ตอนที่ 21

## ตอนที่ 21 จำต้องวิวาห์

เสียงร้องเรียกของเฒ่ามารดาแห่งบัณฑิตดังไล่หลังมาติดๆ นางรู้ดีว่าหากบุตรชายและวัวตัวนั้นก้าวเท้าเข้าไปในบ้านของแม่สื่อ เรื่องราวระหว่างเขากับแม่นางสี่ว์ก็จักถือว่าจบสิ้น ยากจะแก้ไข

"โธ่เอ๋ย! จำต้องรับหญิงแพศยาผู้นั้นเข้าเรือนจริงหรือ? คนในตระกูลนั้นมิมีผู้ใดเป็นคนดีเลยสักคน!"

เมื่อเฉินซื่อเห็นเฒ่ามารดาแห่งบัณฑิตตามมา นางจึงยัดเชือกจูงวัวใส่มือของบุตรชาย นามว่าหยุนชิว จากนั้นก็รีบคว้าแขนของเฒ่ามารดาแห่งบัณฑิตไว้ ใบหน้าเหี่ยวย่นราวเปลือกลูกหว้าฉีกยิ้มกว้าง "ท่าน...ท่านสะใภ้ รีบเข้ามานั่งในบ้านก่อนเถิด มิใช่คนอื่นคนไกลเสียหน่อย"

"ใครเป็นสะใภ้ของเจ้า? รีบปล่อยมือบุตรชายข้าเสีย!" เฒ่ามารดาแห่งบัณฑิตสะบัดมือของเฉินซื่อออกอย่างรังเกียจ แล้วออกแรงดึงแขนเสื้อของบัณฑิตมากยิ่งขึ้น

เฉินซื่อหัวเราะคิกคัก ดวงตาที่หย่อนคล้อยกลับยกขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำ คำที่กล่าวออกมานั้นมิได้มีความเกรงใจแม้แต่น้อย "สะใภ้ของข้าก็คือท่านอย่างไรเล่า เฒ่ามารดาแห่งบัณฑิต เรื่องราวของแม่นางสี่ว์กับบัณฑิตนั้นเลื่องลือไปทั่วแล้ว ท่านจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไปใย? แม่นางสี่ว์บ้านข้ายังเยาว์นัก ถูกบัณฑิตสุ่ยเซิงหลอกลวงด้วยคำหวานเพียงไม่กี่คำก็เสียทุกสิ่งให้แก่เขาแล้ว บัณฑิตยังคิดจะกินแล้วทิ้งอย่างนั้นหรือ? ครอบครัวข้าไร้อำนาจวาสนา มิมีผู้ใดให้พึ่งพิงได้ แต่ลูกสาวข้าก็มิอาจถูกย่ำยีโดยเปล่าประโยชน์ได้ วันนี้พวกเราจักถือโอกาสนี้กำหนดการวิวาห์ให้เสร็จสิ้น มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าหน้าด้านไปฟ้องร้องบัณฑิตต่อหน้าท่านอำเภอว่าประพฤติมิชอบ ย่ำยีสตรีบริสุทธิ์ หากฟ้องร้องในอำเภอไม่ได้ ข้าก็จะไปฟ้องร้องที่จวน หากฟ้องร้องที่จวนไม่ได้ ข้าก็จะไปร้องฎีกาต่อฮ่องเต้ ข้าไม่เชื่อว่าจักไม่มีที่ให้ความเป็นธรรม!"

"ข้ามิได้ย่ำยีนาาง นางต่างหากที่ไร้ยางอายเข้ามาพัวพันข้า!" บัณฑิตเบิกตาโพลง เส้นเลือดในดวงตาแดงก่ำ บัดนี้เขาจึงตระหนักถึงเจตนาที่แท้จริงของตระกูลสี่ว์ หากเขายอมรับในครั้งนี้ เขาจักต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับหญิงแพศยาผู้นั้นจริงหรือ?

แม่นางสี่ว์ร้องไห้สะอึกสะอื้น "ท่านแม่ อย่ากล่าวเลย เป็นเพราะข้าโง่เขลาที่เชื่อคำของพี่สุ่ยเซิงว่าจะแต่งงานกับข้า จึงมอบทุกสิ่งให้แก่เขา บัดนี้เขาไม่ปรารถนาจะแต่งงานกับข้า ข้ามิได้โทษเขา ต้องโทษว่าข้าโง่เขลาเกินไปเอง"

กล่าวจบ แม่นางสี่ว์ก็เอามือกุมใบหน้าแล้ววิ่งกลับบ้านไป เฉินซื่อกระทืบเท้าอยู่ด้านหลัง "เฮ้อ! วิ่งไปไหน? กลับมาพูดให้ชัดเจนก่อน!"

"ท่านแม่ ท่านรีบกลับไปดูพี่สาวข้าเถิด อย่าให้พี่นางทำเรื่องโง่ๆ!" หยุนชิวลูบหลังวัวด้วยมือข้างหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

เฉินซื่อตวัดสายตาจ้องมองสุ่ยเซิงแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันไปกล่าวกับเฒ่ามารดาแห่งบัณฑิต "บ้านข้ายากจน แต่ลูกสาวข้าก็เป็นแก้วตาดวงใจ หากนางเป็นอะไรไป สุ่ยเซิงบ้านท่านก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบ หากท่านรู้จักคิด วัวตัวนี้ก็ถือว่าเป็นสินสอด มิเช่นนั้นอย่าหาว่าพวกข้าใจร้ายไร้ความปรานี"

เมื่อกล่าวคำขู่เสร็จ เฉินซื่อก็รีบตามแม่นางสี่ว์กลับไป

หยุนชิวเผยรอยยิ้มกว้าง แล้วจูงวัวตามไปติดๆ

หยุนเอ้อร์ขวางทางเฒ่ามารดาและบัณฑิตเอาไว้ หัวเราะเสียงเย็น "เฒ่ามารดาแห่งบัณฑิต ท่านก็เห็นแล้ว หากแม่นางสี่ว์คิดสั้นขึ้นมา...เฮอะๆ อย่าคิดว่าท่านแม่ของนางขู่ท่านเล่น พวกข้าคนจนมิกลัวคนรวย จะรับแม่นางสี่ว์เข้าเรือน หรือจะรอขึ้นโรงขึ้นศาล ท่านก็คิดเอาเองเถิด"

กล่าวจบ หยุนเอ้อร์ก็เอามือไพล่หลัง เดินจากไปด้วยท่าทางโอ้อวด

เฒ่ามารดาแห่งบัณฑิตทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มองไปยังทิศทางอันไกลโพ้นด้วยสายตาเหม่อลอย

ถึงบัดนี้ การยอมรับหรือไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้มิได้อยู่ในอำนาจของนางอีกต่อไปแล้ว เพื่อบุตรชาย นางทำได้เพียงถูกตระกูลสี่ว์จูงจมูกราวกับวัวตัวนั้น

บัณฑิตโผเข้าไปเรียกเฒ่ามารดาแห่งบัณฑิตหลายครั้ง แต่นางกลับไม่กล่าวสิ่งใดออกมา บัณฑิตร้อนใจ "ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรไป? กล่าวอะไรออกมาบ้างสิ ลูกชายผิดไปแล้ว"

มือของเฒ่ามารดาแห่งบัณฑิตยกขึ้นสูง นางปรารถนาจะตบหน้าบุตรชายอีกสักสองสามที แต่สุดท้ายก็ค่อยๆ ลดมือลง "เจ้า...เจ้า ลูกจะให้แม่ว่าอย่างไรดี?"

"ท่านแม่ ท่านแม่ ลูกจะไม่แต่งงานกับหยุนสี่ว์ หญิงผู้นั้นสำส่อน ไม่รู้ว่าเคยนอนกับชายใดมาบ้าง..."