ตอนที่ 15
## บทที่ 15 ผู้ใดใจทมิฬมืดกว่ากัน
"เจ้าจะทำกระไร?" เจียงหรงเอ๋อร์เชิดหน้าบึ้งตึง ถามกลับลู่เจียวเจียวอย่างไม่พอใจ มิยอมขยับกายเข้ามาใกล้ ได้แต่ยืนเท้าสะเอวอยู่ใต้ต้นพุทราในลานบ้าน "ไปช่วยข้าต้มยา" ลู่เจียวเจียวหยิบห่อสมุนไพรที่เจียงเยี่ยนชิงซื้อกลับมาเมื่อวาน ชั่งน้ำหนักในมือ
เจียงหรงเอ๋อร์มองลู่เจียวเจียวอย่างไม่อยากเชื่อสายตา พลางร้องลั่น "เหตุใดเล่า! สามีเจ้าป่วยไข้ มิไปต้มยาปรนนิบัติ ยังกล้ามาบัญชาข้า?"
ลู่เจียวเจียวแย้มยิ้มเย็นเยียบ "บัดนี้ข้าเป็นผู้กุมบังเหียนเรือนนี้ เจ้าขึ้นเขาหาผักมิได้ ลงห้วยหาปลาไม่ได้ มิมีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน แม้แต่ต้มยายังต้องมาทำท่ากระไร" คิ้วเรียวโก่งขึ้น ดวงตาหงส์คู่โตจ้องนางอย่างเหี้ยมเกรียม
"ท่านแม่! ท่านดูพี่สะใภ้ใหญ่..." เจียงหรงเอ๋อร์ร้องเรียนด้วยท่าทีคับแค้นใจ
เจียงไป๋ซื่อ นั่งหน้าดำคร่ำเคร่งอยู่หน้าประตู "ดูอันใด? บัดนี้พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าเป็นใหญ่ รีบไปเสีย!" เจียงหรงเอ๋อร์จนใจ ได้แต่ลากห่อยาไปอย่างขุ่นเคือง
ลู่เจียวเจียวหันไปมองเจียงไป๋ซื่อ พลางส่งยิ้มหวานดุจต้องวสันตฤดูให้
เจียงไป๋ซื่อขนลุกซู่ไปทั้งร่าง นางคิดจะทำกระไรอีก? ตัวเองนำภัยเข้าบ้านก็เคราะห์ร้ายพอแล้ว หมาป่าตัวนี้ยังจักทำกระไรอีก?
"ท่านแม่ ควรทำอาหารเช้าแล้ว" ลู่เจียวเจียวกล่าว พลางเข้าไปประคองนางให้ลุกขึ้นด้วยตนเอง
เจียงไป๋ซื่อหน้าบูดบึ้ง ยอมให้ลู่เจียวเจียวพานางไปยังห้องครัว ลู่เจียวเจียวเปิดตู้กับข้าว พบว่าแป้งข้าวโพดในตู้ช่างน้อยนิด จนหนูยังต้องร่ำไห้แล้วจากไป นี่มิใช่เสบียงทั้งหมดของบ้านเป็นแน่ มิเช่นนั้น ด้วยรูปร่างกำยำของเจียงไป๋ซื่อ และท่าทางมิได้อ่อนแอของเจียงเยี่ยนเซวียน พระเอกของเรื่อง ไหนจะสีหน้าแดงปลั่งของเจียงหรงเอ๋อร์อีก
คนโง่ก็รู้ว่านี่มันหลอกผี! หรือควรกล่าวว่า...นี่มันหลอกเจียงเยี่ยนชิง!
"เมื่อก่อนข้าเป็นใหญ่ในบ้าน ข้าล้วนเป็นคนทำอาหาร! บัดนี้ถึงคราวเจ้าแล้ว" เจียงไป๋ซื่อหัวเราะเยาะในใจ วันนี้นางจงใจมิได้กินข้าวที่แอบหุงไว้ กินเพียงกับเจียงเยี่ยนเซวียนผู้เดียว เพื่อจักได้กินข้าวเช้าจากเสบียงที่เหลืออยู่น้อยนิดนี้! เพียงแค่ให้หญิงแพศยาผู้นี้หิวโหย จนต้องยอมอ่อนข้อให้แก่ตน ถึงเวลานั้นมิใช่แค่สิทธิ์ในการดูแลบ้าน นางจะให้หญิงแพศยาผู้นี้ส่งมอบใบกู้หนี้เวรนั้นออกมา มิเช่นนั้นจะปล่อยให้นางอดตาย! เงินเดือนขุนนางของลูกชายคนโต จะออกในวันที่แปดเดือนหน้า ถึงเวลานั้นนางจะไปรับมาก่อน! เจียงไป๋ซื่อวางแผนในใจเป็นอย่างดี
ลู่เจียวเจียวเห็นนางทำท่าทางเหมือนหนูแก่คิดบัญชี ก็ยิ้ม พลางหยิบแป้งข้าวโพดออกมาเพียงหยิบมือเดียว ดวงตากลมโตกระพริบปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา ถอนหายใจ "ท่านแม่ เสบียงในบ้านเราเหลือน้อย ท่านวันนี้ก็ทำเพียงโจ๊กข้าวโพดแค่นี้เถิด" กระไรกัน? เจียงไป๋ซื่อมองแป้งข้าวโพดในมือตนเอง แล้วก็งงงันไปทั้งร่าง นางใส่ให้น้อยแล้ว แต่มิใช่น้อยเพียงเท่านี้! นี่...นี่มันต่างอันใดกับน้ำเปล่า? จักให้ใครอดตายกัน?
"ว่าไปแล้ว ท่านแม่ยังมิได้ให้เงินรับขวัญข้าเลยนะ" ลู่เจียวเจียวจ้องปิ่นปักผมเงินบนศีรษะของเจียงไป๋ซื่อ เจียงไป๋ซื่อช่างมีอันจะกินยิ่งนัก ผู้คนที่นางพบเมื่อวานบนเขา ล้วนมีน้อยคนนักที่มีปิ่นปักผมเงิน
"ข้าจักมีเงินที่ไหน?" เจียงไป๋ซื่อโกรธจนแทบกระโดด "ไยจึงมีคนใจร้ายเช่นนี้?" อีแพศยา!
ลู่เจียวเจียวชี้ไปยังปิ่นบนศีรษะนาง "ท่านแม่ นี่ก็ดีแล้ว ถือเป็นของขวัญแรกพบ ข้ามิรังเกียจดอก"
"ข้าขอถุย! เจ้าอย่ามาหมายปองของของข้า!" เจียงไป๋ซื่อรีบคว้าปิ่นปักผมของตน มองลู่เจียวเจียว พลันเกิดความฮึกเหิม บังเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา หญิงแพศยาผู้นี้เคยใช้ปิ่นปักผมข่มขู่ตน หากนางข่มขู่หญิงแพศยาผู้นี้บ้าง ให้ส่งมอบใบกู้หนี้ออกมาเล่า? อย่างไรเสียรอบข้างก็มิมีผู้ใด คนป่วยผู้นั้นก็ยังนอนซมอยู่! เจียงไป๋ซื่อคิดในใจ พลางกระชากปิ่นปักผมออก แล้วพุ่งเข้าใส่ลู่เจียวเจียว ลู่เจียวเจียวใช้มือข้างหนึ่งยึดมือที่กำลังก่อกรรมของเจียงไป๋ซื่อไว้ อีกมือหนึ่งก็ฉวยปิ่นปักผมมาจากมือของเจียงไป๋ซื่อ
แล้วออกแรงเล็กน้อย
ก็พลันได้ยินเสียงดังกร๊อบ
"กรี๊ด! มือข้า!" เจียงไป๋ซื่อร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา มิสนใจสิ่งใด พุ่งเข้าใส่ลู่เจียวเจียว ลู่เจียวเจียวหลบหลีกเพียงเล็กน้อย เจียงไป๋ซื่อก็เสียหลัก ล้มลงนั่งกับพื้น ลู่เจียวเจียวชั่งปิ่นปักผมในมือ พลางยิ้ม "ท่านแม่ ขอบคุณสำหรับของขวัญแรกพบ หลังจากนี้ข้าจักกตัญญูต่อท่านแน่นอน"
"เจ้า! เจ้า..." เจียงไป๋ซื่อโกรธจนแทบกระอักเลือดออกมา เจียงหรงเอ๋อร์ได้ยินเสียงดัง ก็รีบวิ่งเข้ามาจากกระท่อมด้านนอก "ท่านแม่? ท่าน ท่านเป็นกระไร? พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านไยจึงทำร้ายท่านแม่? ท่านแม่เป็นแม่สามีของท่านนะ พวกเราจักไปฟ้องร้องท่าน!" เจียงหรงเอ๋อร์กล่าวอย่างโกรธเคือง
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เจียวเจียวก็ทำท่าทีไร้เดียงสาอย่างยิ่ง "ข้าทำร้ายท่านแม่อย่างไร? ข้ากับท่านแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างยิ่ง นางยังมอบปิ่นปักผมเงินของนางให้แก่ข้า ท่านแม่ ท่านรีบทำอาหารเถิด อย่าปล่อยให้หิวเลย" ลู่เจียวเจียวกล่าวอย่างเอาใจใส่ แป้งข้าวโพดในมือของเจียงไป๋ซื่อเมื่อครู่ได้หล่นลงบนพื้นไปแล้ว ลู่เจียวเจียวจึงหยิบแป้งข้าวโพดมาใหม่เพียงหยิบมือเดียว
ด้วยความจริงใจและอ่อนโยน "ท่านแม่ ข้ารอทานอาหารเช้าอยู่นะ ทานอาหารเช้าเสร็จ พวกเรายังต้องเข้าป่าไปทำงานอีก" กล่าวจบ ลู่เจียวเจียวก็หยิบแป้งข้าวโพดที่เหลืออยู่ หันหลังเดินจากไป หวังพึ่งโจ๊กข้าวโพดเพียงน้อยนิดนี้ นางกับเจียงเยี่ยนชิงคงต้องอดตาย
"ท่านแม่ ท่านมิเป็นกระไรนะ?" เจียงหรงเอ๋อร์พยุงเจียงไป๋ซื่อให้ลุกขึ้น เจียงไป๋ซื่อเจ็บจนกัดฟัน "อีแพศยานั่น! กระดูกมือข้าคงหักแล้ว! ไยมันจึงใจร้ายเช่นนี้? เจ้ายังยืนทื่ออยู่อีก รีบไปทำอาหารเช้าให้อีแพศยานั่น ข้าจักไปต่อกระดูก!" เจียงไป๋ซื่อกล่าว พลางเดินออกไป
เดิมทีปิ่นปักผมเงินนั้นเตรียมไว้ใส่ไปสู่ขอบุตรสาวที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน บัดนี้ปิ่นปักผมก็มิอยู่แล้ว มือก็ยังเจ็บ
อีแพศยานั่นยังกล่าวว่าจะขึ้นเขาอีก?
เรื่องสู่ขอก็ต้องพักไว้ก่อน?
มิได้! จักต้องมิพักไว้เช่นนี้ หากมิหาภรรยาให้ลูกชายคนรองมาคอยกดอีแพศยานั่นไว้ ชีวิตนี้คงมิสงบสุข! เจียงไป๋ซื่อครุ่นคิดในใจว่าจะทำกระไรดี
ลู่เจียวเจียวกลับมาถึงห้อง เจียงเยี่ยนชิงก็ลุกขึ้นแล้ว สีหน้าของเขาซีดเผือด ดูท่าทางเหมือนจะล้มลงได้ทุกเมื่อ ลู่เจียวเจียวรีบประคองเขา "เหตุใดท่านพี่จึงต้องลุกขึ้น?" เจียงเยี่ยนชิงไออยู่ครู่หนึ่ง พิงนางอย่างอ่อนแรง กล่าวอย่างซึมเซา "ภรรยาเป็นผู้ดูแลบ้าน ข้า ข้าต้องลุกขึ้นมาคอยดู มิให้ใครมารังแกเจ้าได้" ดวงตาของเขาเย็นชา ราวกับมิใส่ใจสิ่งใด ลู่เจียวเจียวมิอาจมองออกว่า เขามีความรู้สึกดี ๆ ต่อตนเองบ้างหรือไม่
แต่ดูจากท่าทางของเขา น่าจักมีบ้างกระมัง?
ประคองเจียงเยี่ยนชิงให้นอนลง ลู่เจียวเจียวก็มั่นใจอย่างยิ่ง "ท่านพี่นอนพักเถิด อย่าว่าแต่คนในตระกูลเจียงเพียงไม่กี่คน แม้แต่คนมากกว่านี้ ข้าก็จักสามารถพลิกแพลงสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน" กล่าวพลาง นางก็หยิบขนมออกมา "ทานเสียก่อน โจ๊กข้าวโพดที่จักทำในภายหลังคงมิอิ่มท้อง" นางวางแผนไว้แล้วว่า วันต่อ ๆ ไปจะต้องคอยจับตาดูเจียงไป๋ซื่อและพวก อย่าหวังว่าจะแอบกิน!
โจ๊กข้าวโพดนี้ เจียงเยี่ยนชิงเคยพึ่งพามันในการมีชีวิตรอด คนอื่น ๆ ก็ควรจักได้ลิ้มลองเช่นกัน เจียงเยี่ยนชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ภรรยาของเขา เวลาที่กล่าวถึงเรื่องการดูแลบ้าน การเล่นกับจิตใจของผู้คน ราวกับว่านางเป็นคนละคน ส่องประกายเจิดจ้า...
"อาหารทำเสร็จแล้ว! ยาก็ต้มเสร็จแล้ว" ด้านนอก ผ่านไปราวหนึ่งเค่อ เจียงหรงเอ๋อร์ก็ร้องเรียกเข้ามาในห้อง ลู่เจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมไปทานอาหารเช้า เจียงเยี่ยนชิงคว้ามือนางไว้ ดึงนางเข้าไปหาตน