถเข้าพักได้
อย่าว่าแต่คะแนนยังต้องใช้แลกเปลี่ยนอาหาร อาวุธ ยา และอื่นๆ
แต่ก็ช่วยมิได้ ผู้คนปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากโลกภายนอกที่ซอมบี้ครองเมือง เต็มไปด้วยความเสียหาย กลับคืนสู่สังคมที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นเดิม ดังนั้น แม้ว่าเงื่อนไขจะถูกตำหนิเมื่อประกาศออกมา แต่ก็ยังเป็นความหวัง แม้แต่ซินหลี่ในชาติก่อนยังเสี่ยงชีวิตเพื่อสะสมคะแนน ยามที่คลื่นซอมบี้มาถึง นางยังคงยืนหยัดอยู่จนถึงวินาทีสุดท้าย เพียงหวังจะสังหารซอมบี้ให้มากขึ้นเพื่อนำแก่นผลึกไปแลกคะแนน เพื่อเข้าพักในเมืองใต้ดินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในชาตินี้ แม้ว่าซินหลี่จะมีห้องนิรภัย สามารถรับประกันได้ว่านางจะมีอาหารและเสื้อผ้าเพียงพอ ได้รับการคุ้มครองในการดำรงชีวิต แต่ท้ายที่สุดนางก็ยังคงเป็นมนุษย์ การใช้ชีวิตที่แยกขาดจากสังคมมนุษย์โดยสิ้นเชิง อาจยอมรับได้ในหนึ่งหรือสองปี แล้วสิบปี ยี่สิบปีเล่า?
มิมีการเข้าสังคม มิมีญาติสนิทมิตรสหาย การอยู่แต่ในห้องนิรภัย ความสามารถในการคิดและการกระทำจะเสื่อมถอย แล้วมันจะต่างอะไรกับซากศพเดินได้?
ดังนั้น เมืองใต้ดินอัจฉริยะจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในอนาคตของนาง
และการที่นางมีสายตาแหลมคมต่อซ่งเสี่ยวซิงในครั้งนี้ เมื่อวันโลกาวินาศมาถึง บางทีอาจเป็นประโยชน์ต่อการได้รับสิทธิ์เข้าพักในเมืองใต้ดิน
...
เนื่องจากวงเงินการโอนรายวันมีจำกัด ซินหลี่จึงไปธนาคารเพื่อโอนเงินหนึ่งล้านตำลึงเข้าบัญชีของซ่งเสี่ยวซิงก่อนเป็นค่ามัดจำ
ห้องนิรภัยก็ให้ซ่งเสี่ยวซิงนำกลับไปก่อน ประกอบหลังคาและอุปกรณ์เสริมต่างๆ ให้เสร็จสิ้น วันรุ่งขึ้นเมื่อซินหลี่ไปรับของ ก็จะชำระเงินส่วนที่เหลือ
หลังจากออกจากธนาคาร ซินหลี่ก็ไปร้านทอง ซื้อทองคำแท่งมาสองแท่งในราคา 80,000 ตำลึง เพื่อใช้เป็นเงินสำรองในภายหลัง อีกทั้งทองคำแท่งยังสามารถหมุนเวียนได้ในวันโลกาวินาศ เตรียมไว้มิเสียหาย
หลังจากจัดการเรื่องราวเสร็จสิ้นก็บ่ายสองโมงแล้ว นางยังมิได้กินอาหาร บนแอปพลิเคชันรีวิวร้านอาหาร นางค้นหาร้านอาหารที่มีรีวิวดีใกล้เคียง สุดท้ายซินหลี่ก็เลือกร้านอาหารหูหนานที่ไม่ไกลนัก เดินเท้าสิบนาทีก็ถึง
แม้จะเลยเวลาอาหารไปแล้ว แต่ผู้คนในร้านก็ยังคงหลั่งไหลมิขาดสาย ซินหลี่เลือกโต๊ะเล็กๆ ตรงมุมหนึ่ง สั่งหมูผัดพริกที่เป็นเมนูขึ้นชื่อ กระเพาะหมูกรอบผัด และข้าวสวยชามใหญ่
เจ้าของร้านเป็นชาวเซียงซี ทำหมูผัดพริกได้รสชาติต้นตำรับ พริกที่ถูกผัดจนมีกลิ่นกระทะและความเผ็ดร้อน เพียงได้กลิ่นก็ทำให้น้ำลายสอ น้ำมันหมูสามชั้นและน้ำจากเนื้อผสมผสานกัน คลุกเคล้ากับข้าวแล้วหอมอร่อย กระเพาะหมูกรอบผัดก็เป็นเลิศเช่นกัน กระเพาะหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ซึมซับรสชาติได้ดี กรอบ เผ็ด สด ยิ่งเคี้ยวยิ่งหอม
ซินหลี่ผู้ชื่นชอบรสเผ็ดเป็นทุนเดิม มิอาจหักห้ามใจ กินจนอิ่มหนำสำราญยังมิละเลยที่จะสั่งจองกับเจ้าของร้าน ห่อเมนูขึ้นชื่อของร้านอย่างละหนึ่งชุด จากนั้นสั่งซื้อบนแพลตฟอร์ม ให้คนส่งอาหารมารับไปส่งที่บ้านตามเวลา
ซินหลี่ตั้งใจไว้ว่า พรุ่งนี้จะต้องจำไปซื้อรถตู้มือสอง เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บสิ่งของไว้ในมิติ บัดนี้รถในมิติของนางราคาถูกที่สุดก็ยังหลายแสนตำลึง หากนำออกมาโดยกะทันหัน อาจดึงดูดความสนใจมากเกินไป
หลังจากกินอิ่ม ซินหลี่ก็มิได้ลืมจุดหมายปลายทางของวันนี้ กลับไปยังศูนย์จัดแสดงนิทรรศการอีกครั้ง
ในงานแสดงเฟอร์นิเจอร์ ซินหลี่ซ่อนมือไว้ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดขนาดใหญ่ ใช้อานุภาพจำลองชุดโซฟา ตู้ โต๊ะเตียงไม้จริง โต๊ะอาหาร ตู้เสื้อผ้า โคมไฟ โต๊ะคอมพิวเตอร์ และอื่นๆ อีกหลายชุด
สุดท้ายใกล้จะจบงาน นางก็ถือโอกาสไปดูงานแสดงจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยหนานต้าที่อยู่ข้างๆ ส่วนใหญ่เป็นภาพวาดหรือไม่ก็รูปปั้น ซินหลี่คิดว่าตนเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมีหัวศิลปะ ความสามารถในการใช้งานของผลงานเหล่านั้นในสายตาของนางยังสู้สลักเกลียวตัวหนึ่งของห้องนิรภัยมิได้
ยามที่กลับถึงบ้าน ซินหลี่ก็ได้รับการแจ้งเตือนว่าวีซ่าและหนังสือเดินทางของนางได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
นางจองตั๋วเครื่องบินสำหรับคืนพรุ่งนี้บนโทรศัพท์มือถือ เตรียมที่จะไปต่างประเทศเพื่อจัดซื้ออาวุธที่จำเป็นหลังจากรับของเสร็จในวันพรุ่งนี้
ในประเทศจีน ปืนเป็นสิ่งของที่ควบคุม การที่คนทั่วไปจะเข้าถึงนั้นเป็นเรื่องยาก แม้ว่าจะมีช่องทางในการซื้อก็ถือว่าผิดกฎหมาย และบัดนี้ซินหลี่ยังคงเป็นพลเมืองดีที่รักษากฎหมาย นางมิปรารถนาที่จะถูกจับไปกินข้าวแดงก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง
...
วันรุ่งขึ้น
ซินหลี่ตื่นแต่เช้า เติมอาหารเม็ด อาหารกระป๋อง และขนมแมวเลียให้ฮวาเซิง เปลี่ยนน้ำที่วางไว้เมื่อวานเป็นน้ำสะอาด ตักอึแมวใส่ถุงขยะแล้วถือออกไป
ระหว่างทางไปตลาดรถมือสอง จะต้องผ่านหน้าอพาร์ตเมนต์ของสวี่เจ๋อ นางฉวยโอกาสที่ไม่มีผู้คนแอบขึ้นไป
คราวนี้นางมีประสบการณ์แล้ว หลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิด หลังจากการกลับชาติมาเกิด พละกำลังและการขว้างปาสิ่งของของนางดูเหมือนจะดีขึ้นมาก อย่างน้อยนางก็สามารถขว้างถุงอึแมวไปไว้หน้าประตูบ้านของสวี่เจ๋อได้อย่างแม่นยำโดยมีบันไดขั้นหนึ่งกั้นอยู่
ทั้งยังจำลองมาอีกหลายสิบถุง รับรองว่าสวี่เจ๋อจะต้องเหยียบเข้าอย่างจังยามที่ออกจากบ้าน จากนั้นก็หลบหนีไป
เมื่อคืนซินหลี่ได้หาร้านค้าบนแพลตฟอร์มรถมือสองไว้แล้ว ถูกใจรถตู้มือสองคันหนึ่ง แม้ว่าอายุรถจะเกือบสิบปีแล้ว แต่ข้อดีคือรถมีขนาดใหญ่ เจ้าของเดิมเคยใช้บรรทุกสินค้า ถอดที่นั่งด้านหลังออกเพื่อความสะดวกในการขนส่ง ซึ่งช่วยประหยัดเรื่องนี้ไปได้
เมื่อเห็นว่าผู้ซื้อเป็นหญิงสาว เจ้าของรถก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ซินหลี่เตรียมคำพูดไว้แล้ว กล่าวว่าที่บ้านเตรียมเปิดร้านขายของชำ ผู้ปกครองต่างยุ่ง นางมาช่วยรับรถ
เมื่อเจ้าของรถได้ฟังก็ชมซินหลี่ว่ารู้จักคิด แถมยังมอบบัตรเติมน้ำมันมูลค่าร้อยกว่าหยวนให้ นางผู้มีใบหน้านักเรียนแต่ความจริงทำงานมาหลายปีแล้วก็รับไว้อย่างมิเกรงใจ
หลังจากทำเรื่องเสร็จสิ้น ซินหลี่ก็ขับรถไปรับหนังสือเดินทางและวีซ่าที่สถานีตำรวจ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังบ้านของซ่งเสี่ยวซิง
บ้านของซ่งเสี่ยวซิงอยู่ในหมู่บ้านที่ค่อนข้างหรูหราในเมือง ภายในเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำการตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเห็นรถเก่าๆ ของซินหลี่ที่ยังมีโลโก้บรรทุกสินค้าติดอยู่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็โบกมือปฏิเสธมิให้เข้า
ซินหลี่จนปัญญา ต้องโทรศัพท์ให้ซ่งเสี่ยวซิงออกมา
ยามที่ซ่งเสี่ยวซิงวิ่งออกมาจากบ้าน นางก็ยังงงงวย จนกระทั่งได้เห็นยานพาหนะที่ไม่เข้ากับบุคลิกเย็นชาของซินหลี่ สีหน้าของนางก็ช่างน่าดู
ช่วยด้วย! นึกว่าจะได้พบเศรษฐีนีที่โบกมือให้เงินสองล้านตำลึงเพื่อซื้อห้องนิรภัย แต่กลับมิคาดคิดว่ารถที่ขับกลับซอมซ่อเช่นนี้! ที่แท้ก็ทุ่มเงินเพื่อความรัก!
เมื่อเห็นสายตาของซ่งเสี่ยวซิงที่มองมายังนางด้วยน้ำตาคลอเบ้า ซินหลี่ผู้มิรู้ว่านางกำลังจินตนาการอะไรอยู่ "... "
"พี่ซินหลี่ ห้องข้าแพ็กใส่กล่องไว้ให้แล้ว เนื่องจากมีขนาดใหญ่ ข้าจึงแยกออกเป็นสี่ส่วน น่าจะใส่ในรถซอม... เอ้อ รถคันนี้ได้พอดี"
ซินหลี่มิได้ยินสิ่งที่นางพูด "ดีแล้ว ขอบคุณมาก"
"จริงสิ พี่ซินหลี่! นี่คือห้องโดยสารแคปซูลที่ข้าทำเอง มันคือห้องนิรภัยฉบับย่อ ความคิดเดิมคือเพื่อความสะดวกในการตั้งแคมป์ในป่า... แต่สุดท้ายเพราะไม่มีเงิน จึงทำได้เพียงแบบจำลองนี้ มอบให้พี่ด้วยเลย!"
ซ่งเสี่ยวซิงหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งออกมาจากตู้กระจก ขนาดเท่าลูกบอลบิด ภายนอกเหมือนแคปซูล ฝาปิดเป็นแบบใส มองเห็นข้างในที่มีเตียงและโต๊ะวางอยู่พอดี มิรู้ว่าซ่งเสี่ยวซิงกดตรงไหน ฝาปิดกระจกใสเดิมก็มีลวดลายพรางตัวปรากฏขึ้น เพื่อใช้ในการอำพราง
"พี่ซินหลี่ ข้ารู้ว่าพี่ก็ลำบาก! จริงๆ ข้าก็เหมือนกัน เพื่อความชอบนี้ข้าถึงกับควักเงินเก็บทั้งหมดออกมา อาหารเช้าได้แต่กินหมั่นโถว..."
"... " ฟังมิเข้าใจ
เดิมทีซินหลี่คิดว่ามีห้องนิรภัยก็เพียงพอแล้ว แคปซูลนี้ช่างไร้ประโยชน์ แต่ด้วยความยืนกรานของซ่งเสี่ยวซิง นางก็รับมันไว้
ยามที่จากไป ซินหลี่นั่งอยู่ในห้องคนขับ มองซ่งเสี่ยวซิงที่ยืนโบกมือให้ตนอย่างงุ่มง่ามอยู่ข้างๆ นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า "หากเป็นไปได้ รีบสร้างห้องนิรภัยของจริงให้เสร็จสิ้น"
ดวงตาของซ่งเสี่ยวซิงเป็นประกายราวกับดวงดาว "พี่วางใจได้เลย ข้าได้สั่งซื้อวัสดุจำนวนหนึ่งไว้แล้ว เตรียมที่จะตกแต่งบนดาดฟ้าบ้านของข้าโดยตรง! ข้ายังมีแบบร่างอยู่ที่นี่ หากเร็วหน่อยน่าจะเสร็จภายในสองเดือน ถึงตอนนั้นจะเชิญพี่มาดู!"
ซินหลี่ยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า "ดี"
วันก่อนที่วันโลกาวินาศจะมาถึง ซ่งเสี่ยวซิงได้รับพัสดุขนาดใหญ่ ภายในบรรจุข้าวสาร บะหมี่ น้ำมัน เนื้อสัตว์ และผลไม้กระป๋อง เตาแอลกอฮอล์ และชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉิน พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนไว้สองคำว่า "ของตอบแทน"